เรียนต่อสิงคโปร์

เรียนต่อสิงคโปร์ – Study in Singapore


ภาคการศึกษา

เทอม ระดับสามัญศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ระดับอุดมศึกษา
1 มกราคม – เมษายน มิถุนายน – สิงหาคม กรกฎาคม – ตุลาคม
2 เมษายน – กรกฎาคม กันยายน – ธันวาคม พฤศจิกายน – มีนาคม
3 สิงหาคม – พฤศจิกายน มกราคม – มีนาคม

ระบบการศึกษา

ประถมศึกษา

ประกอบด้วยการเรียนชั้นประถมต้น (Foundation Stage) ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 – 4 (4 ปี) และชั้นประถมปลาย (Orientation Stage) ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 6 (2 ปี)รวมระยะเวลาศึกษา 6 ปี

วิชาหลักที่ศึกษา คือ วิชาภาษาอังกฤษ ภาษาทางการ (ภาษาจีน มาเลย์ หรือทมิฬ) คณิตศาสตร์ และวิชาเสริม อันได้แก่ ดนตรี ศิลปหัตถกรรม สุขศึกษาและสังคมศึกษา ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์จะเริ่มเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3 ทั้งนี้เพื่อเป็นการทดสอบความถนัดของนักเรียน ให้ตรงกับแผนการเรียนในระดับมัธยมนักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะต้องสอบ Primary School Leaving Examination (PSLE) ให้ผ่านเพื่อจบการศึกษาระดับประถม

หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์ได้รับการยอมรับและนำไปเป็นแบบอย่างการเรียนการสอนในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ การรับนักเรียนต่างชาติจะขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละโรงเรียน

มัธยมศึกษา

หลักสูตรการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาในสิงคโปร์ ได้รับการยอมรับในระดับโลกว่าผลิตให้นักเรียนมีความสามารถในการวิเคราะห์และมีความคิดสร้างสรรค์ การรับนักเรียนต่างชาตินั้นขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในแต่ละโรงเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาในสิงคโปร์มีหลายรูปแบบ ทั้งที่รัฐบาลให้ทุนทั้งหมดหรือให้เพียงบางส่วน หรือนักเรียนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นักเรียนที่สอบ PSLE ได้คะแนนดีจะสามารถเลือกเรียนในแผนการเรียนพิเศษ (Special และ Express) จะใช้เวลาเรียนเพียง 4 ปี แล้วสอบ Singapore Cambridge General Certificate of Education Ordinary (GCE ‘O’ Level) ขณะที่นักเรียนในแผนการเรียนปกติ (Normal) จะใช้เวลาเรียน 5 ปีแล้วสอบ Singapore Cambridge General Certificate of Education ‘NormaI'(GCE ‘N’ Level) ในปีที่ 4 ก่อน แล้วจึงจะสามารถสอบ GCE ‘O’ Level เมื่อเรียนจบปีที่ 5

หลักสูตรวิชาในระดับมัธยมศึกษาจะประกอบด้วย วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ภาษาทางการ (จีน มาเลย์ หรือทมิฬ) วิทยาศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนทางสายศิลป์ วิทยาศาสตร์ ธุรกิจการค้าหรือสายวิชาชีพ

เตรียมอุดมศึกษา

เมื่อนักเรียนสอบ GCE ‘O’ Level ผ่านแล้ว นักเรียนสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับเนียร์คอลเลจ ใช้เวลาศึกษา 2 ปี หรือศึกษาที่สถาบันกลางการศึกษา (Centralized Institute) ใช้เวลาศึกษา 3 ปี จูเนียร์ คอลเลจ แบ่งการศึกษาเป็น 2 หลักสูตร คือ วิชาความรู้ทั่วไป (General Paper) และภาษาทางการ เมื่อเรียนจบจูเนียร์ คอลเลจ นักเรียนจะต้องสอบ Singapore – Cambridge

General Certificate of Education ‘Advanced’ (GCE ‘A’ Level) โดยเลือกวิชาสอบได้สูงสุด 4 วิชา จากวิชาในหมวดศิลป์วิทยาศาสตร์และธุรกิจ

ระดับอุดมศึกษา

ผู้สมัครต้องมีผลสอบ GCE “O” Level  และ GCE “A” Level ตามแต่สถานศึกษาจะกำหนด แบ่งประเภทของสถานศึกษาได้ ดังนี้

