MENU

Study in USA

09 พฤศจิกายน 2014 0 admin

Study in USA – เรียนต่ออเมริกา


ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

ประเภทของสถาบันการศึกษา

หน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกับกระทรวงศึกษาธิการของตนเอง การศึกษาภาคบังคับ ของประเทศสหรัฐอเมริกาคือระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Grade 12)

โรงเรียนประถมศึกษา / มัธยมศึกษา ( Elementary Schools)                                                               

เป็นการศึกษาภาคบังคับ คือ ชั้น Grade 1- Grade 6 หรืออายุ 1 – 6 ขวบ

โรงเรียนมัธยมศึกษา (Secondary school) 

เป็นการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ Grade 7 และ Grade 8 เท่ากับช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น (Junior High Schools) และ Grade 9 ถึง Grade 12 เท่ากับมัธยมศึกษาตอนปลาย (Senior High Schools) นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่จะเข้าเรียนกับโรงเรียนประจำของเอกชน (Boarding School) เพราะโรงเรียนรัฐบาลไม่สามารถจัดหาที่พักให้ได้

วิทยาลัยอาชีวศึกษา (Technical and Vocational Schools)

สถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับวิชาชีพสาขาต่างๆ โดยผู้ที่จะศึกษาต่อด้านนี้จะต้องจบมัธยมศึกษาตอนปลายแล้ว หน่วยกิตที่เรียนจากสถาบันประเภทนี้จะโอนเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถาบัน

วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย (College and University)

เปิดสอนในระดับปริญญา แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ Associates Degree หรือ อนุปริญญา Bachelors Degree หรือ ปริญญาตรี ใช้เวลาในการศึกษารวม 4 ปี Masters Degree หรือ ปริญญาโท ใช้เวลาในการศึกษา 1.5-2 ปี (หลักสูตรด้านกฎหมาย 1 ปี) Doctorate Degree หรือ ปริญญาเอก ใช้เวลาในการเรียน 3-4 ปี ซึ่งนอกจากนี้ยังมีระดับ Postdoctoral ซึ่งเน้นด้านการวิจัยหลังสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเอกแล้วด้วย

สถาบันเทคโนโลยี (Institute of Technology)

เปิดสอนในระดับปริญญาตรีขึ้นไปเหมือนมหาวิทยาลัย แต่จะเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูง (Professional School)

เป็นการศึกษาในลักษณะพิเศษ ในบางสาขาอาชีพเท่านั้น ซึ่งระบบค่อนข้างซับซ้อนสามารถสรุปได้ ดังนี้

  1. การศึกษาระดับ First Professional Degreeด้านแพทย์ศาสตร์ ทันตกรรม และสัตวบาล

การสมัครเข้าศึกษาต่อ ด้านแพทย์ศาสตร์ ทันตกรรม และสัตวบาล มีการแข่งขันที่สูงมาก และโอกาสที่จะรับการตอบรับก็ยากสำหรับนักศึกษาต่างชาติเพราะ การศึกษาในด้านนี้จะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากภาครัฐ ซึ่งทางสถาบันจะเปิดรับนักศึกษาในรัฐเท่านั้น ไม่สำรองไว้ให้นักศึกษาต่างชาติถึงแม้ว่าจะมีคุณสมบัติครบก็ตาม

พยาบาล นักศึกษาที่เรียนด้านพยาบาล จะต้องได้รับการอนุญาตให้สามารถทำงานนั้นๆ โดยที่แต่ละรัฐจะมีคณะกรรมการด้านพยาบาลเป็นผู้ออกใบอนุญาตของแต่ละรัฐ จึงจะสามารถจดทะเบียนประกอบวิชาชีพพยาบาล (Registered Nurses RN)

กฎหมาย หลักสูตรด้านกฎหมายที่เหมาะสมและเป็นที่นิยมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ คือ หลักสูตร Master of Laws (LL.M.), Master of Comparative Laws (M.C.L.) และ Master of Comparatives Jurisprudence (M.C.J.) ซึ่งเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับสถาบันด้านกฎหมายของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศด้วย

