MENU

วีซ่านักเรียนประเทศอเมริกา

10 พฤศจิกายน 2014 0 admin

วีซ่านักเรียนประเทศอเมริกา


ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

วีซ่านักเรียนประเทศอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดกว้างสำหรับบุคคลต่างชาติที่เดินทางมาสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้ารับการศึกษา ก่อนทำการยื่นคำร้องขอวีซ่าผู้สมัครที่เป็นนักเรียนทุกท่านจะต้องได้รับการตอบรับให้เข้ารับการศึกษาจากทางโรงเรียนหรือโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อมีการตอบรับ ทางโรงเรียนจะส่งเอกสารยืนยันให้กับผู้สมัครแต่ละท่าน เพื่อนำมาใช้ยื่นประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่านักเรียน

รายละเอียดและคุณสมบัติของวีซ่าแต่ละประเภท

  • วีซ่า F-1
    • วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าหลักที่ออกให้แก่นักเรียนส่วนใหญ่ ในกรณีที่ท่านต้องการเข้าเรียนในสหรัฐอเมริกาตามสถานศึกษาที่ผ่านการรับรองแล้วเช่น วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ผ่านการรับรอง โรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา หรือโปรแกรมสอนภาษาอังกฤษที่ผ่านการอนุมัติ ท่านต้องมีวีซ่าประเภท F-1 รวมไปถึงผู้ที่ต้องการเข้าเรียนในหลักสูตรอื่นๆที่มากกว่า 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ต้องใช้วีซ่าประเภท F-1 เช่นกัน
  • วีซ่า M-1
    • ในกรณีที่ท่านมีความประสงค์จะเข้ารับการศึกษาในด้านวิชาชีพ หรือด้านอื่นๆที่นอกเหนือจากด้านวิชาการ หรือเข้าฝึกอบรมใดๆที่จัดโดยสถาบันในสหรัฐอเมริกา ท่านจะต้องมีวีซ่าประเภท M-1

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าแต่ละประเภทและโอกาสทางการศึกษาในสหรัฐอเมริกาได้ที่เว็บไซต์ Education USA


โรงเรียนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา

  • กฎหมายสหรัฐฯไม่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนโรงเรียนของรัฐในระดับชั้นประถมศึกษา (อนุบาลถึงเกรด 8) หรือโครงการศึกษาระดับผู้ใหญ่ที่รัฐออกทุนให้ ดังนั้นจึงไม่สามารถออก F-1 ให้นักเรียนต่างชาติที่ต้องการเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนประเภทดังกล่าวได้
  • วีซ่าประเภท F-1 ใช้ได้สำหรับผู้สมัครที่เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนของรัฐในระดับมัธยมศึกษา (เกรด 9 ถึง 12) โดยที่นักเรียนจะสามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน โรงเรียนต้องระบุในแบบฟอร์ม I-20 มาด้วยว่า ว่านักเรียนชำระค่าธรรมเนียมในการศึกษาเอง ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าประเภท F-1 ได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
  • หมายเหตุ: ผู้ถือวีซ่าประเภท A, E, F-2, G, H-4, J-2, L-2, M-2 หรือวีซ่าชั่วคราวสำหรับผู้ติดตามประเภทอื่นๆสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาของรัฐได้
  • ค้นหาโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาและข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับนักเรียน
  • นักเรียนที่มีความประสงค์จะลงทะเบียนเรียนที่สถาบันศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาควรดูรายละเอียดข้อมูลที่ (ลิงก์ไปยังโครงการศึกษา)

ขั้นตอนการทำเรื่องไปเรียนต่อสหรัฐอเมริกา

  1. เลือกสถาบัน หลักสูตร และเมืองที่ต้องการเรียนต่อสหรัฐอเมริกา
    • หลังจากนั้น กำหนดระยะเวลาเรียน และวันเริ่มเรียนที่เหมาะสม ซึ่งควรเตรียมเวลาเผื่อไว้อย่างน้อย 2 เดือน เนื่องจากมีขั้นตอนการส่งเอกสาร จากสถาบันที่เราเรียนต่ออเมริกา หรือสถาบันสอนภาษา ซึ่งต้องส่งเอกสารตัวจริงมาที่ไทย ขั้นตอนการจองวันสัมภาษณ์วีซ่า ขั้นตอนการจองที่พัก และการเตรียมของให้พร้อมก่อนวันเดินทางด้วย กรณีไปเรียนภาษาไม่ต้องสอบ TOEFL หรือ IELTS ไปก่อน สามารถติดต่อสถานศึกษาได้เลย โดยกรอกใบสมัคร ส่งเงินค่าสมัครและจดหมายรับรองฐานะการเงินที่ระบุตัวเลขที่มีในบัญชีเป็นเงินดอลล่าร์สหรัฐ กรณีสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 80 กรณีสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโทหรือเอก ต้องมีคะแนนสอบ TOEFL และ GMAT หรือ TOFEL และ GRE ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่จะสมัคร ควรทำคะแนน TOEFL iBT ให้ได้อย่างน้อย 90 คะแนน และส่งเอกสารถึงมหาวิทยาลัยภายในวันที่มหาวิทยาลัยกำหนดว่าสิ้นสุดการรับสมัคร ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย ทั้งค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว โดยประมาณ 975,000 – 2,000,000 บาท/ปี
  2. เตรียมเอกสาร
    • ที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่านักเรียน เพื่อเป็นใบผ่านในการไปเรียนต่ออเมริกา โดยทางบริษัทจะจัดส่ง
      Checklist รายการเอกสารให้ เพื่อสะดวกสำหรับนักเรียนในการจัดเตรียม เมื่อนักเรียนเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว สามารถเดินทางมาที่บริษัท หรือจัดส่งเอกสารมาให้ทางบริษัทช่วยประเมินให้ก่อนว่า มีโอกาสที่วีซ่าจะผ่านมากน้อยเพียงใด หรือยังต้องการเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อช่วยให้ การขอวีซ่าอเมริกาของนักเรียนนั้น มี % ผ่านมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้อง

หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F หรือ M ท่านจะต้องยื่นเอกสารต่อไปนี้

  • ใบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160) ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บเพจ DS-160
  • หนังสือเดินทางที่สามารถใช้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาได้ โดยหนังสือเดินทางนั้นจะต้องมีอายุใช้งานคงเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อยหกเดือน (นอกจากได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงรายประเทศ) สำหรับผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางร่วมกับผู้เยาว์ โปรดทราบว่าแต่ละคนที่ต้องการวีซ่าจะต้องยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแยกกัน
  • รูปถ่ายขนาด 2×2″ (5 ซม.x5 ซม.) ที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่ง (1) ใบ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดของรูปถ่ายสามารถหาได้จากเว็บเพจนี้
  • ใบเสร็จชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวในสกุลเงินท้องถิ่นที่เทียบเท่ากับ 160 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้ เว็บเพจนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว ในบางกรณีหากวีซ่าของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว ท่านยังอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการออกวีซ่า โดยจะขึ้นอยู่กับสัญชาติของท่าน เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีข้อมูลที่ช่วยระบุว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าหรือไม่ รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว
  • แบบฟอร์ม I-20 ที่มีลายเซ็นรับรองจากทางโรงเรียนหรือโครงการในสหรัฐอเมริกา
  • แบบฟอร์ม I-901 ซึ่งเป็นใบเสร็จยืนยันการชำระค่าธรรมเนียมSEVIS แล้ว หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมนี้ สามารถเข้าชมเว็บไซต์ SEVIS
  • เอกสารด้านการเงินและเอกสารอื่นๆที่จะช่วยสนับสนุนใบคำร้องของท่าน และมีความน่าเชื่อถือในการยืนยันว่าท่านมีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการชำระค่าธรรมเนียมในการศึกษาของปีแรก ทั้งยังต้องสามารถบ่งบอกว่าท่านจะสามารถนำเงินดังกล่าวมาใช้จ่ายได้อย่างเพียงพอตลอดระยะเวลาที่ท่านอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา สำหรับผู้สมัคร M-1 ท่านจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันความสามารถในการชำระค่าศึกษาและค่าใช้จ่ายประจำวันตลอดระยะเวลาที่ตั้งใจจะพำนักอยู่

นอกจากเอกสารที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ท่านต้องแสดงใบนัดสัมภาษณ์เพื่อยืนยันว่าท่านได้จองเวลานัดสัมภาษณ์ผ่านบริการนี้เรียบร้อยแล้ว และท่านยังสามารถนำเอกสารประกอบอื่นๆ ที่ท่านเชื่อว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่เจ้าหน้าที่กงสุลได้ติดตัวมาด้วย

เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

เอกสารเพิ่มเติมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่กงสุลจะนำมาพิจารณาประกอบการสัมภาษณ์ โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะตัดสินใบคำร้องแต่ละกรณีโดยดูจากปัจจัยด้านอาชีพ สังคม วัฒนธรรม และปัจจัยอื่นๆที่มีอยู่ขณะที่ทำการพิจารณา โดยอาจดูจากเจตนา สถานการณ์ด้านครอบครัว แผนระยะยาวของท่าน ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งแต่ละกรณีจะได้รับการพิจารณาเป็นรายบุคคลภายใต้กฎหมาย

ข้อควรระวัง: อย่าแสดงเอกสารปลอม การหลอกลวงหรือการกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้ท่านเสียสิทธิ์ในการร้องขอวีซ่าอย่างถาวร หากท่านมีความกังวลเรื่องความลับของข้อมูล ท่านควรนำเอกสารต่างๆ ใส่ซองปิดผนึกมายังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาด้วยตนเอง สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาจะไม่เปิดเผยข้อมูลของท่านต่อผู้ใดและจะเคารพข้อมูลที่เป็นความลับของท่าน