  • โพลีเทคนิค

เป็นสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพ และเปิดอบรมหลักสูตรที่หลากหลายในระดับประกาศนียบัตร และอนุปริญญา มุ่งเน้นให้สามารถไปประกอบอาชีพในอนาคต เช่น วิศวกรรม บริหารธุรกิจ สื่อสารมวลชน การออกแบบดีไซน์เทคโนโลยีสารสนเทศ และหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น การวัดสายตา วิศวกรรมทางทะเล การศึกษาเกี่ยวกับการเดินเรือ พยาบาล การเลี้ยงดูเด็กอ่อน และการทำภาพยนตร์ เป็นต้น

ผู้ที่จบการศึกษาจากโพลีเทคนิคเป็นที่นิยมของบริษัทต่าง ๆ เพราะได้รับการยอมรับว่ามีความพร้อมทั้งความสามารถ ทักษะและประสบการณ์ ปัจจุบันมีสถาบันโพลีเทคนิค 5 แห่ง ได้แก่

    • Nanyang Polytechnic
    • Ngee Ann Polytechnic
    • Republic Polytechnic
    • Singapore Polytechnic
    • Temasak Polytechnic
  • สถาบันเทคนิคศึกษา (Institute of Technical Education – ITE)

เป็นสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรสาขาวิชาชีพ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของนักเรียนที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาและต้องการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและความรู้อุตสาหกรรมแขนงต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมฝึกอบรมสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอีกด้วย

  • มหาวิทยาลัย (University)

มหาวิทยาลัยในประเทศสิงคโปร์มีทั้งหมด 3 แห่ง ทุกแห่งมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และมีทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยในระดับปริญญาโท ได้แก่

    • National University of Singapore (NUS)
    • Nanyang Technological University (NTU)
    • Singapore Management University (SMU)

มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ – National University of Singapore (NUS) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1905 เปิดสอนหลักสูตรต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียงมานาน เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีกฎหมาย ศิลปศาสตร์ สังคมศาสตร์ และแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง – Nanyang Technological University (NTU) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 198 1 เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการสอนและการวิจัยค้นคว้าวิศวกรรมและเทคโนโลยี ต่อมาได้ร่วมกับวิทยาลัยครู หรือ สถาบันการศึกษาแห่งชาติ (National Institute Education – (NIE) เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนในสาขาการบัญชี บริหารธุรกิจและสื่อสารมวลชน

มหาวิทยาลัยการจัดการแห่งสิงคโปร์ – Singapore Management University (SMU) ก่อตั้งในปี ค.ศ.2000 โดยเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีระบบการบริหารจัดการแบบเอกชน เน้นการเรียนการสอนด้านธุรกิจการจัดการ

ระยะเวลาศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศไทย

อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการศึกษา ณ ประเทศสิงคโปร์ ระยะเวลาในการศึกษา ณ ประเทศไทย
24 ปีขึ้นไป ปริญญาเอก 3 ปีขึ้นไป 4 ปีขึ้นไป
22 – 23 ปี ปริญญาโท 1 – 2 ปี 2 ปี
18 – 21 ปี ปริญญาตรี 3 ปี (ทั่วไป)

4 ปี (Honor)

4 ปี
15 – 17 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เตรียมมหาวิทยาลัย 2 – 3 ปี 3 ปี

 

12 – 14 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 4 – 5 ปี 3 ปี
9 – 11 ปี ประถมปลาย 2 ปี 3 ปี
6 – 8 ปี ประถมต้น 4 ปี 3 ปี
การเลือกสถานศึกษา
  1. ตรวจสอบข้อกำหนดและคุณสมบัติที่โรงเรียนกำหนดสำหรับนักเรียนเข้าเรียน
  2. ตรวจสอบข้อกำหนดในการรับเข้าของแต่ละโรงเรียน
  3. ตรวจสอบภาษาที่ใช้ในการเรียน ถ้าความสามารถในภาษานั้น ๆ ยังไม่เพียงพอในการเข้าเรียน อาจจะต้องเรียนหลักสูตรเพื่อการเตรียมตัวก่อนจะเข้าเรียน
  4. เลือกโรงเรียนที่มีแผนคุ้มครองสวัสดิการนักเรียน (Student Protection Scheme (SPS) และ Case Trust for Education)

