MENU

Travel in Japan

30 พฤศจิกายน 2014 0 admin

ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น


ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 6,800 เกาะ เรียงรายเป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของมหาสมุทรแปซิฟิก และตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” ญี่ปุ่นมีขนาดเล็กกว่าไทยประมาณ 0.7 เท่า แต่มีประชากรมากกว่าประมาณ 2 เท่า

ญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะคือ ฮอกไกโด ฮอนชู ชิโกกุ และคิวชิว

เกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุ มีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด ( Prefecture ) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมือง โดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411

Print

สภาพภูมิอากาศ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่น มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ

1.ฤดูใบไม้ผลิ  (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศาเซลเซียส

2.ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้น ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส

3.ฤดูใบไม้ร่วง  (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศาเซลเซียส

4.ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 05-07 องศาเซลเซียส

ภาษา

ประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาอังกฤษตามสถานที่สำคัญ เช่น โรงแรม สนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว หรือ ตาม เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลท่องเที่ยวสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

เงินตรา

สกุลเงินญี่ปุ่น คือ เงินเยน ในท้องตลาดใช้ได้แต่เงินเยนเท่านั้น ดอลล่าร์สหรัฐแลกได้ตามธนาคาร และโรงแรม

japan-moneyอาหารการกิน

อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสดอร่อย และความสวยงามในการตกแต่ง รวมทั้งความหลากหลาย อาหารที่เป็นที่นิยมของที่นี่ ได้แก่ โอโคโนมิยากิ หรือ พิซซ่าญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชิมเมื่อมาเยือนฮิโรชิมา รวมทั้งร้านราเมนต่างๆ ที่เปิดจนดึกดื่น และหอยนางรมที่ขึ้นชื่อมานานนับศตวรรษ โดยสามารถหารับประทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

พระราชวังอิมพีเรียล

tokyuu

พระราชวังอิมพีเรียล (โคเคียว ) เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียวท่ามกลางคูน้ำล้อมรอบมาตั้งแต่สมัยเอโดะ บนพื้นที่มากกว่า 270 เอเคอร์ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสวนป่าไม้ธรรมชาติ และเนื่องจากพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิ จึงไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม แต่จะมีเพียงกรณีพิเศษ 2 ปีที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าได้คือ วันที่ 23 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และวันที่ 2 มกราคม ของทุกปี ที่สมเด็จพระจักรพรรดิจะออกสมาคม เพื่ออวยพรให้ประชาชนเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ แต่จะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าได้เพียงแค่บริเวณพระราชฐานชั้นนอกเท่านั้น

ภายในอุทยานชั้นในอันเป็นเขตพระราชฐาน เป็นอาคารคอนกรีตทรงเตี้ย หลังคาสีเขียว ซึ่งสร้างขึ้นแทนของเดิมที่ถูกทิ้งระเบิดโดยฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณที่นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมถ่ายรูปกันคือ สะพานนิจูบาชิ เป็นสะพานที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างมากแล้ว ยังเป็นสะพานที่สามารถข้ามผ่านไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อีกด้วย

Imperial_01 Imperial_03 (1)

อาซากุสะ (Asakusa)

NM-J14-ทัวร์ญี่ปุ่น-วัดอาซากุสะ-03 sakura4

วัดอาซากุสะ มีชื่อเดิมว่า วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดพุทธโบราณ แต่ที่เรียกกันติดปากว่า วัดอาซากุสะ เพราะตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ มีเรื่องเล่าว่าก่อนจะมีการสร้างวัด มีพี่น้องคู่หนึ่งไปเจอรูปปั้นคันนน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตาในแม่น้ำสุมิดะ และแม้ว่าทั้งคู่จะนำรูปปั้นนี้กลับทิ้งแม่น้ำอีกสักกี่ครั้ง ก็จะมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของคนทั้งสองเสมอ จึงมีการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการสักการะบูชาเทพเจ้าคันนน ต่อมาจึงมีการสร้างเป็นวัด เมื่อปี ค.ศ. 628 และสร้างเสร็จในปี 645

Asakusa_01 Asakusa_02

ชินจูกุ (Shin-juku)

