เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

052-081-882 (สาขาเชียงใหม่)

053-354-225 (สาขาแม่โจ้)

Last updated April 29, 2026 ago by Webmaster Thebest

เรียนต่ออเมริกา  Seattle University


ประวัติและตัวตนของมหาวิทยาลัย

Seattle University หรือที่มักเรียกสั้น ๆ ว่า Seattle U เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนสาย Jesuit Catholic ตั้งอยู่ในเมือง Seattle รัฐ Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 1891 ถือเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีประวัติยาวนานและมีรากฐานด้านการศึกษาเชิงคุณค่าอย่างชัดเจน จุดเด่นสำคัญของสถาบันคือการผสมผสานการเรียนเชิงวิชาการเข้ากับการพัฒนาผู้เรียนในฐานะ “คนทั้งคน” ไม่ใช่เพียงการเตรียมความรู้เพื่อทำงานเท่านั้น แต่ยังเน้นความรับผิดชอบต่อสังคม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการเป็นผู้นำที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและโลกภายนอก

มหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนแคมปัสสีเขียวขนาดประมาณ 50 เอเคอร์ ใจกลางเมือง Seattle ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา การมีแคมปัสอยู่ในเมืองใหญ่ทำให้นักศึกษาได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงานจริง ทั้งในด้านธุรกิจ เทคโนโลยี สุขภาพ วิศวกรรม กฎหมาย ศิลปะ และงานชุมชน Seattle University มีนักศึกษามากกว่า 7,200 คนในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา และเปิดสอนผ่านหลายคณะและวิทยาลัยที่ครอบคลุมหลากหลายสาขา

ในแง่ประเภทของสถาบัน Seattle University เป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ไม่ใช่โรงเรียนมัธยม ไม่ใช่ International School และไม่ใช่ Boarding School แบบระดับมัธยม แต่มีระบบหอพักนักศึกษาสำหรับผู้เรียนมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะนักศึกษาปริญญาตรีปี 1–2 ที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้แคมปัส ระบบการเรียนของที่นี่เน้นขนาดชั้นเรียนที่ไม่ใหญ่จนเกินไป การเรียนรู้แบบใกล้ชิดกับอาจารย์ และการสร้างประสบการณ์จริงผ่านโปรเจกต์ การฝึกปฏิบัติ งานวิจัย การทำงานกับชุมชน และการเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมในเมือง Seattle

วิสัยทัศน์และแนวคิดการศึกษา

แนวคิดการศึกษาของ Seattle University สะท้อนจุดแข็งของมหาวิทยาลัยสาย Jesuit อย่างชัดเจน คือการเรียนรู้ที่ไม่แยกความรู้ทางวิชาการออกจากคุณธรรม ความรับผิดชอบ และการรับใช้สังคม เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอธิบายว่า Seattle University ต้องการให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านมุมมองระดับโลก มีจิตสำนึกต่อสังคม และเตรียมพร้อมสู่โอกาสในอนาคตหลากหลายด้าน ไม่ใช่เพียงการเรียนเพื่อจบปริญญา แต่เป็นการค้นหาความถนัด ความหมาย และเส้นทางของตนเอง

จุดเด่นอีกด้านคือการเรียนแบบ personalized learning หรือการเรียนที่ผู้เรียนได้รับการดูแลใกล้ชิดจากคณาจารย์ โดย Seattle University ระบุสัดส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ที่ 11:1 ซึ่งช่วยให้การเรียนการสอนมีความใกล้ชิดมากขึ้น นักศึกษามีโอกาสถามคำถาม ขอคำแนะนำ วางแผนเส้นทางวิชาการ และพัฒนาทักษะส่วนตัวได้มากกว่าการเรียนในห้องเรียนขนาดใหญ่มาก ๆ

สำหรับนักเรียนนานาชาติ จุดนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะการไปเรียนในต่างประเทศไม่ได้ท้าทายเฉพาะเรื่องเนื้อหาวิชา แต่ยังรวมถึงภาษา วัฒนธรรม วิธีคิด และการใช้ชีวิตในระบบมหาวิทยาลัยอเมริกัน การเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีโครงสร้างสนับสนุนชัดเจน มี International Student Center มีหอพัก มีระบบให้คำปรึกษา และมีชุมชนนักศึกษาหลากหลาย จึงช่วยให้การปรับตัวง่ายขึ้นกว่าการเรียนในสถาบันที่มีขนาดใหญ่มากแต่ดูแลแบบห่าง ๆ