ท่านควรนำเอกสารต่อไปนี้มาในวันสัมภาษณ์ด้วย

  • เอกสารที่เป็นหลักฐานยืนยันความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นในด้านการเงิน สังคม และครอบครัวที่มีต่อประเทศของท่าน ที่แสดงได้ว่าท่านจะต้องเดินทางกลับมายังประเทศของท่านหลังจากโครงการศึกษาในสหรัฐอเมริกาสิ้นสุดลง
  • ไม่สามารถใช้สำเนาใบแจ้งยอดบัญชีจากธนาคารยื่นประกอบได้ เว้นแต่ในกรณีที่ท่านนำใบแจ้งยอดบัญชีจากธนาคารตัวจริงหรือสมุดเงินฝากติดตัวมาแสดงด้วย
  • ในกรณีที่ท่านได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากบุคคลอื่น ให้ท่านนำหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้ให้การสนับสนุนนั้น (เช่นสูติบัตร) แบบฟอร์มผู้เสียภาษีตัวจริงของผู้สนับสนุน สมุดเงินฝากและ/หรือใบรับรองเงินฝากประจำ
  • เอกสารเกี่ยวกับการศึกษาที่แสดงถึงความเตรียมพร้อมด้านการศึกษา ตัวอย่างเช่น ใบรับรองผลการศึกษาของโรงเรียน (ควรนำตัวจริงมาแสดง) ที่มีรายละเอียดผลการศึกษาระบุไว้ ใบประกาศนียบัตรยืนยันการผ่านการสอบวัดระดับตามระบบการศึกษาของอังกฤษ (A-levels ฯลฯ) ผลการสอบที่มีมาตรฐาน (SAT, TOEFL ฯลฯ) และประกาศนียบัตรอื่นๆ
  1. สมัครเรียน ชำระค่าสมัครเรียนและค่ามัดจำให้ทางสถาบัน

ที่นักเรียนตั้งใจจะไป ศึกษาต่ออเมริกา โดยนักเรียนสามารถเลือกได้ว่า จะมอบหมายให้ทางบริษัทเป็น ตัวแทนในการโอนเงินให้ หรือเลือกที่จะโอนตรงไปที่สถาบันเองก็ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดยส่วนใหญ่จะรวมค่าออกเอกสาร I-20 ไว้แล้ว (I-20 เป็นเอกสารสำคัญในการขอ วีซ่าอเมริกา ประเภท วีซ่านักเรียน F1 หากไม่มีเอกสารฉบับนี้ จะไม่สามารถยื่นขอวีซ่านักเรียน F1 ได้) โดยค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ มีเงื่อนไขที่ควรทราบ ดังนี้

3.1) ค่าสมัครเรียนต่ออเมริกา และค่าออกเอกสาร I-20 สถาบันจะไม่คืนเงินให้ในทุกกรณี ไม่ว่า วีซ่า จะผ่านหรือไม่ก็ตาม
3.2) ค่ามัดจำค่าเรียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องชำระ จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบัน โดยเงินส่วนนี้ จะได้รับคืนหากโดนปฏิเสธวีซ่า

  1. ชำระค่า SEVIS FEE

(ค่า SEVIS คือเงินค่าธรรมเนียมของระบบเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนที่ไปเรียนต่ออเมริกาที่ต้องชำระให้กับทางรัฐบาล) โดยการชำระค่า SEVIS สามารถชำระได้ 2 ทาง คือ

4.1) ทางสถาบันเรียกเก็บพร้อมกับค่าสมัครในข้อ 3
4.2) ชำระเองในภายหลัง โดยต้องใช้บัตรเครดิตในการทำรายการ ซึ่งหากนักเรียนไม่มีบัตรเครดิต ทางบริษัทจะเป็นตัวแทนในการชำระให้โดย

– จ่ายผ่านเว็บไซต์ www.FMJfee.com โดยนักศึกษาต้องกรอกฟอร์ม I-901 และชำระเงินโดยหักจากบัตร Visa Master หรือ American Express
– ส่ง FORM I-901 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www.FMJfee.com พร้อมทั้งซื้อดราฟท์ จำนวน USD 100 สั่งจ่าย “The Department of Homeland Security, Immigration and Customs Enforcement ”

ที่อยู่ส่งด่วน I-901 Student/Exchange Visitor Processing Fee 1005 Convention Plaza, St. Louis, MO 63101 USA 
ที่อยู่ส่งไปรษณีย์ธรรมดา I-901 Student/Exchange Visitor Processing Fee, PO Box 970020, St. Louis, MO 63197-0020

เพิ่มเติมเกี่ยวกับ SEVIS FEE
***ใครต้องจ่ายค่า Sevis Fee นักศึกษาใหม่/นักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนที่จะเข้าไปเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา หรือผู้ที่เคยได้รับวีซ่านักเรียน และกลับมาอยู่ในประเทศไทยนานเกินกว่า 5 เดือน และต้องการกลับเข้าไปเรียนหนังสือในสหรัฐอมริกาใหม่
***กรณีได้รับ I-20 มากกว่า 1 สถานศึกษา จะต้องชำระค่า Sevis Fee กี่ครั้ง ชำระครั้งเดียวจำนวน USD100 เมื่อผู้เรียนเปลี่ยนใจไปอีกสถานที่หนึ่ง ต่างจากสถานที่ที่เคยระบุไว้ใน I-901 ผู้เรียนสามารถโอนค่าธรรมเนียมที่เคยชำระครั้งแรกเป็นของสถานศึกษาใหม่ได้ หรือกรณีผู้เรียนย้ายออกจากสถานที่เรียนแห่งแรก ให้ผู้เรียนนาสำเนา I-20 แนบสำเนาใบเสร็จแจ้งสถานศึกษาแห่งใหม่ได้
***ค่า Sevis Fee มีอายุหรือไม่ มีอายุ 1 ปี (ดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ www.ice.gov/sevis)