East-Shinjuku-Japan-hd-wallpapers Shinjuku-4

สถานีรถไฟชินจูกุ เป็นสถานีที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ซึ่งสถานีชินจูกุสภาพความเป็นจริงนั้นสับสนอลหม่านด้วยผู้คนเฉียดวันละ 3,000,000 คนยืนเบียดเสียดกัน โดยช่วงเวลาที่หนาแน่คือตอนเช้า 7:30-9:30 และตอนเย็น 17:00-18:00

ชินจูกุเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโตเกียว ไม่จำกัดว่าเป็นย่านแฟชั่น หรือย่านใดๆทั้งสิ้นเนื่องจากว่าที่ชินจูกุจะมีร้านค้าหลากหลายให้จับจ่ายครบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น เสื่อผ้า เครื่องแต่งกาย สินค้ามียี่ห้อ(แบรนด์ต่างๆ) เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ามือสอง ร้านขายยา และยังรวมไปถึงแหล่งบันเทิงกลางคืนและร้านอาหารต่างๆด้วย สามารถหาซื้อสินค้านานาชนิดได้จากที่นี่ อาทิ ร้าน 100 เยน ที่สินค้าแถบทุกชิ้นภายในร้านล้วนมีราคา 100 เยนทั้งสิ้น ร้านขายเครื่องอิเลคทรอนิกส์ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล นาฬิกา เครื่องสำอาง ยาและสินค้าอื่น ๆ

Shinjuku01 Shinjuku05 Shinjuku07 Shinjuku09 Shinjuku10

กินซ่า (Ginza)

กินซ่า (Ginza) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลกที่สุดของญี่ปุ่น รองจากโตเกียวและเกียวโต กินซ่า มาจากคำว่าเงิน แปลว่าเงิน ในสมัยโบราณญี่ปุ่นใช้เหรียญ 3 ชนิด คือเหรียญเงิน,ทอง และทองแดง ต่อมาโชกุนโทกุงาวะ อิเอยะสุได้ยุบเหลือเพียงชนิดเดียวคือเหรียญเงิน ในปี 1612 เขาได้ย้ายโรงกษาปณ์ของทางการจากชนบทมาอยู่ที่กินซ่าอีกยี่สิบปีต่อมา โรงกษาปณ์ได้ย้ายไปอยู่แถวนิฮมบาชิ แต่ย่านนี้ก็ยังคงเรียกขานว่ากินซ่าจนทุกวันนี้ชูโอโดริ บางทีเรียกกันว่าถนนกินซ่าโดริ เป็นถนนสำคัญหนึ่งในสองสายที่ตัดผ่านกินซ่าอยู่สองสามช่วงตึก ผ่าย่านนี้ออกจากนิฮมบาชิและยาเอสุ ชูโอโดริเป็นอนุสรณ์สำหรับที่ตั้งกินซ่าเดิม ถัดไปเบื้องล่างเป็นถนนสายกว้าง สองฟากล้นหลามด้วยห้องเสื้อทันสมัย แกลเลอรี่ศิลปะและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น มัตสึยะ กินซ่า 4 โจเมะ เป็นย่านของคนคลั่งชอปปิ้ง โดยจุดนัดพบยอดนิยมของผู้คนอยู่หน้าตึกโซนี่ ข้างในอาคารมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด และโชว์รูมโตโยต้า หากเดินซอกแซกตามตรอกซอยทางตะวันตกเฉียงใต้ของถนนฮารูมิโดริคุณจะพบ แกลเลอรี่ศิลปะมากมาย ซึ่งขายงานระดับคุณภาพ

ginza_05 Ginza_Wako_Clock (1) tokyo_ginza

ชิบุยะ (Shibuya)

