MENU

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

30 พฤศจิกายน 2014 0 admin

ท่องเที่ยวสิงคโปร์


ท่องเที่ยวสิงคโปร์ เป็นเมืองที่ไม่หยุดนิ่งและอุดมไปด้วยความแตกต่างและสีสัน คุณจะพบกับความผสมผสานอย่างกลมกลืนของวัฒนธรรม อาหาร ศิลปะ และสถาปัตยกรรมได้ที่นี่ เกาะแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่ถูกปลดปล่อย เป็นเสมือนกลจักรขนาดจิ๋วของเอเชียอาคเนย์ที่รวมเอาสิ่งที่ดีที่สุดของโลกตะวันตกและตะวันออกเอาไว้

สิงคโปร์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ความแปลกใหม่กำลังเกิดขึ้นอีกเร็วๆ นี้ คือ โครงการ “Marina Bay Sands” บริเวณ Marina Bay ให้เป็นแหล่งบันเทิงระดับโลก มีโรงละครขนาดใหญ่กว่า 2,000 ที่นั่ง ร้านแบรนด์เนม ภัตตาคารหรูและร้านอาหารลอยน้ำ “กาสิโน” เป็นก้าวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวที่จะเกิดขึ้นที่นี่โดยเฉพาะชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวได้ฟรี เพียงโชว์หนังสือเดินทาง แต่ถ้าคนภายในประเทศจะเข้าไปต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 1,000 ดอลลาร์ สิงคโปร์ได้วางแผนไว้จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงภายใน 10 ปี

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

สภาพภูมิอากาศ

ท่องเที่ยวสิงคโปร์ มีภูมิอากาศ แบบร้อนชื้นเส้นศูนย์สูตร ซึ่งสภาพอากาศของประเทศสิงคโปร์ก็จะคล้ายคลึงกับสภาพอากาศทางภาคใต้ของประเทศไทย กล่าวคือ อากาศร้อนและเปียกชื้นทั้งปี และจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียส และต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส

ประเทศสิงคโปร์ มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนตุลาคม และฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนมกราคม

ภาษา

สิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีภาษาจีนกลาง และภาษามาเลย์

เงินตรา

สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์ ตัวย่อ SGD) และ เซ็นต์ สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000 อัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ประมาณ 23-25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

อาหารการกิน

อาหารที่สิงคโปร์จะเน้นไปทางไก่ เนื่องจากประเทศสิงคโปร์ประชากรประกอบไปด้วยจีน, มาเลเซีย, อินเดีย จีนไม่กินเนื้อ อิสลามไม่ทานหมูฉะนั้นก็เหลือไก่และปลา อาหารที่นี่ราคาประมาณ 4-7 SGD ส่วนน้ำเปล่าก็ขวดละ 1 SGD


สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

เมอร์ไลออน (The Merlion)

แต่เดิมประเทศสิงคโปร์มีชื่อว่า เทมาเส็ก ซึ่งแปลว่า เมืองแห่งทะเล ในตอนนั้นสิงคโปร์เป็นประเทศยากจน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง แต่หลังจากที่เจ้าชายซางนิลา อุตามะ จากเมืองปาเล็มบังที่เกาะสุมาตรา มาค้นพบเกาะแห่งนี้ แล้วพบเห็นสัตว์รูปร่างคล้ายสิงโต ยืนอยู่บนหน้าผาและมองลงมายังทะเล จึงได้เรียกดินแดนแห่งนี้ว่า สิงคปุระ หรือก็คือ เมืองแห่งสิงโต ทำให้เมอร์ไลออนกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ในเวลาต่อมา เมอร์ไลออนเป็นสัตว์ที่มีครึ่งหนึ่งเป็นสิงโต อีกครึ่งเป็นปลา โดยชื่อของ Merlion (เมอร์ไลออน) มาจากคำว่า Mermaid (เมอร์เมด) แปลว่านางเงือก หรือ Merman (เมอร์แมน) แปลว่าเงือกตัวผู้ บวกกับ Lion (ไลออน) ที่แปลว่าสิงโต นั่นเอง