  1. ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า

ค่าธรรมเนียมวีซ่า สำหรับวีซ่านักเรียนอเมริกา ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระจะแบ่งเป็น 2 ส่วน
1.) ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียนอเมริกา (160 US Dollar) ต้องชำระล่วงหน้าที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
2.) ค่า SEVIS (200 US Dollar) เป็นค่าธรรมเนียมของระบบเก็บข้อมูล และติดตามนักเรียน หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ในช่วงที่บุคคลนั้นอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยนักเรียนต่างชาติทุกคน ที่ใช้แบบฟอร์ม I-20 / DS-2019 ในการยื่นขอวีซ่า จะต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้ และค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนเงินได้ ไม่ว่า วีซ่า จะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม

  1. การจองวันสัมภาษณ์

การจองวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาควรเผื่อเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์  สามารถทำได้ คือ จองวันสัมภาษณ์ผ่านทางเว็บไซด์ ซึ่งวันที่สัมภาษณ์ต้องตรวจสอบในเว็บไซด์ให้ชัดเจนเพื่อทำการนัดหมาย

  • ขั้นตอนที่ กรอกใบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160)
  • ขั้นตอนที่ ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • ขั้นตอนที่ ทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเว็บนี้ ท่านจะต้องใช้ข้อมูลต่อไปนี้ในการทำนัดสัมภาษณ์
    • หมายเลขหนังสือเดินทางของท่าน
    • หมายเลขใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าของท่าน (คลิก ที่นี่ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการค้นหาหมายเลขดังกล่าว)
    • หมายเลขบาร์โค้ดสิบ (10) หลักที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160
  • ขั้นตอนที่ ไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาตามวันและเวลาที่ท่านมีนัดสัมภาษณ์ ท่านต้องนำใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ ใบยืนยัน DS-160 ของท่าน รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่งใบ หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันและเล่มเก่าทั้งหมด และใบเสร็จการชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าตัวจริงมาด้วย คำร้องที่ไม่มีเอกสารทั้งหมดข้างต้นจะไม่ได้รับการพิจารณา

ข้อควรทราบสำหรับการจองวันสัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกา

  1. ก่อนที่จะจองวันสัมภาษณ์ได้ นักเรียนจะต้องกรอกแบบฟอร์ม DS160 ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เพราะตอนที่ ทำรายการจองวันสัมภาษณ์ จะมีช่องให้ใส่เลขที่อ้างอิงของเอกสารดังกล่าว 2. นักเรียนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พำนักหรือทำงานหรือทำการศึกษาไม่น้อยกว่า 3 เดือนในรอบ 12 เดือนที่ ผ่านมาในจังหวัดดังต่อไปนี้ ได้แก่ เชียงใหม่, ลำพูน, พะเยา, สุโขทัย, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พิษณุโลก, อุตรดิตถ์, ลำปาง, เพชรบูรณ์, แพร่ สามารถเลือกสถานที่สัมภาษณ์ที่ สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ (U.S. Consulate in Chiang Mai) แทนการมาสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกา กรุงเทพมหานคร ได้ [การมีชื่อในทะเบียนบ้านไม่สามารถใช้เป็นหลักฐาน เพื่อการขอวีซ่า ที่ ศูนย์เชียงใหม่ได้]

***ถ้าต้องรอนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนเกิน 1 เดือน จะมีวิธีใดบ้างที่ทำให้ได้รับวันนัดเร็วขึ้น

กรอกฟอร์ม evisa DS 156 (หน้าแรกที่มีบาร์โค้ด) ผ่านทางเว็บไซต์ http://evisaforms.state.gov เมื่อกรอกเสร็จ พิมพ์ฟอร์ม DS156 ที่มีบาร์โค้ด ยื่นพร้อม DS 157 และ DS 158 และเอกสารอื่นๆ สถานทูตจะพิจารณาความจำเป็นของนักศึกษาแต่ละคนโดยดูจากวันเปิดเรียน และจะโทรศัพท์ตามให้มาสัมภาษณ์เร็วขึ้นกว่าวันนัดเดิม ดังนั้นนักศึกษาควรให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือแก่สถานทูต และไม่ควรเดินทางไปไหนไกลๆ จากกรุงเทพฯ