  1. สถาบันสอนภาษา (Language Schools)

ประเทศสหรัฐอเมริกามีสถาบันสอนภาษามากมายหลายร้อยแห่ง ทั้งของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนส่วนใหญ่จะเป็นหลักสูตร Intensive ซึ่งเปิดสอนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการพัฒนาความสามารถด้านภาษาก่อนเข้าเรียนหลักสูตรวิชาการ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรอื่นๆ เช่น TOEFL Business English เป็นต้น รวมถึงการจัดทัศนศึกษา ซึ่งในการเลือกสถาบันควรพิจารณาปัจจัยหลายประการประกอบกัน


เงื่อนไขการรับเข้าเรียน

มัธยมศึกษา

นักเรียนจากประเทศไทยสามารถศึกษาต่อในระดับมัธยม ในโรงเรียนของเอกชนเท่านั้น ไม่สามารถเข้าเรียนในสถาบันของรัฐบาลได้ เงื่อนไขอื่นๆ เช่นเกรดเฉลี่ยและคะแนน TOEFL แตกต่างออกไปตามสถาบัน

วิทยาลัย

วิทยาลัยส่วนใหญ่ต้องการนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 2.0 ขึ้นไป และคะแนน TOEFL 450-500 ขึ้นไป

มหาวิทยาลัย 

สำหรับปริญญาตรี สถาบันส่วนใหญ่ต้องการนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป และ TOEFL 500 ขึ้นไป ปริญญาโท และเอก เกรดเฉลี่ย 3.0 ขึ้นไป และคะแนน TOEFL ไม่ต่ำกว่า 500 นักศึกษาที่จะสมัครในโปรแกรม MBA ส่วนใหญ่จะต้องใช้คะแนน GMAT ซึ่งจะนำมาคำนวณกับเกรดเฉลี่ยปริญญาตรี ส่วนนักศึกษาที่สมัครปริญญาโทและเอกในสาขาอื่นๆ ส่วนใหญ่จะต้องสอบ GRE (Graduate Record Examination)


ปีการศึกษา

ปีการศึกษาในสหรัฐอเมริกา (Academic Year) จะเริ่ม ประมาณเดือนกันยายนถึงพฤษภาคม ซึ่งมีกำหนดภาคเรียนแตกต่างกันออกไปดังนี้

ระบบ Semester เป็นระบบที่นิยมใช้มากที่สุด ในระยะเวลาหนึ่งปีจะประกอบด้วย 2 Semesters และ 1-2 Summer Sessions แต่ละ Semester ยาวประมาณ 16 สัปดาห์ ดังนี้

  • Fall Semester เปิดประมาณปลายสิงหาคม กลางธันวาคม
  • Spring Semester เปิดประมาณต้นมกราคม – เมษายน (บางครั้ง Summer Session จะแบ่งครึ่งเป็น 2 ช่วงสั้น )
  • Summer Session เปิดประมาณกลางพฤษภาคม สิงหาคม

ระบบ Quarter ในหนึ่งปีแบ่งออกเป็น 4 Quarter แต่ละ Quarter ใช้เวลาเรียนประมาณ 10 สัปดาห์ ดังนี้

  • Fall Quarter เปิดประมาณกลางกันยายน ธันวาคม
  • Winter Quarter เปิดประมาณมกราคม กลางมีนาคม
  • Spring Quarter เปิดประมาณต้นเมษายน กลางมิถุนายน
  • Summer Quarter เปิดประมาณกลางมิถุนายน- สิงหาคม

 ระบบ Trimesterใน 1 ปี แบ่งภาคการศึกษาดังนี้

  • First Trimester เปิดประมาณกันยายน ธันวาคม
  • Second Trimester เปิดประมาณมกราคม เมษายน
  • Third Trimester เปิดประมาณพฤษภาคม สิงหาคม