เมอร์ไลออนที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ถูกออกแบบขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1964 โดย ฟราเซอร์ บรูนเนอร์ สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายของที่ระลึกและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ ต่อมาได้รับการจดทะเบียนให้เป็นเครื่องหมายการค้า ของคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1966 ก่อนจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศในที่สุด

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

ปัจจุบันเมอร์ไลออนมีทั้งหมด 3 ตัว ตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้น มีความสูง 8.6 เมตร และหนักถึง 70 ตัน ตัวที่ 2 สูงเพียง 2 เมตร และหนักเพียง 3 ตันเท่านั้น ทำให้นักท่องเที่ยวที่พบเห็นต่างพากันคิดว่าเมอร์ไลออนตัวที่ 2 คือลูกของเมอร์ไลออนตัวแรก แต่แท้จริงแล้วเมอร์ไลออนทั้งหมดเป็นตัวผู้ เนื่องจากสิงโตตัวผู้เท่านั้นที่จะมีขนบริเวณหัวและลำคอ โดยทั้งสอง ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของ ลิมนางเส็งโดยวัสดุที่ใช้ในการสร้าง คือ ซีเมนต์ฟอนดู ซึ่งเป็นซีเมนต์ที่มีคุณสมบัติสูงในการรับแรงทางกายภาพ อีกทั้งยังทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และทนกรกัดกร่อนของสารเคมีได้เป็นอย่างดี ส่วนผิวหนังสร้างจากจานลายคราม ดวงตาทำมาจากจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก ภายในติดตั้งระบบปั๊มน้ำที่สามารถพ่นน้ำได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน หากต้องการสัมผัสเมอร์ไลออนทั้ง 2 ตัว อย่างใกล้ชิด ก็สามารถเดินทางไปชมได้ที่สวนหย่อมขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่ถึง 2,500 ตารางเมตร ติดกับโรงแรมฟูลเลอตัน

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

เมอร์ไลออนตัวสุดท้ายตั้งอยู่ที่เกาะเซ็นโตซ่า ถือเป็นเมอร์ไลออนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความสูงถึง 37 เมตร และยังเป็นสัญลักษณ์ของเกาะเซ็นโตซ่าอีกด้วย ภายในเมอร์ไลออนมีทั้งหมด 12 ชั้น ประกอบด้วยร้านขายของที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับเมอร์ไลออน ร้านอาหาร และจุดแสดงเรื่องราวเทพนิยายของสัตว์ชนิดต่างๆ ในตำนาน ไม่ว่าจะเป็นเมอร์ไลออน มังกร นางเงือก หรือแม้กระทั่งปลาหมึกยักษ์คราเคน ส่วนจุดชมวิวจะมีทั้งหมด 2 จุดด้วยกัน คือ ชั้น 9 ที่ให้เราชมวิวออกจากปากของเมอร์ไลออน และชั้น 12 ที่อยู่บนสุดของหัวเมอร์ไลออน ซึ่งสามารถชมวิวได้ถึง 360 องศา และหากได้มาเยี่ยมชมเจ้าเมอร์ไลออนขนาดยักษ์นี้ในยามค่ำคืน ท่านก็จะได้เห็นมันปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาจากตา ถือเป็นเทคนิคที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก

ท่องเที่ยวสิงคโปร์ ท่องเที่ยวสิงคโปร์

สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

สิงคโปร์ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) คือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสิงคโปร์ที่เปิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2008 ถือว่าเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูงถึง 165 เมตร การหมุนแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตัวห้องกระเช้าออกแบบมาเหมือนแคปซูล จุคนได้ 28 คน แต่ปกติเวลานั่ง เจ้าหน้าที่จะจัดให้นั่งประมาณ 10-15 คนต่อห้องเท่านั้น ภายในห้องออกแบบได้สวยงานหรูหราล้ำสมัย แอร์เย็นสบาย เค้ามีบริการ Package แบบ Dinner ในแคปซูลได้เลยด้วยค่ะ เท่าที่แอบเห็น เค้าจะมีโต๊ะทานข้าวแบบยาวๆ นั่งกันได้หลายคน และก็มีอาหารเสิร์ฟด้วยค่ะ จะว่าก็โรแมนติกใช่เล่นนะเนี่ย เข้าไปดูที่เว็บไซต์เค้าได้เลยนะคะ จะมี Package แบบ Dinner ในแคปซูลอยู่ด้วย

เกาะเซนโตซ่า (Sentosa Island)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

เซ็นโตซ่า (Sentosa) เกาะแห่งความสนุกของการท่องเที่ยวค่ะ เกาะแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายเลยล่ะ แต่ก่อนอื่น เรามารู้จักประวัติของเกาะกันเล็กน้อยนะคะ
เมื่อก่อน เกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa) ไม่ได้ชื่อนี้หรอกนะคะ ชื่อว่าเกาะแห่งความตายค่ะ แต่เดิมเกาะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านของชาวประมง และต่อมาเกิดโรคระบาด คนบนเกาะจำนวนมากต้องเสียชีวิตลง จึงได้มีการตั้งชื่อเกาะตามภาษามาลายูว่า บลากัง มาติ (Balakang Mati) ซึ่งหมายถึงเกาะแห่งความตาย ต่อมาสมัยสงครามโลก อังกฤษได้เข้ามาทำเกาะนี้เป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันการโจมตีทางน้ำ เมื่ออังกฤษถอนทัพไปในปี 1968 รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ปรับปรุงเกาะให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเปลี่ยนชื่อเกาะเป็นเซ็นโตซ่า (Sentosa) ซึ่งหมายถึงสันติภาพและความสงบสุข และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี 1972 เป็นต้นมา

สวนนกจูร่ง (Jurong BirdPark)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รวบรวมนกชนิดต่างๆ ไว้มากมายกว่า 8,000 ตัว 600 สายพันธุ์ แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ โดยเป็นการจำลองบรรยากาศตามถิ่นกำเนิดของนกแต่ละชนิดด้วยค่ะ เช่น Pelican Cove (นกพีรีแกน), Parot Paradise (สวนนกแก้ว), Lory Loft (กรงนกโนรีใหญ่), Penguin Expedition (การให้อาหารนกเพนกวิน)

สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ (Singapore Botanic Gardens)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

การตกแต่งสวนด้วยความใส่ใจของ the Singapore Botanic Gardens เป็นเหมือนสวนที่มีชีวิต เป็นปอดของเมืองสิงคโปร์ เปรียบได้กับการทำสวนในเมืองใหญ่  ทะเลสาบทั้ง 3 แห่งและพื้นที่เปิดของสวนครบครันด้วย ส่วนการประดับประดาด้วยกล้วยไม้ และมีสวนป่าฝนเพียงไม่กี่แห่งในเมืองใน the Eastern Hemisphere เป็นที่ที่เหมาะที่จะเดินเล่นมากๆ

พื้นที่สร้างสรรค์งานต่างๆ ภายในสวนที่อยู่ใจกลางเมืองของสิงคโปร์หลายๆ แห่ง นี่จะเป็นสวนที่เก่าแก่แห่งหนึ่งและดูแลดีที่สุดในสิงคโปร์ เริ่มต้นทำสวนโดยผู้ที่เข้ามาบุกเบิกสิงคโปร์และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น Sir Stamford Raffles  ซึ่ง The Botanic Gardens มีพื้นที่ประมาณ 74 hectares และมีเพียง the botanical gardens ที่เปิดให้เข้าฟรีถึง 5am ไปจนถึงเที่ยงคืนตลอดทั้งปี ทำให้เราค้นพบถึงความเงียบสงบ หรือ สามารถนั่งพักทอดสายตาได้เป็ฯเวลานานๆ