Why Choose Seattle University ทำไมต้องเลือกเรียนที่นี่

1. ทำเลใจกลาง Seattle เมืองเทคโนโลยีและนวัตกรรม

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ Seattle University โดดเด่นคือทำเลที่ตั้ง มหาวิทยาลัยอยู่ในเมือง Seattle ซึ่งเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ การแพทย์ การวิจัย และนวัตกรรม Seattle University อธิบายว่าเมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่แถวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เทคโนโลยี และการวิจัย ทำให้นักศึกษาได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยโอกาสทั้งในและนอกห้องเรียน

สำหรับนักศึกษาที่สนใจสาย Computer Science, Engineering, Business, Data, Healthcare, Law, Communication หรือ Arts การอยู่ในเมืองที่มีระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเข้มแข็งถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เพราะนักศึกษาสามารถเรียนรู้จากบริบทจริง เห็นองค์กรจริง เข้าร่วมกิจกรรมอาชีพ สร้างเครือข่าย และต่อยอดสู่การฝึกงานหรือเส้นทางอาชีพในอนาคตได้ดีกว่าเมืองที่มีอุตสาหกรรมจำกัด

2. ชั้นเรียนขนาดไม่ใหญ่และใกล้ชิดอาจารย์

Seattle University มีสัดส่วนนักศึกษาต่ออาจารย์ 11:1 ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญสำหรับครอบครัวที่ต้องการให้บุตรหลานได้รับการดูแลเชิงวิชาการอย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยระบุว่าชั้นเรียนขนาดเล็กและคณาจารย์ที่ใส่ใจเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์การเรียนรู้แบบ active learning ของ Seattle U

การเรียนในสภาพแวดล้อมเช่นนี้เหมาะกับนักเรียนนานาชาติ เพราะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวในห้องเรียน นักศึกษามีโอกาสสื่อสารกับอาจารย์มากขึ้น ได้รับ feedback มากขึ้น และสามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเรียนแบบอเมริกันได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนไทยที่อาจยังไม่คุ้นกับการอภิปรายในห้องเรียน การทำโปรเจกต์ การนำเสนอ และการเรียนแบบมีส่วนร่วม

3. หลักสูตรหลากหลาย ครอบคลุมทั้งปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา

Seattle University เปิดสอนมากกว่า 140 หลักสูตรในระดับ undergraduate, graduate และ certificate programs โดยมีคณะและวิทยาลัยที่ครอบคลุมหลายสาย เช่น Business, Arts & Sciences, Education, Nursing & Health Sciences, Science & Engineering, Cornish College of the Arts และ School of Law

ความหลากหลายของหลักสูตรทำให้นักศึกษามีตัวเลือกกว้าง ทั้งสายอาชีพยอดนิยม เช่น Business, Computer Science, Engineering, Nursing, Data, Law และสายที่เน้นความคิดสร้างสรรค์หรือสังคมศาสตร์ เช่น Psychology, Communication, Arts, Education และ Social Justice การมีหลายคณะในมหาวิทยาลัยเดียวกันยังเอื้อต่อการเรียนแบบข้ามศาสตร์ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่

4. เน้นประสบการณ์จริงและการเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม

Seattle University ระบุว่าหลักสูตรของมหาวิทยาลัยมีความเชื่อมโยงกับนายจ้างชั้นนำ อุตสาหกรรมระดับโลก และองค์กรชุมชนใน Seattle รวมถึงมีการเรียนรู้ผ่าน real-world projects และแนวคิดที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงานจริง

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาเส้นทางอาชีพ จุดนี้สำคัญมาก เพราะการเรียนมหาวิทยาลัยในปัจจุบันไม่ได้วัดจากชื่อสถาบันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าหลักสูตรช่วยให้นักศึกษาเข้าใจงานจริงหรือไม่ มีโอกาสทำโปรเจกต์หรือไม่ มีระบบ career support หรือไม่ และสภาพแวดล้อมรอบมหาวิทยาลัยเอื้อต่อการสร้าง connection หรือไม่ Seattle University ตอบโจทย์นี้ได้ดีเพราะตั้งอยู่ในเมืองที่มี ecosystem ทางธุรกิจและนวัตกรรมเข้มแข็ง

5. ชุมชนนานาชาติและการดูแลนักเรียนต่างชาติ

Seattle University มี International Student Center และระบุว่ามีนักศึกษานานาชาติมากกว่า 1,000 คนจากประมาณ 80 ประเทศทั่วโลก ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนที่หลากหลายและเป็นสากล

นักเรียนนานาชาติไม่ได้ต้องการเพียงมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรดี แต่ยังต้องการระบบดูแลตั้งแต่ก่อนเดินทาง การขอ I-20 การเตรียมวีซ่า การเดินทาง การปฐมนิเทศ การลงทะเบียนเรียน และการปรับตัวในชีวิตประจำวัน Seattle University มีข้อมูลสำหรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเป็นระบบ เช่น การเข้าร่วม Welcome Workshop การ check-in กับ International Student Center และคำแนะนำเรื่องเอกสารเมื่อเดินทางเข้าสหรัฐฯ