ระบบ 4-1-4 เป็นระบบใหม่ที่ใช้ในสถานศึกษาราว 8% ในสหรัฐอเมริกาแบ่งปีการศึกษาออกเป็น 2 ภาคใหญ่ คั่นด้วยภาคเรียนสั้นๆ ที่เรียกว่า Interim เพื่อให้นักศึกษาไปทำการค้นคว้าด้วยตนเอง หรือออก Field Trip แบ่งภาคเรียน ดังนี้

  • Fall Semester เปิดประมาณปลายสิงหาคม ธันวาคม
  • Interim เปิดประมาณเดือนมกราคม (1 เดือน)
  • Spring Semester เปิดประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม

ค่าเล่าเรียน

ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา อัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา อาจจัดอยู่ในระดับ ที่ค่อนข้างสูงหรือปานกลาง ขึ้นอยู่กับสถาบันการศึกษา เมืองและรัฐ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษา รูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการศึกษา ที่มีชื่อเสียงมากกว่า มักมีอัตราค่าเล่าเรียนที่สูงกว่า และเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่า มักมีอัตราค่าครองชีพที่สูงกว่าเช่นกัน

  • ค่าเล่าเรียน 200,000 – 500,000 บาท/ปี (ขึ้นอยู่กับสถาบัน)
  • ค่าครองชีพ 500,000 บาท/ปี (เป็นอย่างต่ำ)

ที่พัก (Accommodation)

ก่อนที่จะเริ่มต้นชีวิตการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา การหาที่พักเป็นการตัดสินใจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดอย่างหนึ่ง และมีผลต่อการปรับตัวของนักศึกษาทั้งในเรื่องส่วนตัว และทางวิชาการ ที่พักเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยในการเอื้ออำนวยต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ ถ้านักศึกษามีที่พักที่ดีและมีบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาการต่างๆ จะเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม ถ้านักศึกษามีความไม่สบายใจเกี่ยวกับที่พัก โอกาสในการเรียนรู้รวมถึงกำลังใจในการต่อสู้ก็จะลดน้อยลงตามลำดับ คนทุกคนย่อมมีความสุขและมีความสามารถมากที่สุด ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ทำให้รู้สึกสะดวกสบาย สำหรับนักศึกษาที่มีญาติหรือคนรู้จักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา อาจเลือกเข้าศึกษาต่อในบริเวณใกล้เคียงกับที่พักของญาติ เพื่อถือโอกาสพักร่วมกับเขา แต่สำหรับนักศึกษาที่ไม่รู้จักใครเลย ส่วนใหญ่จะใช้บริการของสถาบันการศึกษาในการจัดหาที่พักให้ โดยทั่วไป สถาบันการศึกษาสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในการหาที่พัก บางแห่งยังมีบริการไปรัที่สนามบินเพื่อพานักศึกษาไปส่งยังที่พักด้วย

ที่พักชั่วคราว

หากนักศึกษาเดินทางมาถึงวิทยาเขตก่อนวันที่จะสามารถย้ายเข้าไปยังที่พักถาวรได้ หรือต้องใช้เวลาในการหาที่พักถาวร นักศึกษามีทางเลือกมากมายเกี่ยวกับที่พักชั่วคราว ที่ราคาสูงที่สุดคือโรงแรม แต่ก็มีโรงแรมในราคาประหยัดให้เลือกด้วย รวมถึง YMCA หรือ YWCA ในเขตท้องถิ่นนั้นๆ นักศึกษาควรสอบถามข้อมูลล่วงหน้าจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันเกี่ยวกับทางเลือกของที่พักชั่วคราว