ขั้นตอนการสมัครเรียนในโรงเรียนรัฐบาลสิงคโปร์

การสอบ AEIS (Admissions Exercise for International Students) รัฐบาลสิงคโปร์ เปิดให้นักเรียนต่างชาติสมัครสอบ เมื่อสอบผ่านแล้วรัฐบาลจะเป็นผู้จัดหาโรงเรียนให้กับนักเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการสอบ จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม นักเรียนที่มีสิทธิสอบ AEIS สามารถสอบเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา 2 – 3 และมัธยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 การสอบใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด วิชาที่สอบ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์โดยจะครอบคลุมเนื้อหาวิชาในระดับชั้นก่อนระดับที่เข้าสอบ เช่น นักเรียนที่สอบเข้าประถม 3 จะต้องมีความในเนื้อหาวิชาในระดับประถม 1 และ 2 เป็นตัน ซึ่งนักเรียนสามารถสมัครสอบ AEIS ได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และหากสอบไม่ผ่าน จะต้องรอสอบในปีถัดไป โดยมีค่าเนียม 672 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ณ พ.ศ.2560)

การสอบ QT (Qualifying Test) นักเรียนที่สอบ AEIS ไม่ผ่านจะต้องสอบ QT เพื่อวัดคุณสมบัติความพร้อมก่อนที่จะสอบตรงกับโรงเรียนต่าง ๆ หรือสอบ PACT(สอบรวม)

การสอบ PACT เป็นการสอบรวมของโรงเรียนต่าง ๆ โดยนักเรียนสอบครั้งเดียวสามารถนำผลสอบไปยื่นกับโรงเรียนที่เป็นสมาชิกได้โดยไม่ต้องเสียเวลาสอบแต่ละโรงเรียน

ค่าธรรมเนียม (ณ พ.ศ.2560)

  • ระดับประถมศึกษา 200 ดอลลาร์สิงคโปร์
  • ระดับมัธยมศึกษา 250 ดอลลาร์สิงคโปร์

เอกสารที่ใช้ในการสมัครสอบ

  1. สูติบัตร
  2. ใบเปลี่ยนชื่อ นามสกุล (ถ้ามี)
  3. ทะเบียนสมรสของบิดามารดา (ถ้ามี)
  4. เอกสารการเรียน ใบเกรดภาษาอังกฤษ และจดหมายรับรองการจบการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่เป็นภาษาอังกฤษ
  5. สำเนาหน้าพาสปอร์ต ของนักเรียน บิดา มารดา
  6. รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้วครึ่ง หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป

* เอกสารในข้อ 1 – 3 จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศ (กองสัญชาติและนิติกร)

  1. หลักฐานทางการเงิน (Bank Statement)

เอกสารสำคัญที่ต้องนำติดตัวในวันเดินทาง

  1. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ
  2. จดหมายตอบรับจากโรงเรียน
  3. ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ เช่น ค่าเล่าเรียน การประกันการเดินทาง
  4. จดหมายการได้รับทุน (ถ้ามี)
  5. เอกสารทางการศึกษา เช่น ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) ใบประกาศนียบัตร สูติบัตร และเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้สมัครและรับวีซ่านักเรียน
  6. เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบอนุญาตขับรถ บัตรประชาชน
  7. เงินสด (ดอลลาร์สิงคโปร์) เพียงพอที่จะใช้จ่ายในช่วงสัปดาห์แรก
  8. ในการอยู่ที่สิงคโปร์ ควรพกเงินแต่น้อย (ประมาณ 1,000 ดอลลาร์สิงคโปร์)
  9. ส่วนเงินก้อนใหญ่ควรซื้อเป็นตั๋วแลกเงิน (Bank draft) หรือเช็คเดินทาง
  10. Traveler’s cheque แต่การถอนเงินตามตั๋วแลกเงิน (Bank draft) จากธนาคารต่างประเทศ อาจใช้เวลาประมาณ
    3 สัปดาห์
  11. เอกสารเกี่ยวกับที่พักอาศัย
  12. เอกสารเกี่ยวกับการนัดรับที่สนามบิน
  13. สมุดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของเพื่อน ญาติ ศูนย์นักเรียนนานาชาติของโรงเรียน ผู้จัดหาที่พัก ผู้มารับที่สนามบิน เป็นต้น