Academic Quality คุณภาพและความสำเร็จทางวิชาการ

มาตรฐานการเรียนและระบบสนับสนุนทางวิชาการ

Seattle University วางตำแหน่งตนเองเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้น academic excellence ควบคู่กับการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ โดยมี 7 schools and colleges และหลักสูตรที่ออกแบบให้ผู้เรียนเชื่อมโยงความรู้กับอาชีพ ชุมชน และประเด็นระดับโลก มหาวิทยาลัยระบุว่าหลักสูตรมีทั้งความเข้มข้นทางวิชาการ งาน coursework เชิงสะท้อนคิด ความเป็นสากล และการเรียนรู้ผ่านโครงการจริง

แม้ Seattle University จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่เน้นประกาศตัวด้วยตัวเลขผลสอบแบบโรงเรียนมัธยม เช่น อัตราสอบผ่าน GCSE, A-Level หรือ IB เพราะเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษา แต่ตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าสำหรับมหาวิทยาลัยคือคุณภาพหลักสูตร สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา ผลลัพธ์หลังเรียนจบ การได้รับการจัดอันดับหรือการยอมรับจากภายนอก และความสามารถในการเชื่อมต่อนักศึกษากับโลกการทำงาน

ผลลัพธ์หลังเรียนจบ

Seattle University ระบุ success rate ที่ 96% โดยอธิบายว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีงานทำหรือเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นภายใน 6 เดือนหลังสำเร็จการศึกษา

ข้อมูลนี้มีความสำคัญสำหรับผู้ปกครอง เพราะการตัดสินใจส่งบุตรหลานไปเรียนต่างประเทศคือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เพียงค่าเทอมและค่าครองชีพ แต่รวมถึงโอกาสหลังเรียนจบด้วย มหาวิทยาลัยที่มีระบบ Career Engagement และเก็บข้อมูล First Destination Survey อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับผลลัพธ์หลังสำเร็จการศึกษา ไม่ใช่หยุดอยู่แค่การเรียนในห้องเรียน

การยอมรับจากภายนอก

Seattle University ได้รับการกล่าวถึงใน The Princeton Review’s Best 391 Colleges for 2026 โดยมหาวิทยาลัยระบุว่าได้รับการรวมอยู่ในรายชื่อนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 และเป็นหนึ่งในสถาบันระดับปริญญาตรีชั้นนำของสหรัฐฯ ตามการคัดเลือกดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการเขียนบทความแนะแนวเรียนต่อ ควรนำเสนอเรื่อง ranking อย่างมีสมดุล เพราะ ranking แต่ละสำนักใช้เกณฑ์ไม่เหมือนกัน สิ่งที่ควรเน้นสำหรับ Seattle University คือความเหมาะสมเชิงคุณภาพ ได้แก่ ทำเลเมือง Seattle, ชั้นเรียนขนาดเล็ก, การดูแลนักศึกษา, โอกาสเชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม และการเรียนรู้ที่เน้นคุณค่าความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบต่อสังคม

Location & City Life ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและการใช้ชีวิตใน Seattle

เมือง Seattle: เมืองใหญ่ที่เหมาะกับการเรียนและเติบโต

Seattle University ตั้งอยู่ที่ 901 12th Avenue, Seattle, Washington 98122 ในสหรัฐอเมริกา อยู่ในทำเลเมืองที่สะดวกต่อการใช้ชีวิต การเดินทาง และการเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมจริง มหาวิทยาลัยอยู่ห่างจาก downtown Seattle ประมาณ 2 ไมล์ รายล้อมด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ย่านชุมชน และตัวเลือกกิจกรรมหลากหลายสำหรับนักศึกษา

Seattle เป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านเทคโนโลยี ธรรมชาติ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ เมืองนี้มีบรรยากาศเป็นเมืองใหญ่แต่ยังใกล้ภูเขา น้ำ ป่า และพื้นที่กลางแจ้ง จึงเหมาะกับนักศึกษาที่อยากได้ทั้งโอกาสด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต นักศึกษาสามารถใช้ชีวิตในเมืองที่มีความหลากหลายสูง มีแหล่งเรียนรู้ ร้านหนังสือ พิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ พื้นที่สร้างสรรค์ และกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตลอดปี

การเดินทางจากสนามบิน

สนามบินหลักคือ Seattle-Tacoma International Airport หรือ Sea-Tac Airport ซึ่งอยู่ประมาณ 15 ไมล์ทางใต้ของ downtown Seattle จากข้อมูลของ International Student and Scholar Center นักศึกษาสามารถเดินทางจากสนามบินเข้าสู่เมืองได้หลายวิธี เช่น taxi, shuttle service, Link Light Rail, bus และ Seattle Streetcar โดยมหาวิทยาลัยระบุว่ามีนักศึกษานานาชาติจำนวนมากเดินทางมาทุกปี จึงไม่สามารถจัดเจ้าหน้าที่ไปรับทุกคนที่สนามบินได้ แต่มหาวิทยาลัยให้ข้อมูลตัวเลือกการเดินทางไว้อย่างชัดเจน

สำหรับนักเรียนไทยที่เดินทางครั้งแรก ควรวางแผนเส้นทางจากสนามบินถึงที่พักล่วงหน้า ตรวจสอบเวลาเปิดให้บริการของขนส่งสาธารณะ และเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อม เช่น passport, visa, I-20, acceptance letter และเอกสารการเงิน เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องแสดงเมื่อตรวจคนเข้าเมือง

การเดินทางรอบมหาวิทยาลัย

จุดเด่นของ Seattle University คือการอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ นักศึกษาสามารถใช้รถบัสหลายสายที่จอดใกล้มหาวิทยาลัย รวมถึง Seattle Streetcar และอยู่ไม่ไกลจาก Capitol Hill Light Rail Station มหาวิทยาลัยยังระบุว่ามี discounted transit pass หรือ ORCA card สำหรับนักศึกษาที่ไม่มี parking permit ซึ่งช่วยให้การเดินทางในเมืองสะดวกและประหยัดขึ้น

สำหรับนักเรียนนานาชาติ ความสะดวกด้านการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วงแรกอาจยังไม่มีรถส่วนตัว การอยู่ในเมืองที่มีขนส่งสาธารณะดีช่วยให้ไปเรียน ไปซื้อของ ไปทำธุระ ไปพบเพื่อน หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความกังวลของผู้ปกครอง เพราะนักศึกษาไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถยนต์ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตในต่างประเทศ

Seattle University

หลักสูตร

Seattle University เป็นมหาวิทยาลัยที่มีตัวเลือกหลักสูตรหลากหลาย ครอบคลุมทั้งระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการวางแผนการเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาอย่างจริงจัง โดยจุดเด่นของมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่เพียงจำนวนหลักสูตรที่เปิดสอนเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่แนวทางการเรียนที่เชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนเข้ากับทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานจริง นักศึกษาจะได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการพัฒนาตนเองในฐานะคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเข้าสู่สังคมระดับสากล

สำหรับนักเรียนนานาชาติ การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรหลากหลายถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เพราะช่วยให้นักศึกษาสามารถค้นหาความถนัดของตนเองได้มากขึ้น บางคนอาจเริ่มต้นจากความสนใจด้านธุรกิจ แต่ภายหลังพบว่าตนเองสนใจด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการทำงานด้านสุขภาพมากกว่า การมีหลายคณะและหลายสาขาในมหาวิทยาลัยเดียวกันจึงช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สำรวจเส้นทางการเรียนที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองไว้กับสาขาเดียวตั้งแต่แรก

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Seattle University น่าสนใจคือการจัดหลักสูตรให้ตอบโจทย์ทั้งนักเรียนที่ต้องการต่อยอดสู่การทำงานหลังเรียนจบ และนักเรียนที่วางแผนเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายบริหารธุรกิจ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สุขภาพ พยาบาล ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมีแนวทางการเรียนที่ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจทั้งเนื้อหาเชิงวิชาการและการนำไปใช้จริงในบริบทของโลกสมัยใหม่

Undergraduate

ระดับ Undergraduate หรือระดับปริญญาตรีของ Seattle University เปิดโอกาสให้นักศึกษาเลือกเรียนจากมากกว่า 70 หลักสูตร ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่หลากหลายเพียงพอสำหรับนักเรียนที่ต้องการวางรากฐานทางวิชาการและอาชีพในระยะยาว การเรียนระดับปริญญาตรีเป็นช่วงเวลาสำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่นักศึกษาจะได้สร้างพื้นฐานความรู้ ทักษะการคิด และมุมมองต่อโลกการทำงานในอนาคต การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรแข็งแรงและมีระบบสนับสนุนที่ดีจึงส่งผลต่อความสำเร็จของนักศึกษาอย่างมาก