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

หอพักของสถาบัน

เป็นรูปแบบของที่พักที่นักศึกษาต่างชาตินิยมมากที่สุด สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งไปถึง อย่างไรก็ดี ไม่ใช้ว่าทุกสถาบันจะมีหอพักไว้เพื่อให้บริการนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Community College มักจะไม่มีหอพักให้กับนักศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาที่อยู่ในเขตใจกลางเมืองหลายแห่ง ก็ไม่มีหอพักสำหรับนักศึกษา แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีบริการด้านที่พักสำหรับนักศึกษา หรือหอพักนั่นเอง โดยทั่วไปจะเป็นห้องพักสำหรับนักศึกษาโสด และอยู่ภายในหรือใกล้เคียงกับวิทยาเขต หอพักเป็นสถานที่ที่นักศึกษาต่างชาติ จะได้มีโอกาสในการพบปะและสังสรรค์กับนักศึกษาชางอเมริกันเป็นอย่างดี หอพักส่วนใหญ่จะมีอุปกรณ์เครื่องใช้ขั้นพื้นฐานทั่วไปครบ รวมถึงโต๊ะ ตู้เสื้อผ้า และเตียง หอพักส่วนใหญ่จะมีโรงอาหาร และบางแห่งอาจมีห้องครัวเล็กสำหรับนักศึกษาด้วย พร้อมมีห้องนั่งเล่นรวม โทรทัศน์ ห้องเล่นเกมส์ ห้องซัก/รีดผ้า หอพักส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่จะเป็นห้องน้ำรวมซึ่งแยกหญิง-ชายมากกว่านอกจากนี้ มักมีผู้คุมหอพักซึ่งพักอาศัยอยู่ในหอพักด้วย เพื่อดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั่วไป ห้องพักในหอพักของสถาบันอาจมีไม่มากนัก ดังนั้นนักศึกษาควรทำเรื่องขอจองที่พักเสียแต่เนิ่นๆ ซึ่งอาจต้องเสียค่ามัดจำที่พักในบางส่วนด้วย นอกจากนี้ หอพักบางแห่งอาจปิดให้บริการในช่วงปิดภาคการศึกษา หรือวันหยุดระหว่างภาค แต่บางแห่งก็เปิดให้บริการตลอดปี ดังนั้นนักศึกษาควรตรวจสอบเจ้าหน้าที่ด้านที่พักของสถาบันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย การพักอาศัยอยู่ในหอพัก มักมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับส่วนกลางซึ่งนักศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสุขและราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับระดับเสียง ความสะอาด ผู้เยี่ยม ฯลฯ หอพักแต่ละแห่งย่อมมีข้อกำหนดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นนักศึกษาจึงควรศึกษาข้อมูลทางด้านนี้ให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน เพื่อลดปัญหาความไม่สะดวกสบาย หรือความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ภายหลัง ข้อคิดของนักศึกษาที่ต้องการพักหอพักคือ นักศึกษาต้องเตรียมปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นด้วย เพราะเป็นการอยู่ร่วมกับคนจำนวนมาก เรื่องของเพื่อนร่วมห้องก็เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญ ห้องพักส่วนใหญ่ในหอพักของสถาบันการศึกษาจะเป็นห้องพักรวม 2-3 คน ซึ่งนักศึกษาอาจจะไม่รู้จักกันมาก่อน โดยทั่วไป สถาบันมักจัดให้นักศึกษาต่างชาติพักร่วมกับนักศึกษาชาวอเมริกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าต่างคนต่างมีความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้น นักศึกษาต้องเคารพในสิทธิของผู้อื่น และเพื่อนร่วมห้องของเราก็ต้องเคารพในสิทธิอันชอบควรของเราด้วย ในกรณีที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านใดก็ตาม นักศึกษาต้องบอกเจ้าหน้าที่สำนักงานนักศึกษาต่างชาติหรือผู้ดูแลหอพักทันที หอพักจะมีหลายประเภท รวมถึง หอพักรวมชาย-หญิง ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ร่วมอาคารเดียวกันแต่แยกชั้น หอพักชายล้วน หอพักหญิงล้วน อพาร์ทเมนท์ บ้านเช่าของสถาบัน และอพาร์ทเมนท์สำหรับนักศึกษาที่มีครอบครัว เป็นต้น

