MENU

The Best Language & Education Centre

เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

ค้นหาประเทศที่อยากเรียน

previous arrow
next arrow
Slider
ทำงานเต็มเวลาอย่างถูกกฏหมายที่ออสเตรเลีย กับวีซ่า Work and Holiday Visas (WHV) 2562 จำกัดเพียง 500 คนเท่านั้น !!

07 พฤษภาคม 2018 0 Webmaster Thebest
Work and Holiday Visas (WHV)

Work and Holiday Visas (WHV) 2562


Work and Holiday Visas (WHV) 2562 ด้วยรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย ได้จัดทำข้อตกลงร่วมกันเมื่อปี พ.ศ. 2548 ในการจัดทำโครงการตรวจลงตราหนังสือเดินทางการทำงาน และท่องเที่ยวไทย – ออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลง “Work and Holiday Visas” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18 – 30 ปี สามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว และทำงานได้เป็นการชั่วคราวในขณะอยู่ในประเทศออสเตรเลีย โครงการนี้จะเสริมสร้างให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์ สามารถปรับตัวและเข้าใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง   ฝึกการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างประเทศ และฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งมีประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ โดยกำหนดจำนวนให้เยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday Visas ไทย – ออสเตรเลีย ปีละ 500 คน

Work and Holiday Visas (WHV) 2562 คุณสมบัติ

ผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องมีคุณสมบัติ  ดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุระหว่าง 18 – 30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย)
  3. สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  4. มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
  5. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
  6. มีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
  7. มีความประพฤติและสุขภาพดี

คุณสมบัติทางด้านภาษาอังกฤษ

  1. คะแนน IELTS อย่างน้อย 4.5 หรือ
  2. คะแนน TOFL iBT คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 32 หรือ
  3. คะแนน PTE (Academic) คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 30 คะแนน หรือ
  4. คะแนน Cambridge Englis: Adcance (CAE) คะแนนรวมไม่น้อยกว่า 147

หมายเหตุ: สำหรับใครที่ยังไม่มีผลภาษาอังกฤษ หรือสอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด สามารถไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียก่อนได้ ติดต่อคลิ๊ก

วิธีการ/ขั้นตอนการรับสมัคร

  • การสมัครโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ทางเว็บไซต์ของ ดย. http://dcy.go.th/webnew/main/  เปิดรับลงทะเบียนวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2562
  • การสมัครโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ทางเว็บไซต์ http://dcy.go.th/webnew/main/  โดยระบบจะเปิดให้ บริการในวันที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ หากมีผู้สมัครครบเต็มจำนวนที่กำหนด  ก่อนช่วงเวลาการรับสมัคร ระบบจะปิดทำการรับสมัครทันที
  • จำนวนที่เปิดรับสมัคร ในปี 2562 ดย. จะดำเนินการเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 500 คน
    • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 250 จะต้องมายื่นเอกสารที่ ดย. ด้วยตนเอง ในวันที่ 15 มิถุนายน 2562 เท่านั้น (เลขที่สมัครจะปรากฏบนใบสมัคร)
    • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 251 – 500 จะต้องมายื่นเอกสารที่ ดย. ด้วยตนเอง ในวันที่ 16 มิถุนายน 2562 เท่านั้น (เลขที่สมัครจะปรากฏบนใบสมัคร)
    • ผู้สมัครที่ได้ลำดับสำรอง 501 – 800* เป็นผู้ขึ้นทะเบียนลำดับสำรอง จะต้องรอประกาศจากทาง ดย. ในการขอเรียกตรวจเอกสาร โดย ดย. จะประกาศเรียกตรวจเอกสารผ่านทางเว็บไซต์  ในกรณีที่มีผู้สมัครลำดับที่ 1 – 500 สละสิทธิ์หรือคุณสมบัติไม่ครบถ้วน
    • ผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 500 ที่เอกสารครบถ้วน ถูกต้อง จะได้รับหนังสือรับรองที่มีอายุใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม  – 30 ธันวาคม 2562 หากเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง สามารถมารับหนังสือรับรองได้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
      • กรณีที่มีผู้สมัครออนไลน์ได้ลำดับที่ 1 – 500 แต่ขาดคุณสมบัติหรือเอกสารไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ในขั้นตอนการตรวจเอกสาร ดย. มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตัดสิทธ์ผู้สมัครในลำดับนั้น 
      • กรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นเอกสารแทนนั้น สามารถทำได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และมีเอกสารรับรองมายื่นประกอบ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ และหนังสือรับรองจากหน่วยงาน เท่านั้น
  • เอกสารประกอบการสมัครผ่านระบบ Online ในการกรอกใบสมัครผ่านระบบออนไลน์ ผู้สมัครควรเตรียมพร้อมข้อมูลส่วนตัว ดังนี้
    1. เลขประจำตัวประชาชน
    2. ชื่อ-สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)
    3. วัน เดือน ปีเกิด
    4. ที่อยู่ตามบัตรประชาชน
    5. ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อม เบอร์โทรศัพท์มือถือ และe-mail address
    6. ข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
    7. ข้อมูลบุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน
  • วิธีการเข้าสู่ระบบ Online ผ่านทางเว็บไซต์ของ
    1. กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)  
    2. วิธีสมัครผ่านระบบออนไลน์
  • การยื่นเอกสาร
    1. ใบสมัครที่กรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว โดยพิมพ์ออกมาจากการสมัครทางออนไลน์
    2. บันทึกข้อตกลงที่ดาวโหลดไฟล์จากในเว็บไซต์ ดย. พร้อมลงลายมือชื่อของผู้สมัครผู้ปกครอง และพยาน
    3. เอกสารและหลักฐาน ตามที่ระบุในข้อ 3 ใช้ฉบับจริงพร้อมสำเนา และรับรองสำเนาทุกฉบับ
    4. กรณีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นเอกสารแทนนั้น สามารถทำได้ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และมีเอกสารรับรองมายื่นประกอบ ได้แก่ ใบรับรองแพทย์ ใบแจ้งความ และหนังสือรับรองจากหน่วยงาน เท่านั้น ทั้งนี้หากเอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่ถูกต้อง และผู้มายื่นเอกสารแทนไม่สามารถชี้แจงเพิ่มเติมได้ ถือเป็นสิทธ์ขาดของเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาออกหนังสือรับรอง
  • การรับหนังสือรับรองคุณสมบัติ
    1. กำหนดรับหนังสือรับรอง วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป
    2. แสดงหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน
    3. กรณีให้ผู้มารับแทน ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัครและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
    4. ลงลายมือชื่อรับหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐานกับเจ้าหน้าที่ ดย.

หลักฐานประกอบการขอตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ประเภท Work and Holiday Visa (Subclass 462) กับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย

  1. แบบฟอร์ม 1208 (Work and Holiday Visa) โดยสามารถ download ได้จาก http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/1208.pdf
  2. หนังสือรับรองคุณสมบัติจาก ดย. (ฉบับจริง)
  3. หนังสือเดินทาง (Passport) มีอายุการใช้งานคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน
  4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  6. หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใช้งานได้ โดยแนบหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด คือ
    1. ผลการสอบ  IELTS (ประเภทใดก็ได้) ไม่ต่ำกว่า 4.5 มีอายุไม่เกิน 1 ปี ตามประกาศเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลออสเตรเลีย ในปี 2558 อ้างอิง
    2.  ผลการสอบ TOEFL ระดับคะแนน
      • 133 on a computer based test
      • 450 on a paper based test
      • 45 – 46 on an internet-based test หรือ
      • ใบรับรอง หรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่าได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน หรือ
      • หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษา (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน  หรือ
      • หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน  หรือ
      • สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร
    3. หลักฐานทางการเงินของผู้เดินทางไม่น้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือ ใบรับรองทางการของบัญชีเงินฝากจากธนาคาร
    4. ค่าธรรมเนียมตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (วีซ่า) 420 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 13,000 บาท (ค่าธรรมเนียมมีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ 6 เดือน)
    5. ใบตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกำหนด ตรวจรายชื่อโรงพยาบาลจาก https://www.border.gov.au/Lega/Lega/Help/Location/thailand โดยแจ้งแพทย์ผู้ตรวจว่าต้องการสมัคร Work and Holiday Visa ของออสเตรเลีย
    6. แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาอังกฤษ)
    7. หนังสือให้ความยินยอมจากผู้ปกครองเป็นภาษาอังกฤษ (Parent Permission Letter) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง
    8. เอกสารทางการศึกษา ปริญญาบัตร และ Transcript

ยื่นเอกสารเพื่อขอรับการตรวจประทับลงตราหนังสือเดินทาง (VISA) ตัวแทนรับยื่นวีซ่า

Bangkok

  • Sukhumvit Soi 13, Klongtoey-Nua, Wattana,
  • Bangkok 10110 (BTS NANA, ทางออกหมายเลข 3)
  • เวลาทำการ : 8.30 น. – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • เวลายื่นใบสมัคร : 8.30 น. – 15.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ :02 118 7100
  • หรืออีเมล : info.dibpth@vfshelpline.com
  • โดยเอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

Chiang Mai

  • Siriphanich Building 6th floor, 191 Huaykaew Road, T.Suthep, A. Muang, 
  • Chiang Mai ตรงข้างห้างสรรพสินค้า MAYA Lifestyle Shopping Centre
  • เวลาทำการ : 8.30 น. – 16.30 น. วันจันทร์ ถึง วันศุกร์
  • ยกเว้นวันหยุดของสถานทูตออสเตรเลีย
  • เวลายื่นใบสมัคร : 8.30 น. – 15.00 น.
  • เบอร์โทรศัพท์ :02 118 7100
  • หรืออีเมล : info.dibpth@vfshelpline.com
  • โดยเอกสารที่เป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วย

ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ตลอดระยะเวลาของการพักอาศัยในประเทศออสเตรเลีย ทั้งการเดินทาง ค่าครองชีพ และการมีประกันสุขภาพ ต้องหาที่พักและสมัครงานด้วยตนเอง สามารถท่องเที่ยวสลับกับการทำงาน และทำงานกับนายจ้าง คนเดียวกันได้ ไม่เกิน 6 เดือน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนงานหรือเดินทางท่องเที่ยว

หมายเหตุ            

  1. เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่าให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์
  2. สถานที่ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย 37 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 โทร. 0 2287 2680 หรือ 0 2344 6300 โทรสาร 0 2344 6593

อ้างอิง: www.thailand.embassy.gov.au