การดำเนินการเมื่อมาถึงสิงคโปร์

  1. กรอกแบบฟอร์มผู้โดยสารขาเข้าที่ได้รับบนเครื่องบิน
  2. แสดงแบบฟอร์มผู้โดยสารขาเข้าพร้อมหนังสือเดินทางและพาสปอร์ตให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน ในกรณีที่จะมาเรียนที่สิงคโปร์เป็นระยะเวลานาน จะต้องเก็บอีกส่วนหนึ่งของฟอร์มผู้โดยสารขาเข้าเพื่อใช้ในการสมัครทำวีซ่านักเรียน
  3. กรณีที่ต้องการแลกเงินดอลาร์สิงคโปร์ ที่สนามบินมีเคาน์เตอร์ Foreign Exchange or Money Changers ให้บริการอยู่ นอกจากนี้ยังสามารถแลกได้ที่ผู้ให้บริการแลกเงินที่มีใบอนุญาตตามห้างสรรพสินค้า หรือธนาคาร
  4. ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมการเรื่องที่พัก ที่สนามบินจะมีเคาน์เตอร์ของสมาคมโรงแรมของสิงคโปร์ (Singapore Hotel Association-SHA) ให้บริการการจองโรงแรม
  5. มีบริการรถไฟฟ้า MR แท็กซี่ และรถประจำทางที่สนามบินในกรณีที่ไม่ได้ใช้บริการนัดรับที่สนามบิน
  6. เมื่อถึงโรงเรียนแล้วให้ไปติดต่อที่ International Students’ Office (ISO) เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปฐมนิเทศ (หากมี) และยังสามารถลงทะเบียนการปฐมนิเทศที่จัดโดยฝายบริการการศึกษาของการท่องเที่ยวสิงคโปร์ที่มี การจัดขึ้นเป็นประจำ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ในอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ singaporeedu.gou.sg
  7. การรับวีซ่านักเรียนสามารถไปรับเองหรือรับผ่านทางโรงเรียนที่ศูนย์บการนักท่องเที่ยว กองตรวจคนเข้าเมือง (Visitor Services Centre, Immigration & Checkpoints Authority) เอกสารที่ใช้ในการรับวีซ่านักเรียน ได้แก่ หนังสือตอบรับเข้าเรียน (In-Principle Approval Letter) หนังสือเดินทาง แบบฟอร์มผู้โดยสารขาเข้า (ส่วนที่ได้รับคืนจากด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน) ผลการตรวจร่างกายค่าธรรมเนียม การทำวีซ่านักเรียน สำเนาใบสมัครวีซ่านักเรียน (Student’s pass Application Form 16) ทั้งนี้ วีซ่านักเรียนจะได้รับการอนุมัติตามเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือการตอบรับเข้าเรียน การขอรับวีซ่านักเรียนต้องทำภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เดินทางมาถึงสิงคโปร์

ที่ตั้งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สิงคโปร์

  1. Royal Thai Embassy

ที่ตั้ง: 370 Orchard Road, Singapore 238870

โทร: (65) 6737 2475 ,6737 2476   โทรสาร: (65) 6732 0778

E-mail: thaisgp@singnet.com.sg

เปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา: 9.15 น. – 12.00 น. และ 14.00 น. – 17.00 น.

เว็บไซต์: www.thaiembsingapore.org

  1. Police Headquarters

ที่ตั้ง: New Phoenix Park, 28 Irrawaddy Road Singapore 329560

โทร: 63530000

  1. สถานีตำรวจ

หมุน 999 กรณีต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตอบภายใน 10 วินาที และจะมาถึงที่เกิดเหตุภายใน 15 นาที กรณีมีเหตุการณ์เร่งต่วน และภายใน 30 นาทีกรณีปกติ หรือไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดหรือศูนย์ตำรวจใกล้เคียงเพื่อขอความช่วยเหลือหรือลงบันทึกประจำวัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.spf gov.sg (กองบังคับการตำรวจสิงคโปร์)

  1. ศูนย์บริการการศึกษาสิงคโปร์ (Singapore Education Services Centre)

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2005 โดย Mr. Chan Soo Sean รัฐมนตรีด้านการศึกษา การค้า และอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของตึก YMCA เลขที่ 1 ถนน Orchard เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาการเรียนรู้ระดับโลก (Global Learning Village) และเป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้ (Learning Hb) รวมทั้งเป็นศูนย์ให้บริการข้อมูลที่ครบวงจรและเชื่อถือได้สำหรับนักเรียนต่างชาติ เกี่ยวกับการเรียนและการใช้ชีวิตในประเทศสิงคโปร์

สายด่วนความช่วยเหลือ (Student Help-Lines)

1). นักเรียนระดับประถมศึกษาที่ต้องการคนพูดคุยด้วย ติดต่อไปที่ Tinkle Friend หมายเลขโทรศัพท์ 1 800 27 4 4788 หากต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษา สามารถติดต่อไปที่ สายด่วนบริการด้านการศึกษา (Education Services Hotline) หมายเลขโทรศัพท์ 6831 3764

2). เยาวชน (Youthline) ต้องการคำปรึกษาเรื่องส่วนตัว ปัญหาครอบครัวความเครียดหรือปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเพศ ติดต่อหมายเลข 6336 3434 เปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ ระหว่างเวลา 8.30 น. – 18.00 น.