  • ทางศูนย์เดอะเบสท์ฯ จะทำการกรอกใบคำร้องขอวีซ่าให้ โดยสอบถามข้อมูลต่าง ๆ โดยละเอียดจากทางนักเรียน
  • ทางบริษัทจะเตรียมชุดเอกสาร วีซ่าอเมริกาให้พร้อมยื่น และแนะนำเรื่องการ สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาให้
  • นักเรียนเดินทางไปยื่นวีซ่า และสัมภาษณ์ ในวันที่นัดหมาย
  • เมื่อวีซ่าผ่านแล้ว ชำระค่าเรียนทั้งหมดโดยทางสถาบันจะเป็นผู้ออกใบแจ้งค่าเรียนมาให้ รวมถึงค่าที่พักและค่าประกันสุขภาพ (ถ้ามี) โดยควรชำระเงินให้เรียบร้อยก่อนถึงวันเริ่มเรียนประมาณ 1 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
  • จัดของใช้ที่จำเป็น และเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนเดินทางไป เรียนต่ออเมริกา

เอกสารขอวีซ่านักเรียนอเมริกา (F-1 Student Visa)

  1. หนังสือเดินทาง (Passport) อายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  2. รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 2×2 นิ้ว เห็นใบหู ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 3 รูป (เตรียมไปเผื่อ จนท. เรียกเพิ่ม กรณีรูปไม่ชัด) ***ขอ File รูปถ่ายจากร้านถ่ายรูปด้วย เนื่องจากต้องอัพโหลดเมื่อกรอกฟอร์ม DS160 ออนไลน์**
  3. สำเนาบัตรประชาชน
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. สำเนาสูติบัตร
  6. ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล(ถ้ามี)
  7. สด.43
  8. หนังสือรับรองการทำงาน
  9. หนังสือรับรองเงินเดือน
  10. ทรานสคริปต์
  11. หนังสือรับรองสภาพนักศึกษาฉบับจริง (กรณียังเป็นนักเรียน/นักศึกษา)
  12. สำเนาวุฒิบัตร
  13. จดหมายแนะนำตัว
  14. หลักฐานที่แสดงถึงการมีถิ่นพำนักถาวรภายนอกสหรัฐฯ

ารสมัครวีซ่านักเรียนถือเป็นการสมัครวีซ่าประเภทชั่วคราว ผู้สมัครต้องสามารถพิสูจน์ ให้เจ้าหน้าที่กงสุลเห็นว่าตนไม่มีความตั้งใจจะอยู่ในสหรัฐฯ เป็นการถาวร โดยผู้สมัครต้องสามารถแสดงหลักฐานที่แสดงถึงความผูกพันทางครอบครัว เศรษฐกิจ สังคมภายนอกสหรัฐฯ โดยการมีญาติ นายจ้าง หรือเพื่อนไม่สามารถเป็นหลักประกันได้ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้สนับสนุนการเดินทาง เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาสถานการณ์เฉพาะบุคคลของผู้สมัครวีซ่าว่ามีคุณสมบัติควรได้รับวีซ่าด้วยตัวเองหรือไม่ โปรดทราบว่าเจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาอนุมัติวีซ่าให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมืองและสัญชาติ (Immigration and Nationality Act – INA) โดยกฎหมายได้บัญญัติไว้ว่า “เมื่อใดก็ตามที่บุคคลใดยื่นความจำนงในการสมัครวีซ่า ภาระในการพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นมีคุณสมบัติจะอยู่ที่ตัวผู้สมัคร” กฎหมายการเข้าเมืองสหรัฐฯกำหนดให้เจ้าหน้าที่กงสุลต้องปฏิเสธการอนุมัติวีซ่าแก่ผู้สมัครที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าตนไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่ในสหรัฐฯเป็นการถาวร

เตรียมเอกสารยื่นวีซ่านักเรียน (ทางศูนย์ฯ เดอะเบสท์จะเตรียมให้)

  1. เอกสาร I-20 ที่ออกโดยทางสถาบันที่ลงทะเบียนเรียนไว้
  2. ฟอร์ม DS160 ขอวีซ่านักเรียนอเมริกา
  3. ฟอร์ม DS156 (กรอกออนไลน์ให้เรียบร้อยก่อนสั่งพิมพ์ หากช่องไหนไม่มีให้ใส่ NONE หรือ N/A อย่าทิ้งให้ว่างเปล่า เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วจะมีบาร์โค้ด ให้นักเรียนเซ็นต์ชื่อให้เรียบร้อย)
  4. ฟอร์ม DS157 (ให้กรอกออนไลน์ หรือปริ้นท์ออกมาก่อนแล้วกรอกด้วยปากกาหมึกสีดาเท่านั้น โดยเขียน
    เป็นภาษาอังกฤษอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด)
  5. ฟอร์ม DS158 (ทำเช่นเดียวกับ DS157)
  6. ใบเสร็จ SEVIS Fee (I-901)
  7. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่า (สถานทูตไม่รับชำระในวันสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา)
  8. ใบนัดวันจอง สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา
  9. หนังสือรับรองผู้สนับสนุนทางการเงิน

สถานที่ยื่นวีซ่า สัมภาษณ์ และพิมพ์ลายนิ้วมือ

  • แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพมหานคร 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330