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ ท่องเที่ยวสิงคโปร์

โรงละคร เอสพลานาด (Esplanade – Theatres on the bay)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

The Esplanade เจ้าอาคารหนามทุเรียน นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสิงคโปร์จะต้องมาแวะเวียนถ่ายรูปชมการแสดงเป็นที่ระลึกการที่ตึกเป็นรูปทรงหนามทุเรียนแบบนี้มีทีมา เอสพานาด มีชื่อเต็มว่า The Esplanade Theatres on The Bay ชื่อของตึกนี้ตั้งตามชื่อสวนสาธารณะเอสพลานาดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของ เจ้าตึกทรงหนามทุเรียนนี้ โรงละครเอสพาลานาดดำเนินการมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 1992 โดยมีการจัดตั้งบริษัท Singapore Arts Contre ขึ้นมาดูแลการก่อสร้างในปี 1994 โดยเลือกทำเล เอสพลานาดปาร์ค เป็นสถานที่ก่อสร้างและสวนแห่งนี้ก็มีความสำคัญกับชาวสิงคโปร์เพราะสวนแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษ 1800 และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสิงคโปร์และบริเวณนี้ยังล้อมรอบด้วยอาคารและสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ของสิงคโปร์อีกหลายแห่งการสร้างโรงละครที่นี่จึงเหมาะสมมากที่สุดเพราะอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมของสิงคโปร์ตรงคอนเซ็ปการสร้างเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของศิลปะเซนเตอร์เพื่อได้ให้ชาวสิงคโปร์เองและนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มาเยี่ยมชมความเป็นศิลปะของชาวสิงคโปร์เมื่อเลือกสถานที่ก่อสร้างโรงละครเอสพานาดได้แล้วก็เริ่มลงมือสร้างในวันที่ 11 สิงหาคม 1996 แล้วเสร็จในปี 1998 ใช้เวลาเพียง 3 ปี ใช้งบประมาณในการก่อสร้างราว ๆ 600 ล้านเหรียญและเปิดให้เข้าชมในวันที่ 12 ตุลาคม 2002

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

ถนนออชาร์ด (Orchard Road)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

ถนนออร์ชาร์ด (Orchard Road) สวรรค์ของนักช็อป ถ้าพูดกันขนาดนี้ก็คงไม่ผิด เพราะว่าใครที่มาเที่ยวที่ถนนออร์ชาร์ด ต้องนึกถึงเรื่องช็อปปิ้งมาก่อนเป็นอันดับต้นๆ จนถึงอันดับแรกเลยทีเดียว เนื่องด้วยตลอดเส้นทางเป็นระยะยาวกว่า 2.2 กิโลเมตรของถนนออร์ชาร์ดเป็นที่ตั้งของบรรดาตึกสูงระฟ้า ที่มีร้านค้าแบรนด์ดังๆ จากทั่วโลกมาตั้งกันอยู่แทบจะทุกยี่ห้อที่เรารู้จัก และที่สำคัญสินค้าแบรนด์เนมรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งถูกผลิตออกมาขายมักจะต้องถูกนำมาตั้งขายกันที่นี่ก่อนเป็นที่แรกๆ ในเอเชีย นอกจากนั้นสองฝั่งของถนนออร์ชาร์ดยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังราคาตั้งแต่กลางๆ ไปจนถึงแพง อยู่หลายแห่ง

ลิตเติ้ล อินเดีย (Little India)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์