Seattle University ออกแบบการเรียนระดับปริญญาตรีให้เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการมากกว่าความรู้จากตำรา นักศึกษาจะได้เรียนรู้ผ่านการอภิปรายในชั้นเรียน การทำโปรเจกต์ การค้นคว้า การนำเสนอ และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นรูปแบบการเรียนที่ช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะที่นายจ้างในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญ เช่น การแก้ปัญหา การคิดอย่างเป็นระบบ การสื่อสารอย่างมืออาชีพ และการทำงานในทีมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สำหรับนักเรียนไทยหรือนักเรียนนานาชาติที่กำลังวางแผนเรียนต่อระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา Seattle University เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีสภาพแวดล้อมการเรียนที่ช่วยให้นักศึกษาค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่ระบบการศึกษาของอเมริกาได้อย่างมีคุณภาพ นักศึกษาจะไม่ได้เรียนแบบท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกกระตุ้นให้ตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเรียนต่อและการทำงานในระดับนานาชาติ

การมีหลักสูตรมากกว่า 70 สาขายังช่วยให้นักศึกษาสามารถเลือกเส้นทางที่ตรงกับเป้าหมายได้หลากหลายมากขึ้น เช่น นักเรียนที่สนใจธุรกิจอาจเลือกเรียนด้าน Business Administration, Finance, Marketing หรือ Economics ขณะที่นักเรียนที่สนใจสายเทคโนโลยีอาจเลือกเรียนด้าน Computer Science, Engineering หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ส่วนผู้ที่สนใจงานเพื่อสังคม สุขภาพ หรือมนุษยศาสตร์ ก็สามารถเลือกเรียนในคณะที่ตอบโจทย์ความสนใจของตนเองได้เช่นกัน

เลือกเรียนได้มากกว่า 70 หลักสูตรระดับปริญญาตรี พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่ Seattle University

Seattle University เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีมากกว่า 70 หลักสูตร ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา เพื่อให้นักศึกษาสามารถเลือกเส้นทางการเรียนที่ตรงกับความสนใจ ความถนัด และเป้าหมายอาชีพในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสายธุรกิจ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สุขภาพ มนุษยศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ นักศึกษาจะได้เรียนในสภาพแวดล้อมทางวิชาการที่มีคุณภาพ และได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาทั้งความรู้ ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และความพร้อมในการทำงานระดับสากล

การเรียนที่ Seattle University ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการได้รับปริญญาเท่านั้น แต่ยังช่วยเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับความสำเร็จในโลกจริง ผ่านการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับการทำงาน การแก้ปัญหา และการพัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน จึงเหมาะสำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาคุณภาพในสหรัฐอเมริกา และวางรากฐานที่แข็งแรงสำหรับอนาคต.

College of Arts and Sciences

College of Arts and Sciences เหมาะสำหรับนักศึกษาที่สนใจการเรียนในสายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน การสื่อสาร จิตวิทยา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจมนุษย์และสังคม จุดเด่นของคณะนี้คือการสร้างพื้นฐานด้านการคิดวิเคราะห์และการสื่อสาร ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการศึกษา งานสื่อสารองค์กร งานนโยบาย งานวิจัย งานสังคม หรือการต่อยอดไปสู่การเรียนระดับสูง

สำหรับนักศึกษานานาชาติ คณะสาย Arts and Sciences มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะช่วยเปิดมุมมองต่อสังคมอเมริกันและสังคมโลก นักศึกษาจะได้เรียนรู้ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ภาษา ประวัติศาสตร์ ความคิด การเมือง สังคม และพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งเป็นความรู้ที่ช่วยให้สามารถเข้าใจผู้คนจากหลากหลายพื้นหลังได้ดีขึ้น ทักษะนี้มีคุณค่าอย่างมากในโลกการทำงานที่องค์กรต่าง ๆ ต้องทำงานข้ามวัฒนธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ

นักเรียนที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องการทำงานสายใดในอนาคต อาจพบว่า College of Arts and Sciences เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะหลายสาขาในคณะนี้เปิดโอกาสให้พัฒนาทักษะกว้างและยืดหยุ่น นักศึกษาสามารถต่อยอดไปสู่งานด้านสื่อสาร การวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสังคม งานองค์กรระหว่างประเทศ งานกฎหมาย หรือการศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาได้ในอนาคต

College of Science and Engineering

College of Science and Engineering เหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเรียนในสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม จุดเด่นของสายนี้คือการเรียนที่เน้นทั้งทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติ นักศึกษาจะได้ฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ การแก้ปัญหาเชิงเทคนิค การทำงานกับข้อมูล และการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์โลกยุคดิจิทัล

สำหรับนักศึกษาที่สนใจอาชีพในอนาคต เช่น Software Developer, Data Analyst, Engineer, Research Assistant, Product Developer หรือสายงานเทคโนโลยีอื่น ๆ การเลือกเรียนใน College of Science and Engineering สามารถเป็นรากฐานที่แข็งแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อ Seattle University ตั้งอยู่ในเมือง Seattle ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสหรัฐอเมริกา นักศึกษาจึงมีโอกาสเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยบริษัท องค์กร และชุมชนมืออาชีพด้านเทคโนโลยี