สถานกงสุลสหรัฐฯ ประจำเชียงใหม่

  • 387 ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าบริเวณสถานทูตได้ มีเพียงผู้สมัครขอวีซ่าอเมริกาเท่านั้น ผู้ที่ไม่มีกิจอันจำเป็น แม้ว่าจะเป็นพลเมืองอเมริกันก็ตาม จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า ยกเว้นผู้สมัครวีซ่า ที่อายุต่ำกว่า 13 ปีหรือผู้สมัครที่ทุพพลภาพอันเป็นเหตุที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น การเดินทางมาที่สถานทูตอเมริกา ควรมาถึงก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง กรณีที่มาถึงสถานทูตก่อนเวลาเกินครึ่งชั่วโมง อาจถูกขอให้รออยู่ภายนอกสถานทูตเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ประกอบกับบริเวณที่นั่งรอภายในสถานทูตอเมริกามีจำกัด ในกรณีที่ผู้ขอวีซ่าเดินทางมาถึงสถานทูตฯ ช้ากว่าเวลานัดเกินหนึ่งชั่วโมง หรือขาดเอกสารตามเงื่อนไขที่สถานทูตกำหนด และไม่สามารถกลับมารายงานตัวได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงนับจากเวลานัด ผู้ขอวีซ่าจะถูกตัดสิทธิ์สัมภาษณ์ในวันนั้น ๆ และจะต้องดำเนินการเรื่องนัดวัน-เวลา สัมภาษณ์ วีซ่าอเมริกาใหม่อีกครั้ง สถานทูตอเมริกา ไม่อนุญาตให้นำ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาวุธ ของมีคม โทรศัพท์มือถือ เป้สะพายหลัง กระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเอกสาร และรถเข็นเด็ก เข้ามาในบริเวณสถานทูตฯ ระยะเวลาสูงสุดที่ทางสถานทูตจะอนุมัติวีซ่านักเรียนให้ คือ 5 ปี แต่ ไม่ได้หมายความว่า สามารถอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติวีซ่า นักเรียนจะทราบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจาก เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินในอเมริกา โดยจะประทับวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศอเมริกาไว้ในหนังสือเดินทาง (Passport) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว มักได้รับอนุญาตให้อยู่ในอเมริกาได้ ตามระยะเวลาเรียนในใบ I-20

ตัวอย่างคำถามที่จะถูกถาม (ถามเป็นภาษาอังกฤษ)

  1. ทำไมจะเดินทางไปประเทศอเมริกา
  2. เรียนเกี่ยวกับอะไร
  3. ทำไมถึงเรียนคณะนี้
  4. กลับมาไทยจะทำงานอะไร
  5. จบอะไรมา คณะอะไร
  6. ใครออกค่าใช้จ่ายให้/แล้วพ่อแม่ทำงานที่ไหน
  7. ทำงานที่ไหนมาก่อน ***ที่สำคัญต้องตอบทุกอย่างเป็นความจริง***

เมืองที่นักเรียนนักศึกษานิยมไปศึกษาต่อ

  1. San Francisco (ซานฟรานซิสโก)
  2. New York City (มหานครนิวยอร์ค)
  3. Boston (บอสตัน)
  4. Los Angeles (มหานครลอส แองเจลิส)
  5. Chicago (นครชิคาโก)
  6. Washington D.C. (วอชิงตัน ดีซี)
  7. Seattle (ซีแอตเทิล)
  8. San Diego (แซนดีเอโก)
  9. Florida (ฟลอริดา)
  10. Las Vegas (ลาสเวกัส)