3). ศูนย์บริการฉุกเฉินสำหรับเยาวชน (Teenage Crisis Centre) ติดต่อหมายเลข 6346 9332 ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด การโจรกรรม หนีเรียน การทำผิดกฎหมายอื่น ๆ และให้คำปรึกษากรณีฉุกเฉิน

4). การดูแลเด็กเล็กและนักเรียน (Child Care and Student Care) ติดต่อหมายเลข 1800 258 5812

5). การป้องกันการกระทำทารุณต่อเด็ก (Child & Protection Service-Child Abuse) ติดต่อหมายเลข 1800-258 6378

6). บริการสวัสดิการครอบครัวและเด็กเล็ก (Family & Child Welfare Service) ความรุนแรงในครอบครัว (Family Violence) ติดต่อหมายเลข 6354 8324

การดำเนินการด้านการเงิน

ธนาคาร

สามารถเปิดบัญชีกับธนาคารสิงคโปร์ (ธนาคารดีบีเอส ธนาคารยูโอบีหรือโซีบีชี) หรือธนาคารต่างชาติ (ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารแห่งประเทศจีนธนาคารแห่งประเทศอินเดีย หรือธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้) ได้ โดยนำหนังสือเดินทางพร้อมบัตรประจำตัวนักเรียนหรือจดหมายจากโรงเรียนไปด้วย เงินฝากขั้นต่ำ คือ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ ทั้งนี้ ธนาคารจะมีบริการอื่น ๆ ด้วย เช่น บริการโอนเงิน เช็คเดินทางและรับแลกเปลี่ยนเงินตรา

เครื่องเอทีเอ็ม

เมื่อเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารแล้ว สามารถขอทำบัตรเอทีเอ็มได้ บัตรนี้มีประโยชน์ในการใช้ถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มและยังทำธุรกรรมได้อีกหลายอย่าง เช่น เติมเงินในบัตร Link เพื่อใช้ชำระค่าโดยสาร รถไฟฟ้า MRT และค่ารถโดยสารประจำทาง

เครือข่ายการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Network for Electronic Transiters-INETS)

สามารถใช้บัตรเอทีเอ็มในการโอนเงินเพื่อชำระหนี้ในการซื้อสินค้าแทนการใช้เงินสด โดยจะหักเงินจากบัญชีธนาคารโดยตรง ณ จุดที่ทำการซื้อขาย

การรับแลกเปลี่ยนเงินตรา

สามารถแลกเปลี่ยนเงินตราได้ที่ธนคาร หรือร้านค้าที่มีใบอนุญาตในการรับแลกเปลี่ยนเงินตรา ร้านเหล่านี้มักตั้งอยู่ในศูนย์การค้าและศูนย์การพาณิชย์

โทรศัพท์

โทรศัพท์มือถือ

การซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้โทรภายในประเทศและโทรไปต่างประเทศต้องทำสัญญาเป็นสมาชิกหรือเป็นสมาชิกโดยการชำระค่าโทรศัพท์ล่วงหน้าโดยผู้ที่ะเป็นสมาชิกจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 16 ปี มีบัตรวีซ่านักเรียนและหนังสือเดินทาง กรณีอายุไม่ถึง 16 ปี จะซื้อโทรศัพท์มือถือได้เฉพาะแบบสมาชิกที่ชำระค่าโทรศัพท์ล่วงหน้าอย่างไรก็ตามแต่ละบริษัทก็มีนโยบายต่างกัน ทางที่ดีที่สุดควรสำรวจเงื่อนไขของแต่ละบริษัทโดยตรง ดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ ดังนี้

  • singtel.com.sg
  • m1.com.sg
  • starhub.com.sg
โทรศัพท์บ้าน

ทุกบ้านและสำนักงานจะมีหมายเลขโทรศัพท์และคู่สายเป็นของตนเองสามารถใช้คู่สายเหล่านี้โทรไปต่างประเทศ โดยกด 001,0013 หรือ 019 (SingTel) 002 หรือ 021 (Mobile One) และ 008 หรือ 018 (Star Hub)