shibuya78wldownload

ศูนย์กลางของความเป็นวัยรุ่นถูกรวบรวมไว้ที่นี่ทั้งร้านอาหารสุดอินเทรนด์ บาร์ คลับและไลฟ์เฮ้าส์ ห้างสรรพค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่เรียงรายตอบสนองทุกความต้องการอันร้อนแรงของเหล่าวัยรุ่น ยิ่งถ้าต้องการของน่ารักสดใสสุดแสนคาวาอี้ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสารของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ อย่าพลาดการมาชิบูย่าเชียวนะ ช้อปเสร็จก็พักผ่อนฝากท้องกับคาเฟ่มีสไตล์และร้านอาหารจุกจิกราคาเบาๆ ได้อีกด้วย แต่ยังไงก็อย่าลืมรูปปั้นสุนัข “ฮาจิโกะ” และ “ทางม้าลายยักษ์ข้ามถนนห้าแยก” ที่เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยม ถัดจากสถานีชิบูย่ามาอีกนิดก็จะพบกับธรรมชาติสุดแสนจะอุดมสมบูรณ์ของสวน “โยโยหงิ” สวนสาธารณะที่เปรียบดังความสุขของผู้คน ที่ไม่เคยว่างเว้นจากอีเว้นท์ปลายสัปดาห์

01_150 150_img_nm2 area_shibuya_img02

ฮาราจูกุ (Harajuku)

Harajuku_01

ฮาราจูกุ เป็นศูนย์รวมของเด็กวัยรุ่น ที่แต่งหน้า แต่งตัว กันแบบที่เรียกได้ว่าหลุดโลก มาอวดโฉมกัน โดยในวันอาทิตย์เด็ก เหล่านี้จะมารวมตัวกัน มีทั้งแนว แฟนตาซี ปีศาจ คิขุอาโนเนะน่ารัก ๆ(แนวนี้ชอบ อิอิ) เป็นสีสันให้กับถนนสายนี้รับรองว่าใครมีโอกาสได้มาที่ฮาราจูกุละก็ไม่เบื่อแน่นอน เอาล่ะมาพูดถึงแหล่งช้อปปิ้งดีกว่าที่ชื่อดังก็คงมี ถนนทาเคชิตะ ( Takeshita Dori ) และถนนโอโมโตะซานโดะ (Omotosando) มาดูกันว่าแต่ละที่เป็นอย่างไงจะได้รู้ว่าควรไปช้อปตรงไหน

ถนนทาเคชิตะ ( Takeshita Dori ) เป็นถนนเล็กๆ หน้าสถานีฮาราจูกุ ที่ถนนสายนี้เป็นแหล่งรวมร้านค้าที่สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของวันรุ่น ทั้งร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับ เครื่องสำอางค์ มีให้เลือกหลายแบบ

เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของถนนสายนี้ คือ เครป ที่ถนนสายนี้จะมีร้านเครปเยอะมาก ขอบอกก่อนเลยไม่เหมือนที่ขายที่ประเทศไทยแน่นอน บอกเลยว่าอร่อยกว่าเยอะ มีหน้าให้เลือกเยอะมาก มาถึงแล้วก็ลองหน่อยล่ะกัน ในวันหยุดถนนสายนี้คนจะเยอะมาก แต่คิดว่าเพื่อน ๆ คงไม่เบื่อ เพราะจะมีวัยรุ่นญี่ปุ่นน่ารัก ๆ เดินกันเต็มถนนเหมือนกัน

harajuku2harajuku1

ถนนสายแบรนด์เนมโอโมโตะซานโดะ ( Omotosando ) เป็นอีกสายหนึ่งที่วัยรุ่นจะมาแต่งตัวอวดโฉมกันแต่จะต่างกันตรงที่จะออกแนวสวย หล่อ ดาราญี่ปุ่นที่น่ารัก  ๆ ก็มาจากแถวนี้เหมือนกัน  และด้วยที่ว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมสินค้าแบร์นเนมหรู ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้าง ลาฟอเร่ห์ ( Laforet Harajuku ) ห้างที่สูง 7 ชั้นมีร้านเสื้อผ้ามากกว่า 150 ร้าน หรือจะเป็น Omotosando Hill ช๊อปปิ้งมอลล์ที่มีร้านขายแฟชั่นราคาแพง อาหาร ภัตตาคารหรู ร้านเสริมสวย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Louis Vuitton,Cristian Dior,Channel,Gucci

Omotosando_1

Rainbow Bridge

ODAIBA_RAINBOW_BRIDGE-630x414 Rainbow-Bridge-Tokyo-2016

เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองโตเกียว และเกาะ โอไดบะ สามารถขับรถ เดิน หรือนั่งรถไฟข้ามผ่านสะพานนี้มาได้ สะพานนี้ ยังเป็นเครื่องหมายเชิงสัญลักษณ์ ของเกาะ โอไดบะ อีกด้วย