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ผู้ติดตาม
    • คู่สมรสและ/หรือบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี (ที่มีสถานภาพโสด) สามารถขอวีซ่าเพื่อติดตามผู้ถือวีซ่าหลักไปพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ แต่อย่างไรก็ดี โปรดทราบว่าผู้ปกครองของผู้ถือวีซ่าประเภท F หรือ M จะไม่มีสิทธิ์ในการขอวีซ่าติดตามนี้ได้
    • สมาชิกในครอบครัวที่ไม่ได้มีความประสงค์จะอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริการ่วมกับผู้ถือวีซ่าหลัก แต่ต้องการไปเยี่ยมเพียงเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเยี่ยมเยียน (B-2) ได้
    • คู่สมรสและผู้ติดตามจะไม่สามารถทำงานระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ขณะที่ถือวีซ่าผู้ติดติดตามประเภท F หรือ M ในกรณีที่คู่สมรส/บุตรของท่านมีความประสงค์จะทำงาน จะต้องขอยื่นขอวีซ่าสำหรับการทำงานให้ถูกประเภท
  • เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับผู้ติดตาม
    • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือวีซ่านักเรียนกับคู่สมรสและ/หรือบุตร (เช่น ใบสำคัญการสมรสและสูติบัตร)
    • โดยทั่วไปสมาชิกในครอบครัวควรเลือกยื่นคำร้องขอวีซ่าพร้อมกัน แต่ในกรณีที่คู่สมรสและ/หรือบุตรต้องยื่นคำร้องเองในภายหลัง คู่สมรสและ/หรือบุตรควรนำสำเนาหนังสือเดินทางและวีซ่าของผู้ถือวีซ่านักเรียนหลักติดตัวมาพร้อมกับเอกสารที่กำหนดไว้ทั้งหมดอื่นๆด้วย
  • การฝึกอบรมวิชาชีพ
    • ผู้ถือวีซ่าประเภท F-1 สามารถเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพเพิ่มเติมได้สูงสุด 12 เดือนหลังจบหลักสูตรที่จำเป็นทั้งหมดแล้ว (ไม่รวมถึงวิทยานิพนธ์หรือเทียบเท่า) หรือหลังดำเนินการตามข้อกำหนดทั้งหมดแล้ว การฝึกอบรมวิชาชีพหรือ OPT นั้นจะแยกออกจากการศึกษาทางด้านวิชาการของนักเรียน และโดยทั่วไปแล้วเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรม จะไม่ถูกรวมอยู่ในวิชาเรียนของนักเรียนตลอดจนจะไม่ถูกรวมอยู่ในวันสิ้นสุดการเรียน นักเรียนที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F เพื่อทำ OPT จะสามารถใช้แบบฟอร์ม I-20 ที่ระบุวันสุดท้ายของการเรียนที่ได้ผ่านมาแล้วประกอบการยื่นคำร้อง ทั้งนี้แบบฟอร์ม I-20 ดังกล่าวจะต้องมีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในโรงเรียนระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุมัติโครงการ OPT ที่จะยืดเวลาออกไปหลังจากเวลาเรียนปกติสิ้นสุดลงแล้วด้วย นอกจากนี้ นักเรียนยังต้องมีหลักฐานยืนยันว่าสำนักงาน USCIS ได้อนุมัติโครงการฝึกอบรมวิชาชีพแล้ว หรือกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยการแสดงบัตรอนุญาตทำงานหรือแบบฟอร์ม I-797 ซึ่งจะแสดงว่านักเรียนคนดังกล่าวกำลังอยู่ในกระบวนการสมัครโครงการ OPT
  • อายุการใช้งานของวีซ่านักเรียน ในกรณีที่หยุดเรียนชั่วคราว
    • นักเรียนที่ไม่ได้เข้าเรียนเป็นเวลามากกว่าห้าเดือนจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท F-1 หรือ M-1 ใหม่ได้ เพื่อกลับเข้าไปเรียนอีกครั้งหลังจากเดินทางไปต่างประเทศ ตามรายละเอียดที่ดังต่อไปนี้
  • นักเรียนที่ยังอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
    • ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าเมือง นักเรียน (F-1 หรือ M-1) สามารถเสียสถานภาพการเป็นนักเรียนได้หากไม่กลับเข้าเรียนต่อภายในห้าเดือนนับจากวันที่ได้ย้ายโรงเรียนหรือเปลี่ยนโครงการ ในกรณีที่เสียสถานภาพการเป็นนักเรียนวีซ่าประเภท F หรือ M ที่มีอยู่ก็จะไม่สามารถใช้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกาในอนาคตได้อีก ยกเว้นในกรณีที่สำนักงานUSCIS คืนสถานภาพให้ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอขยาย/เปลี่ยนแปลงสถานะชั่วคราวแบบฟอร์ม I-539 เพื่อขอให้ต่อสถานะได้ที่เว็บไซต์ USCIS
  • นักเรียนที่เดินทางจากต่างประเทศเพื่อกลับมายังสหรัฐอเมริกา
    • นักเรียนที่เดินทางออกจากสหรัฐอเมริการะหว่างหยุดพักเรียนเป็นเวลาห้าเดือนขึ้นไปอาจเสียสถานภาพ F-1 หรือ M-1ได้ เว้นแต่ในกรณีที่กิจกรรมที่ปฏิบัติหรือเข้าร่วมระหว่างอยู่ต่างประเทศนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เรียน ก่อนการเดินทางนักเรียนควรติดต่อผู้มีอำนาจของโรงเรียนก่อนเพื่อตรวจสอบว่ากิจกรรมที่ท่านตั้งใจจะไปปฏิบัติหรือเข้าร่วมนั้นมีความเกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เรียนหรือไม่
    • หากนักเรียนที่เดินทางออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาและขาดเรียนนานกว่า 5 เดือน เดินทางกลับมาขอเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าประเภท F-1 หรือ M-1 ที่เคยใช้มาก่อนและยังไม่หมดอายุ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ สามารถตัดสินว่าบุคคลนั้นไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศเนื่องจากไม่มีวีซ่าชั่วคราวที่ใช้งานได้อยู่ หรือหากเจ้าหน้าที่อนุญาติให้นักเรียนคนดังกล่าวยกเลิกการขอเข้าประเทศ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการยกเลิกวีซ่าตัวนั้น ดังนั้นนักเรียนควรมีความรอบคอบเป็นอย่างยิ่งในการยื่นคำร้องขอวีซ่าใหม่ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาในต่างประเทศก่อนเดินทางกลับเข้ามายังสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียนต่อ หลังจากที่ได้ขาดเรียนมาเกินห้าเดือนด้วยเหตุผลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เรียน