โทรศัพท์สาธารณะ

ใช้เหรียญ บัตรเครดิตหรือซื้อบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ โทรที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ซึ่งตั้งอยู่ตามศูนย์การค้า สถานีรถโดยสาร หรือรถไฟ

คอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ควรซื้อจากร้านในศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยม และมีความน่าเชื่อถือ เช่น Funan IT Mal และ Sim Lim Square

การบริการอินเตอร์เน็ตมี 2 แบบ คือ Broadband และ Dial-up Internet ผู้ให้บริการที่เป็นที่นิยมมากกว่า ได้แกSing Net, Star Hub และ Pacific Internet แต่ละบริษัทจะมีกฎระเบียบ ไม่เหมือนกันจึงควรตรวจสอบระเบียบการสมัครใช้บริการจากบริษัทโดยตรง

บ้านพักเอกชนและบ้านพักของรัฐ

มีที่พักอาศัยให้เลือกเป็นจำนวนมาก เช่น แฟลตชุมชนของการเคหะแห่งชาติ บ้านพักเอกชน ที่พักพร้อมอาหารของเอกชนและรัฐบาล ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้จากสถาบันที่ศึกษาหรือตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์

คำแนะนำในการเช่าอพาร์ตเม้นท์

ก่อนที่จะตอบตกลงเช่าอพาร์ตเม้นท์ อาจต้องขอคำแนะนำจากตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ หรือศึกษาคู่มือที่พักอาศัยของนักเรียนจากเว็บไซต์ www.singaporeedu.gou.sg หรือติดต่อที่หมายเลข 68313764

สาธารณูปโภค

ทุกครัวเรือนในสิงคโปร์ใช้น้ำก๊าซ และไฟฟา ที่มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้จากองค์กรบริการสาธารณูปโภค PUB ผู้ให้บริการน้ำประปาดื่มกินได้ทั่วประเทศซึ่งมีฟลูโอไรด์และไม่กระด้าง และ Singapore power ให้บริการท่อน้ำ ก๊าซและไฟฟ้าแต่บางครัวเรือนเลือกที่จะใช้ก๊าซจากถังก๊าซในการหุงต้ม ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้จากเว็บไซต์ www.pub.gov.sg และ www.singaporepower.com.sg

ไฟฟ้า/แรงดัน

ระบบกระแสไฟฟ้าของสิงคโปร์ คือ 240 โวลต์ ต้องใช้ปลักสี่เหลี่ยมที่มี 3 ขา ดังนั้น หากนำเครื่องใช้ไฟฟ้าติดตัวมาด้วย ให้ซื้อเครื่องแปลงไฟฟ้าจากร้านไฟฟ้าในสิงคโปร์ได้

ที่ตั้งสถานทูตสิงคโปร์

สถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย

ที่ตั้ง: ตึกรันการ ชั้น 9 เลขที่ 129 ถนนสาทรใต้ เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์: 0 – 2286 – 2111, 0 – 2286 – 1434  โทรสาร: 0 – 2286 – 6966

เปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ – ศุกร์   เวลา: 08.30 น. – 12.00 น. และ 13.00 น. – 16.30 น.

E-mail: singemb@pacific.net.th

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวสิงคโปร์ ( Singapore Tourism Board @ Singapore Centre)

ที่ตั้ง: สำนักงานเลขที่ 1702 – 1703 ชั้น 17

อาคารสำนักงานสาทรสแควร์ (Sathorn Square Office Tower)

เลขที่ 98 ถนนสาทรเหนือ แขวงสาทร เขตบางรัก

กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ 10500

เปิดให้บริการ: ทุกวันจันทร์ – วันศุกร์

ระหว่างเวลา: 09.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์: 0 – 2108 – 1273-4    โทรสาร: 0 – 2108 – 1277

Website: http://www.visitsingapore.com/th_th.html

ที่มา:

Wikipedia Website: http://th.wikipedia.org.wiki/

Singapore Education Website: http://www.singaporeedu.gov.sg

ICA Government Website: http://www.ica.gov.se/

CPE Government Website: http://www.cpe.gov.sg

Royal Thai Embassy Singapore: http://www.thaiembassy.sg/

หนังสือสาระน่ารู้ OCSC Expo 2018

Scroll to Top