Tokyo Disneyland

สวนสนุกขนาดใหญ่ในกรุงโตเกียว ข้างๆกันมีสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ซี การเดินทางสะดวก เปิดให้บริการทุกวัน ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซนเครื่องเล่น การแสดง โรงละคร ร้านอาหารและร้านของฝาก การเดินทางสะดวกสบาย อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาทีโดยรถไฟ JR นอกจากนี้ยังมีที่พักคือ โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ที่อยู่ติดกับตัวสวนสนุกอีกด้วย

disneyland_copyright7TDL-Castl-2 

ภูเขาไฟฟูจิ

ภูเขาไฟฟูจินี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาไฟฟูจิว่า ฟูจิซัง (Fujisan– 富士山) มีความสูงราว 3,776 เมตร (12,388 ฟุต) จากวัดเส้นรอบวงของภูเขาไฟฟูจิวัดเส้นรอบวงได้ประมาณ 100 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณจังหวัดชิซึโอะกะ และจังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิเคยระเบิดมาแล้วซึ่งครั้งหลังสุดที่ระเบิดคือเมื่อปี พ. ศ. 2250 (ค.ศ. 1707) ซึ่งตรงกับยุคเอโดะ

เชื่อว่ามีผู้ปีนเขาฟูจี ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1206 โดยนักบวชท่านหนึ่ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึงยุคเมจิ ภูเขาฟูจิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงขึ้นเขา โดยในปัจจุบันภูเขาฟูจิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภูเขาฟูจิได้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาดต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของ โฮะกุไซ ที่มีให้เห็นในวรรณกรรมญี่ปุ่นและกาพย์กลอนที่สำคัญมากมาย ภูเขาฟูจิยังเป็นฐานทัพของซามูไรต่างๆมากมายจากยุคอดีต เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งในปัจจุบัน ฐานทัพหนึ่งของกองทหารญี่ปุ่นตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฟูจิ

บริเวณโดยรอบภูเขาไฟฟูจิมีสวนสาธารณะ มีสถานที่ว่ายน้ำ อาบน้ำ มีทะเลสาบกว้างใหญ่ และทัศนียภาพที่งดงาม ชาวญี่ปุ่นทุกคนต้องดินทางมาเที่ยวที่ ภูเขาไฟนี้อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนยอดเขา การที่ปีนภูเขาไฟฟูจิในตอนกลางคืนเพราะเมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วเราก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นพอดี ซึ่งสวยงามมาก ส่วนมากแล้วชาวญี่ปุ่นจะใช้เวลาประมาณ 2 วันในการปีนภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งระหว่างทางก็จะมีที่พักให้สำหรับนักปีนเขาอยู่ตลอดทาง ข้างบนยอดเขาฟูจินั้นยังมีโทรศัพท์และตู้ไปรษณีย์ สำหรับผู้ที่สนใจจะปีน ก็สามารถซื้อไม้ที่เชิงเขา เพื่อที่จะเอาไว้ ทำเครื่องหมายในแต่ละจุดที่เดินผ่าน

และรอบๆฟูจิซังจะมีทะเลสาบอยู่ห้าแห่ง ทะเลสาบที่ค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันมากที่สุดก็คือทะเลสาบที่ชื่อว่าฮาโกเนะ ซึ่งบริเวณนั้นจะมีจุดท่องเที่ยวหลายๆแห่งให้เราแวะเข้าไปเที่ยวชม และมีกิจกรรมต่างๆมากมายให้ทำนอกเหนือไปจากการมองเห็นฟูจิซังแบบใกล้ๆเต็มๆตา อย่างเช่นการนั่งเรือข้ามทะเลสาบ นั่งโรปเวย์ข้ามภูเขา นั่งรถราง มีพิพิธภัณฑ์ มีเหมืองแร่ และน้ำพุร้อนที่สามารถต้มไข่ให้สุกได้ การเดินทางจากโตเกียวไปยังฮาโกเนะก็ไม่ยากเลย มีทั้งรถไฟ รถบัส แต่ทางที่สะดวกก็คงจะเป็นรถไฟซึ่งมีตลอดเวลา

557000000042201 fuji_01 fuji_02 

Blog Feed