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

หอพักนอกวิทยาเขต

เป็นที่พักที่อยู่นอกบริเวณวิทยาเขตของสถาบัน มีทั้งในรูปแบบของบ้านและอพาร์ทเมนท์ ที่ตกแต่งแล้ว ตกแต่งบางส่วน หรือยังไม่ได้ตกแต่ง สำหรับการหาที่พักนอกวิทยาเขต นักศึกษาอาจติดต่อเจ้าหน้าที่ด้านที่พักของสถาบัน หาจากหนังสือพิมพ์ หรือติดตามดูประกาศตามบอร์ดกับการหาที่พักร่วมของสถาบัน หากนักศึกษาไม่มีรถยนต์ สถานที่ตั้งของที่พักจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะถ้าไม่อยู่ในระยะทางที่สามารถเดินไปสถาบันได้ หรือไม่ได้อยู่ในเส้นทางของการคมนาคมสาธารณะ ที่พักนั้นๆ อาจจะไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ค่าเช่าโดยทั่วไปจะไม่ได้รวมถึงค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ค่าโทรศัพท์ (รวมโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วง US $75 US $200 หรือมากกว่า ต่อเดือน) ส่วนค่าน้ำและค่าบริการจัดเก็บขยะ มักรวมอยู่ในค่าเช่าแล้ว สำหรับการเช่าที่พักในรูปแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาจะต้องเซ็นสัญญาเช่า ซึ่งเป็นเอกสารที่มีผลทางกฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่พัก ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้นนักศึกษาควรถามตัวเองก่อนว่าจะสามารถเช่าที่พักนั้นๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาเช่าหรือไม่ โดยทั่วไปนักศึกษาอาจต้องจ่ายค่าเช่าเดือนแรก และเดือนสุดท้ายล่วงหน้า ซึ่งเป็นการรับประกันว่าผู้เช่าจะแจ้งการย้ายออกอย่างน้อย 30 วันล่วงหน้า นอกจากนี้ อาจต้องจ่ายค่ามัดจำความเสียหายอีก 1 เดือน ซึ่งผู้เช่าจะได้รับคืนเมื่อย้ายออก และไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้กับสถานที่ที่เช่า นักศึกษาควรตกลงทำสัญญาเกี่ยวกับการเช่าที่พักด้วยเอกสาร ซึ่งกำหนดเงื่อนไขและข้อตกลงเอาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนเท่านั้น นักศึกษาต้องมั่นใจว่าได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญานั้นๆ แล้วอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการเซ็นสัญญา

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกาท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

ที่พักแบบ Co-Ops หรือ Cooperative Residence Halls

โดยทั่วไปจะหมายถึงบ้านขนาดใหญ่ ที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งพักอาศัยร่วมกัน และร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและงานในบ้าน รวมถึงการทำอาหาร งานทำความสะอาดบ้าน และงานอื่นๆ นอกบ้าน และเนื่องจากราคาของที่พักประเภทนี้จะค่อยข้างถูก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะหาที่พักแบบนี้ได้

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

บ้านให้เช่าห้องพัก

หมายถึงที่พักอาศัยที่ปล่อยห้องให้บุคคลอื่นเช่า และส่วนใหญ่ จะเป็นการแบ่งให้ผู้เช่า 2 คน มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำอาหารพร้อม ที่พักประเภทนี้ น่าจะเป็นที่พักที่มีค่าเช่าถูกที่สุด แต่บางครั้ง อาจเกิดปัญหาเกี่ยวการอยู่ร่วมกับผู้อื่น อาทิ เรื่องของการใช้ห้องน้ำหรือห้องครัวร่วมกัน หากต้องการที่พักประเภทนี้ ควรเลือกผู้ร่วมเช่าให้ดี และซักถามคำถามให้มากที่สุด