เมื่อคุณย่างกรายเข้าไปในย่าน Little India จงเปิดประสาทสัมผัสของคุณให้พร้อมสำหรับความเย้ายวนที่ไม่อาจต้านทาน แรกสุด คุณจะถูกรต้อนรับจากกลิ่นอันฉุนเฉียวของบรรดาเครื่องเทศชนิดต่างๆ กลิ่นหอมของดอกมะลิที่ร้อยเป็นพวงมาลัย จากนั้นคุณจะต้องตะลึงกับบรรดาเครื่องเงิน เครื่องทองเหลือง เครื่องประดับพื้นเมือง และผ้าไหมส่าหรีสีสันสดใส ที่ถูกขนนำมาวางเรียงรายละลานตา
จากที่เดิมเคยเป็นย่านของชาวอินเดียในสิงคโปร์ บริเวณถนน Sarangoon Road และละแวกใกล้เคียงในปัจจุบันจึงยังคงเป็นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักแห่งอดีตที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่ชวนให้ค้นหา

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

ไชน่าทาวน์ (Chinatown)

ท่องเที่ยวสิงคโปร์, เรียนต่อสิงคโปร์, ท่องเที่ยวประเทศสิงคโปร์, เรียนต่อ สิงคโปร์, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าสิงคโปร์, ข้อมูลประเทศสิงคโ

เบื้องหลังหมู่ตึกระฟ้าในย่านธุรกิจการเงินของสิงคโปร์คือไชน่าทาวน์ ศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของผู้อพยพชาวจีน เป็นชุมทางของถนนหลายสาย ทั้ง Pickering Street, Cantonment Road, New Bridge Road และ South Bridge Road ถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน โยงใยเป็นโครงข่ายถนนแห่งสีสัน และมีบรรดาตรอกซอกซอยน้อยใหญ่ขับเน้นให้โดดเด่นน่ามอง ที่นี่ พ่อค้าชาวจีนนิยมเปิดชั้นล่างของบ้านที่ยังอวลกลิ่นอายสมัยก่อนสงครามเป็นที่จำหน่ายสินค้า ซึ่งมีตั้งแต่ผ้าไหมในห่อประณีต เครื่องประดับทองคำ ไปจนถึงเสื้อยืดสไตล์สิงคโปร์ และสินค้าหัตถกรรมพื้นถิ่น

บรรยากาศในไชน่าทาวน์ไม่เหมือนที่ไหน ตามร้านขายยาแผนโบราณคุณจะได้สัมผัสกับการนำส่วนผสมแปลกๆ ทั้งหนังงู สมุนไพร เครื่องเทศ และอื่นๆ มาบดรวมกันแล้วต้มเป็นยาใช้รักษาอาการป่วยไข้ อาหารเลิศรสอาทิ ปลิงทะเลตากแห้งก็มีวางขายให้เห็นทั่วดาษดื่นตามท้องถนน ภาพของบรรดาคนขายผลไม้ที่นั่งยองๆ อยู่ใกล้กองเงาะ ทุเรียน มะม่วง และผลไม้ประจำฤดูกาลชนิดอื่นๆ ภาพหมอดู ที่นั่งจดจ่อมองดูมือของลูกค้าบนโต๊ะที่ถูกนำมาตั้งไว้พอเป็นพิธี หรือกระทั่งภาพของพ่อค้าที่กำลังแร่เนื้อหมูออกเป็นชิ้นบางๆ ก่อนนำมาย่างเพื่อขายให้คนผ่านไปมา
ที่ย่าน Tanjong Pagar คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของร้านน้ำชาโบราณ ไปดูคนทำว่าวและร้องเท้าไม้ เลือกชมหน้ากากหลากสี ซื้อหาร่มที่ทำจากกระดาษไข เครื่องเขินจากจีน สินค้าหัตถกรรม และภูมิปัญญาจากทั่วเอเชีย จากนั้นไปเยี่ยมละแวกถนน Smith Street, Trengganu Street, Temple Street และ Pagoda Street คุณจะพบว่าถนนแคบๆ เหล่านี้ช่างอื้ออึงไปด้วยบรรยากาศต่อรองซื้อขายสินค้า

Blog Feed