สิ่งที่ผู้ปกครองมักให้ความสำคัญคือ เรียนจบแล้วสามารถนำความรู้ไปต่อยอดอาชีพได้จริงหรือไม่ สาย Science and Engineering เป็นกลุ่มสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานโลก เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้ต้องการคนที่เข้าใจเทคโนโลยี ข้อมูล ระบบ และการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ การเรียนในคณะนี้จึงเหมาะกับนักศึกษาที่ต้องการเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน มีทักษะเฉพาะทาง และสามารถพัฒนาไปสู่สายงานที่มีโอกาสเติบโตสูง

Albers School of Business and Economics

Albers School of Business and Economics เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับนักศึกษาที่สนใจด้านธุรกิจ การเงิน การตลาด เศรษฐศาสตร์ การจัดการ หรือการเป็นผู้ประกอบการ จุดแข็งของคณะธุรกิจคือการช่วยให้นักศึกษาเข้าใจทั้งหลักการบริหารและการประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง นักศึกษาไม่ได้เรียนเพียงทฤษฎีทางธุรกิจ แต่ยังต้องฝึกคิดเชิงกลยุทธ์ วิเคราะห์ปัญหา เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และเรียนรู้การตัดสินใจในบริบทขององค์กร

สำหรับนักเรียนไทยที่อยากเรียนต่อสาย Business ในสหรัฐอเมริกา คณะนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะธุรกิจเป็นสาขาที่นำไปต่อยอดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะกลับมาทำงานในประเทศไทย ทำงานในองค์กรนานาชาติ เริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือเรียนต่อในระดับ MBA หรือสาขาที่เกี่ยวข้องในอนาคต การเรียนธุรกิจในเมืองที่มีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจแข็งแรงอย่าง Seattle ยังช่วยให้นักศึกษาเห็นภาพธุรกิจจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพ องค์กรไม่แสวงหากำไร หรือธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี

จุดเด่นของการเรียนธุรกิจในมหาวิทยาลัยที่มีชุมชนหลากหลายคือ นักศึกษาจะได้ฝึกทำงานกับเพื่อนจากหลายประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน เพราะผู้บริหารและพนักงานในองค์กรระดับโลกต้องเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม วิธีคิดของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และแนวทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับตลาดต่าง ๆ การเรียนที่นี่จึงช่วยเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีทั้งความรู้ทางธุรกิจและความสามารถในการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

College of Nursing and Health Sciences

College of Nursing and Health Sciences เหมาะสำหรับนักศึกษาที่สนใจสายสุขภาพ การพยาบาล วิทยาศาสตร์สุขภาพ และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้คน จุดเด่นของคณะนี้คือการเรียนที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการ ความแม่นยำ ความรับผิดชอบ และความเข้าใจในมนุษย์ สายสุขภาพเป็นหนึ่งในสายงานที่มีความสำคัญสูงทั่วโลก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของผู้คนและระบบสาธารณสุข

นักศึกษาที่เลือกเรียนสาย Nursing หรือ Health Sciences ควรเป็นผู้ที่มีความตั้งใจสูง มีความละเอียดรอบคอบ และพร้อมทำงานกับผู้คนในสถานการณ์ที่หลากหลาย การเรียนสายนี้ไม่ใช่เพียงการจำเนื้อหาวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการรักษา แต่ต้องฝึกการสื่อสารกับผู้ป่วย การทำงานร่วมกับทีมสุขภาพ การตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม และการดูแลผู้คนด้วยความเข้าใจ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับนักเรียนนานาชาติ สายสุขภาพเป็นเส้นทางที่มีความท้าทาย แต่ก็มีคุณค่ามาก เพราะสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพที่เป็นที่ต้องการในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตรอย่างละเอียด เนื่องจากหลักสูตรด้านสุขภาพมักมีข้อกำหนดเฉพาะ เช่น เกณฑ์ภาษาอังกฤษที่สูงกว่า หลักสูตรพื้นฐานที่ต้องเรียนมาก่อน หรือขั้นตอนการคัดเลือกเพิ่มเติม การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

graduate

ระดับ Graduate หรือระดับบัณฑิตศึกษาของ Seattle University เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้เฉพาะทางหลังจบปริญญาตรี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ การเปลี่ยนสายงาน การเตรียมตัวเข้าสู่ตำแหน่งบริหาร หรือการพัฒนาความเชี่ยวชาญในสาขาที่ต้องการความรู้เชิงลึกมากขึ้น การเรียนระดับนี้มักมีความเข้มข้นและเน้นการนำความรู้ไปใช้จริงมากกว่าระดับปริญญาตรี