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

การพักร่วมกับครอบครัวชาวอเมริกัน

เจ้าหน้าที่นักศึกษาต่างชาติ มักมีรายชื่อของครอบครัวในชุมชนแถบนั้น ที่ต้องการให้มีนักศึกษาต่างชาติมาพักอาศัยในครอบครัวด้วย โดยทั่วไปมักเป็นห้องเดี่ยวส่วนตัวพร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็นสำหรับวันจันทร์ถึงวันศุกร์ และอาหาร 3 มื้อ สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์ บางครั้งครอบครัวนั้นๆ อาจคาดหวังให้นักศึกษาทำงานบางอย่าง อาทิ การดูแลเด็กเล็ก หรือการช่วยทำงานบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการลดราคาค่าเช่าบ้าน การพักร่วมกับครอบครัวชาวอเมริกัน อาจเป็นประสบการณ์ที่อบอุ่นและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรพิจารณาครอบครัวนั้นๆ และเงื่อนไขต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาเข้าใจดี รวมถึงรับรู้ในสิ่งที่เขาคาดหวังจากตัวนักศึกษาด้วย ข้อคิดเราต้องเตรียมตัวและเตรียมใจในการเข้าพักร่วมในบ้านของผู้อื่น ซึ่งมีพื้นฐานด้านการศึกษา วัฒนธรรม และแนวคิดที่แตกต่างจากบ้านเรา การปรับตัวทั้งในเรื่องของอาหารกินและวิถีการดำรงชีวิต เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด สำหรับนักศึกษาที่ต้องการที่พักประเภทนี้

ข้อดี นักศึกษาส่วนใหญ่ จะพัฒนาความสามารถด้านภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็วค่าใช้จ่ายส่วนมากจะถูกกว่า ครอบครัวที่สถาบันจัดหาให้หลายแห่ง สามารถไปรับ – ส่งที่สถาบันได้ สามารถใช้บริการได้ตลอดปีและนักศึกษาจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของครอบครัวชาวอเมริกันอย่างแท้จริง

ข้อเสีย อาจต้องใช้เวลาในการเดินทางไป – กลับ นักศึกษามีอิสรภาพน้อยกว่าการพักหอพักเนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎของแต่ละครอบครัว และมีทางเลือกด้านอาหารน้อยกว่า นอกจากนี้ การใช้สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของทางวิทยาเขตอาจจะจำกัด เนื่องจากนักศึกษาอาจต้องรีบเดินทางกลับบ้านเมื่อเลิกเรียน

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


 เมืองยอดนิยมเรียนต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับนักเรียนไทย (Most Popular Cities)


เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา (Miami, Florida)

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองหลวงคือ Tallahassee มีขนาดพื้นที่เขตเมืองเป็นอันดับที่ 4 รองจากนิวยอร์ก, ลอสแองเจลิสและชิคาโก นอกจากจะมีสวนสนุกมากมายแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมตัวของผู้ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำที่ท้าทายอีกด้วย และยังมีศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ที่มักเป็นที่ปล่อยจรวดหรือกระสวยอวกาศ ทำให้รัฐนี้ขึ้นชื่อในเรื่องวิศวกรรมอากาศยาน

เทคโนโลยีอวกาศและเทคโนโลยีทางน้ำมาก และยังเคยจัดให้เป็นเมืองชั้นนำอันดับ 7 ของโลกและเป็นศูนย์กลางธุรกิจเรือสำราญของโลกอีกด้วย

  • มหาวิทยาลัยแนะนำ: Florida Institute of Technology, Florida State University, University of Florida
  • มีสภาพอากาศ :อากาศร้อนมาก คล้ายกับเมืองไทย เรียนต่ออเมริกา
  • เหมาะกับนักเรียน: ชอบเมืองใหญ่ ที่มีความคึกคักปานกลางถึงมากและมีอากาศคล้ายประเทศไทย ไม่หนาว มีแสงแดดตลอดเวลา ชอบชายหาด ชายทะเล กิจกรรมทางน้ำ แฟชั่น การท่องเที่ยว เป็นต้น

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกาท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ (Chicago, Illinois)