รูปถ่ายและการบันทึกลายนิ้วมือ

  • ข้อมูลทั่วไป
    • ในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่าชั่วคราว ผู้สมัครต้องแนบไฟล์รูปถ่ายดิจิตอลที่ได้ถ่ายไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินหกเดือนในขั้นตอนการกรอกและยื่นแบบฟอร์ม DS-160 โดยท่านจะต้องนำรูปถ่ายตัวจริงติดตัวไปในวันสัมภาษณ์วีซ่าด้วย และจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือเมื่อมาถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา
  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่ายดิจิตอล
    • รูปถ่ายที่ท่านใช้ในการยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ทุกประการทั้งขนาดและสิ่งที่ปรากฏในรูป การยื่นรูปถ่ายที่ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจมีผลให้กระบวนการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่านล่าช้า รูปถ่ายที่แนบมากับแบบฟอร์ม DS-160 จะต้องเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน และจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามแนวทางที่ปรากฏในภาพด้านล่าง

1

  • ขนาดศีรษะ
    • ความสูงของศีรษะ เมื่อวัดจากด้านบนสุดของศีรษะซึ่งรวมผมด้วยจนถึงใต้คางจะต้องอยู่ระหว่าง 50% ถึง 70% ของความสูงของรูปถ่ายทั้งหมด ระดับดวงตาที่วัดจากด้านล่างสุดของรูปถ่ายจนถึงระดับดวงตาควรอยู่ระหว่าง 55% ถึง 70% – หรือประมาณ 2/3 ของความสูงของรูปถ่าย
  • ขนาดของรูปถ่าย
    • รูปถ่ายของท่านต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งหมายความว่าความสูงและความกว้างของรูปจะต้องเท่ากัน รูปถ่ายต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 600 พิกเซล x 600 พิกเซล (สูง x กว้าง) และมีขนาดไม่เกิน 1200 พิกเซล x 1200 พิกเซล (สูง x กว้าง)

7 ขั้นตอนเพื่อให้ได้รูปถ่ายที่ถูกต้อง

  1. ทิศทางของศีรษะ ทิศทางของศีรษะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับรูปถ่ายที่ใช้ในการสมัครขอวีซ่า ผู้สมัครจะต้องใช้รูปถ่ายที่สามารถมองเห็นใบหน้าเต็มได้ภายในกรอบของรูป มองกล้องตรงๆ และอย่าหลับตา
  2. จัดองค์ประกอบให้ดี รูปถ่ายของท่านจะต้องแสดงทั้งศีรษะตั้งแต่ด้านบนสุดของผมจนถึงบริเวณใต้คาง ในภาพที่ถูกต้องความสูงของศีรษะจะอยู่ที่ 1-1-3/8 นิ้ว (25 ถึง 35 มม.) หรือคิดเป็น 50%-70% ของรูปถ่าย ดังตัวอย่าง:2
  3. อยู่ตรงกลางของรูป จัดศีรษะของท่านให้อยู่ตรงกลางระหว่างกรอบรูปทั้งสองด้านอย่างพอดี
  4. ลืมตา ท่านจะต้องลืมตา ดวงตาของท่านควรอยู่ในระดับ 2/3 เมื่อวัดจากด้านล่างของรูปถ่ายขึ้นไปด้านบน หรือ 1-1/8 นิ้ว ถึง 1-3/8 นิ้ว (28 มม. ถึง 35 มม.) หรือประมาณ 60% จากด้านล่างของรูปถ่าย
  5. พื้นหลัง พื้นที่ด้านหลังรูปถ่ายควรเป็นสีขาวและไม่ควรมีสิ่งใดระเกะระกะ นั่งถ่ายรูปโดยใช้ฉากหลังที่เป็นสีขาวจะช่วยให้ได้รูปที่ดีที่สุด
  6. อย่าให้ภาพมีเงา ควรนั่งลงเพื่อให้ใบหน้าดูสว่างและจะช่วยให้ไม่เกิดเงาบนใบหน้าหรือพื้นหลัง
  7. ทำตัวตามสบายและให้ดูเป็นธรรมชาติ ท่านควรแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อถ่ายรูป ดังตัวอย่างที่แสดงไว้ที่นี่

3

4

***อย่าสวมหมวกหรือสิ่งคลุมศีรษะที่เป็นการปกปิดผมหรือแนวผมยกเว้นในกรณีที่ผู้สมัครสวมใส่ทุกวันภายใต้ข้อกำหนดทางศาสนา ในรูปถ่ายจะต้องมองเห็นทั้งใบหน้าเต็มและสิ่งปิดคลุมศีรษะจะต้องไม่ทำให้เกิดเงาบนใบหน้า

การบันทึกลายนิ้วมือ

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าจะต้องผ่านการบันทึกลายนิ้วมือที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ในระหว่างขั้นตอนการสัมภาษณ์วีซ่า โดยจะมีการบันทึกลายนิ้วมือด้วยเครื่องบันทึกลายนิ้วมือดิจิตอล ทั้งนี้ผู้สมัครบางรายอาจจะไม่ต้องทำการบันทึกลายนิ้วมือ ซึ่งได้แก่:

  • ผู้สมัครที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจราชการของรัฐบาล ยกเว้นผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 และ G-5
  • ผู้สมัครที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี หรืออายุเกิน 79 ปี

ที่มา: www.ustraveldocs.com

วีซ่านักเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนอเมริกา วีซ่านักเรียนอเมริกา

Blog Feed