นักศึกษาระดับ Graduate ส่วนใหญ่มีเป้าหมายชัดเจนกว่าในระดับ Undergraduate บางคนอาจมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนและต้องการกลับมาเรียนเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ บางคนอาจต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่ธุรกิจ เทคโนโลยี สุขภาพ หรือการศึกษา ขณะที่บางคนอาจต้องการเรียนต่อเพื่อเตรียมเส้นทางไปสู่ตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้น การเลือกมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรตอบโจทย์และอยู่ในเมืองที่มีโอกาสทางอาชีพจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Seattle University เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เรียนระดับบัณฑิตศึกษา เพราะมีแนวทางการเรียนที่เน้นการเชื่อมโยงกับบริบทจริง นักศึกษาสามารถนำสิ่งที่เรียนไปใช้กับงานหรือเป้าหมายอาชีพได้โดยตรง หลายหลักสูตรออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักศึกษาพัฒนาทักษะเฉพาะทาง พร้อมทั้งเสริมความสามารถด้านการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการเป็นผู้นำในโลกการทำงานสมัยใหม่

Degrees

ในระดับ Graduate Seattle University เปิดสอนหลักสูตรบัณฑิตศึกษาที่มีความหลากหลายและมีเป้าหมายชัดเจน เหมาะสำหรับผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพเฉพาะด้าน การเรียนระดับนี้มีความแตกต่างจากระดับปริญญาตรีตรงที่นักศึกษาจะต้องรับผิดชอบต่อการเรียนมากขึ้น มีการอ่าน การวิเคราะห์ การทำวิจัย หรือการทำโปรเจกต์ที่ลึกขึ้น และมักต้องเชื่อมโยงเนื้อหากับประสบการณ์จริงหรือกรณีศึกษาในอุตสาหกรรม

คำว่า Degrees ในระดับบัณฑิตศึกษาจึงไม่ใช่เพียงชื่อวุฒิการศึกษา แต่เป็นเส้นทางในการยกระดับความสามารถของผู้เรียน นักศึกษาที่เลือกเรียน Graduate Degree มักต้องการสร้างความแตกต่างในตลาดแรงงาน เช่น การมีทักษะเชิงวิเคราะห์ที่ลึกขึ้น การเข้าใจระบบองค์กร การเป็นผู้นำทีม การจัดการโครงการ หรือการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่นายจ้างให้ความสำคัญ

สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนระดับ Graduate ในสหรัฐอเมริกายังเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับเพื่อนร่วมชั้น อาจารย์ และผู้เชี่ยวชาญในสายงานเดียวกัน เครือข่ายเหล่านี้สามารถกลายเป็นประโยชน์ระยะยาว ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนความรู้ การทำโปรเจกต์ร่วมกัน หรือการต่อยอดโอกาสทางอาชีพในอนาคต

Graduate

Seattle University เปิดสอนหลักสูตร Graduate จำนวน 12 หลักสูตร โดยเน้นการศึกษาที่มีคุณภาพในสภาพแวดล้อมที่เตรียมผู้เรียนให้พร้อมต่อความสำเร็จในอนาคต แม้จำนวนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาจะไม่มากเท่าระดับปริญญาตรี แต่ข้อดีคือมหาวิทยาลัยสามารถพัฒนาแต่ละหลักสูตรให้มีความเฉพาะทางและตอบโจทย์ผู้เรียนที่มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น

การเรียนระดับ Graduate ที่นี่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสามารถเชิงลึกในสายงานของตนเอง เช่น ผู้ที่เรียนจบด้านธุรกิจและอยากต่อยอดสู่การบริหาร ผู้ที่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีและต้องการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง หรือผู้ที่สนใจสายสุขภาพและต้องการเพิ่มคุณสมบัติในเส้นทางอาชีพของตนเอง การเรียนระดับนี้จึงเหมาะกับทั้งผู้เรียนที่เพิ่งจบปริญญาตรีและผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว

สิ่งที่ทำให้การเรียนระดับ Graduate มีคุณค่า คือการได้เรียนรู้ร่วมกับผู้เรียนที่มีเป้าหมายจริงจังและมีประสบการณ์หลากหลาย ห้องเรียนระดับบัณฑิตศึกษามักเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การวิเคราะห์กรณีศึกษา และการตั้งคำถามเชิงลึก ผู้เรียนจึงไม่ได้รับความรู้จากอาจารย์เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนร่วมชั้นด้วย

Choose from 12 graduate programs and pursue a world-class education at Seattle University in an environment that prepares you for success.