ตั้งอยู่ตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกของประเทศ เมืองหลวงคือ Springfieldแต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดและดังที่สุดคือ Chicago รัฐนี้ถือเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมขนส่งทุกระบบการออกนอกรัฐจึงค่อนข้างสะดวกสบายนอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะหลายแขนง มีพิพิธภัณฑ์ ห้องแสดงภาพและศูนย์แสดงดนตรีหลายแห่งประชากรส่วนมากมักเป็นลูกหลานของชาวผิวขาวและผิวสีที่ตั้งรกรากอยู่ที่นี่ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามกลางเมือง

  • มหาวิทยาลัยแนะนำ: University of Chicago, University of Illinois, Illinois Institute of Technology
  • สภาพอากาศ: มักมีลมแรง หน้าร้อนอากาศร้อนจัด หน้าหนาวมีหิมะตก อากาศหนาวจัด
  • เหมาะสำหรับนักเรียน: ชื่นชอบศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียด้านศิลปะ พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรม       เมืองใหญ่ ตึกสูงระฟ้า ต้องการสัมผัสชีวิตของคนเมืองใหญ่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ธุรกิจ ดนตรี

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกาท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


นครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอเนีย (Los Angeles, California)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ด้านหนึ่งเป็นชายทะเล ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิค แต่ตอนกลางของรัฐไปจนถึงด้านเหนือเป็นหุบเขา มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง เมืองหลวงคือ Sacramento แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ Los Angeles ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ประชากรมีหลายเชื้อชาติ และแต่ละชาติก็มักใช้ภาษาถิ่นเป็นภาษาแม่มากกว่าใช้ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังมี Silicon Valley ที่เป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีอีกด้วย

  • มหาวิทยาลัยแนะนำ: University of California, California Institute of Technology, Stanford University
  • สภาพอากาศ : อากาศเย็นตลอดปี แต่ไม่มีหิมะ
  • เหมาะสำหรับนักเรียน: ชอบอากาศสบาย ๆ ต้องการสัมผัสกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับโลก ทีวี มีเดีย เมืองนักท่องเที่ยว มีความหลากหลายของเชื้อชาติ

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


มหานครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก (New York City, New York)

New York ถือเป็นศูนย์กลางทางเศษฐกิจและแฟชั่นของประเทศ เมืองหลวงของรัฐคือ New York City ที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศ นอกจากจะมีร้านค้าแบรนด์เนมแล้ว สถาปัตยกรรมของที่นี่ยังมีหลายแบบ ทั้งคลาสสิก ร่วมสมัย และตึกระฟ้าอีกมากมาย เมื่อออกมานอกเมืองแล้วก็จะพบทัศนียภาพที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง เป็นบ้านหลังใหญ่ๆ ไม่มีรั้ว หรืออาจจะมีโรงนาอยู่ติดกันก็ได้

  • มหาวิทยาลัยแนะนำ: Cornell University, Columbia University, Juilliard School
  • สภาพอากาศ : อากาศหนาวเย็นแทบทั้งปี หน้าหนาวมีหิมะสูง อากาศหนาวจัด
  • เหมาะกับนักเรียน: ชื่นชอบแฟชั่น แบรนด์เนม สถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน ต้องการเห็นความแตกต่างและสีสันของแต่ฤดูกาลอย่างชัดเจน เมืองใหญ่ ตึกสูงระฟ้า ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ความคึกคัก มีชีวิตชีวา เมืองที่ไม่เคยหลับไหล ความทันสมัยของการคมนาคมขนส่ง

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน (Seattle, Washington)

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ติดกับแคนาดา เมืองหลวงคือ Olympia แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ Seattle นอกจากจะมีชาวยุโรปเยอะแล้ว ยังมีประชากรชาวเอเชียอยู่เป็นจำนวนมากทั้งจีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี และไทย ถือว่าเป็นรัฐที่ค่อนข้างตัดขาดจากภายนอก เหมาะกับการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในหลักสูตร หรือเรียนรู้ด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จอย่าง Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft

  • มหาวิทยาลัยแนะนำ: University of Washington, Washington State University, The Evergreen State College
  • สภาพอากาศ: เป็นรัฐที่มีป่าฝนมากที่สุด ทำให้มีสภาพเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ท้องฟ้าจะอึมครึมมาก แม้เป็นเวลาเที่ยงก็ตาม
  • เหมาะสำหรับนักเรียน: ชอบฝน อากาศชื้น เย็นสบาย บรรยากาศเมืองแบบทันสมัยแต่ไม่วุ่นวายเกินไป

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา


เมืองบอสตัน รัฐแมตซาชูเซตส์ (Boston, Massachusetts)

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นรัฐที่ไม่ใหญ่นัก การวางผังเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีความปลอดภัยในชีวิตความเป็นอยู่สูง เมืองหลวงคือ Boston ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในเขตนิวอิงแลนด์ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ที่สุด มั่งคั่งที่สุด และมีวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ นอกจากนี้แล้วบอสตันยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยกว่า 100 แห่งในเมืองบอสตัน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

  • มหาวิทยาลัยที่แนะนำ: Harvard University , Tufts University , Massachusetts Institute of Technology,Boston University, University of Massachusetts Boston
  • สภาพอากาศ: อากาศเย็นเป็นส่วนใหญ่ ช่วงหน้าร้อน 3 เดือน หน้าร้อนจะร้อนมากพอๆ กับ เมืองไทย ช่วงหน้าหนาวจัด มีหิมะตก
  • เหมาะสำหรับนักเรียน: ต้องการอยู่ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการศึกษาของอเมริกา งานวิจัย การศึกษา เมืองที่สวยงามแต่ไม่วุ่นวายจนเกินไป
  • ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอเนีย (San Francisco, California)

ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเป็นเมืองที่น่าอยู่แห่งหนึ่งของรัฐ California  ซึ่งเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงทางด้านศิลปะวัฒนธรรมและมีความหลากหลายของประชากร  ซานฟรานซิสโก (San Francisco) ยังเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม เพราะอยู่ติดชายฝั่งทะเลแปซิฟิกจึงมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และอากาศที่ดีมาก  นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีระบบคมนาคมที่ดีมากแห่งหนึ่งจึงทำให้ผู้คนที่นี่ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางเป็นอย่างดี ซานฟรานซิสโกยังถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศสหรัฐอเมริกาอันจะเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์ที่มีอยู่ทั่วไปในเมืองและมีรถรางที่เป็นสัญญลักษณ์เด่นของเมืองนี้ ซึ่งภาพยนต์หลายเรื่องที่มาถ่ายทำที่ซานฟรานซิสโกจะต้องมีฉากรถรางเกือบทุกเรื่อง  จุดเด่นของเมืองซานฟรานซิสโกอีกหนึ่งอย่างก็คือสะพาน Golden Gate ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม นอกจากนี้แล้วซานฟรานซิสโกยังมีสมาคมชาวไทยที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจาก Los Angeles อีกด้วย

  • มหาวิทยาลัยที่แนะนำ: University of California at Berkeley, San Francisco ( UCSF ), University of California, Hastings College of the Law (UC Hastings or Hastings), San Francisco State University, City College of San Francisco, The Academy of Art University และ San Francisco Art Institute (SFAI)
  • สภาพอากาศ: อากาศเย็นตลอดปี แต่ไม่มีหิมะ
  • เหมาะสำหรับนักเรียน: ชอบความสวยงามของธรรมชาติ อ่าว สถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายแบบสมัยใหม่ แต่ยังคงมีร่องรอยของอดีตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีคนเอเชียพำนักค่อนข้างมาก ภูมิประเทศที่แตกต่างจากที่อื่น ๆ และการท่องเที่ยวที่คึกคัก รวมถึงเทศกาลต่าง ๆ เรียนต่ออเมริกา

ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา ท่องเที่ยวอเมริกา, เรียนต่ออเมริกา, ท่องเที่ยวประเทศอเมริกา, เรียนต่อ อเมริกา, เรียนต่อต่างประเทศ, วีซ่าอเมริกา, ข้อมูลประเทศอเมริกา

Blog Feed