การเปิดสอนหลักสูตร Graduate จำนวน 12 หลักสูตรสะท้อนให้เห็นว่า Seattle University ให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับสูงที่มุ่งเน้นคุณภาพและความพร้อมด้านอาชีพ หลักสูตรระดับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักศึกษาก้าวไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสเลื่อนตำแหน่ง การเปลี่ยนสายอาชีพ หรือการเตรียมตัวสำหรับบทบาทที่ต้องใช้ความรู้และความรับผิดชอบมากขึ้น

คำว่า world-class education ในระดับ Graduate มีความหมายลึกกว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เพราะหมายถึงการเรียนที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานระดับสากล นักศึกษาจะได้เรียนรู้แนวคิด เครื่องมือ และวิธีการทำงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนกลยุทธ์ การแก้ปัญหาองค์กร การทำวิจัย หรือการทำงานในระบบวิชาชีพที่มีความซับซ้อน

สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนระดับ Graduate ที่ Seattle University ยังช่วยให้สามารถพัฒนาทั้งความรู้และความมั่นใจในสภาพแวดล้อมอเมริกัน นักศึกษาจะได้ฝึกใช้ภาษาอังกฤษในระดับวิชาการและวิชาชีพ ได้เรียนรู้รูปแบบการทำงานแบบตะวันตก และได้สร้างประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ทั้งในสหรัฐอเมริกา ประเทศไทย หรือประเทศอื่น ๆ ในอนาคต

Albers School of Business and Economics

ในระดับ Graduate, Albers School of Business and Economics เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ในระดับสูง ผู้เรียนอาจเป็นผู้ที่ต้องการต่อยอดจากปริญญาตรีด้านธุรกิจ หรือผู้ที่มาจากสาขาอื่นแต่ต้องการเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่งานบริหาร การเงิน การวิเคราะห์ธุรกิจ หรือการเป็นผู้ประกอบการ

การเรียนธุรกิจในระดับบัณฑิตศึกษามักเน้นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น นักศึกษาจะต้องวิเคราะห์ข้อมูล เข้าใจตลาด ประเมินความเสี่ยง และมองเห็นภาพรวมขององค์กร ไม่ใช่เพียงการเรียนทฤษฎีพื้นฐาน แต่เป็นการฝึกคิดในมุมของผู้จัดการ ผู้นำ หรือผู้วางแผนธุรกิจ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการเติบโตในสายงานอย่างจริงจัง

สำหรับนักศึกษานานาชาติ จุดแข็งคือการได้เรียนรู้ธุรกิจในบริบทของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจและธุรกิจขนาดใหญ่ การเรียนในเมือง Seattle ยังช่วยให้นักศึกษาเห็นภาพของธุรกิจยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี นวัตกรรม และความยั่งยืนมากขึ้น

College of Arts and Sciences

College of Arts and Sciences ในระดับ Graduate เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประเด็นเชิงลึกเกี่ยวกับมนุษย์ สังคม ภาษา วัฒนธรรม นโยบาย หรือศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจโลกอย่างรอบด้าน หลักสูตรในกลุ่มนี้มักเน้นการวิเคราะห์ การเขียน การวิจัย และการพัฒนามุมมองเชิงวิพากษ์

ผู้เรียนในสายนี้สามารถต่อยอดไปสู่อาชีพได้หลากหลาย เช่น งานวิจัย งานการศึกษา งานองค์กรระหว่างประเทศ งานชุมชน งานสื่อสารเชิงกลยุทธ์ งานภาครัฐ หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร จุดเด่นคือการพัฒนาทักษะที่ยืดหยุ่นและใช้ได้ในหลายบริบท โดยเฉพาะทักษะการเข้าใจคน การวิเคราะห์สถานการณ์ และการสื่อสารความคิดอย่างเป็นระบบ

สำหรับนักศึกษาที่ต้องการทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ การเรียนในสาย Arts and Sciences ช่วยสร้างมุมมองที่กว้างขึ้น ผู้เรียนจะเข้าใจความหลากหลายของสังคมมากขึ้น และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการทำงานกับผู้คนจากหลายวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

College of Science and Engineering

College of Science and Engineering ในระดับ Graduate เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม หรือการแก้ปัญหาเชิงระบบในระดับสูง การเรียนระดับนี้มักเน้นการวิเคราะห์ที่ซับซ้อนขึ้น การทำโปรเจกต์เชิงเทคนิค และการนำความรู้ไปใช้กับโจทย์จริง

ผู้ที่เรียนจบจากสายนี้สามารถต่อยอดไปสู่อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี นวัตกรรม การพัฒนาระบบ การวิเคราะห์ข้อมูล งานวิจัย หรือบทบาทที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางสูง ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีวุฒิระดับ Graduate ในสาย Science and Engineering สามารถช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขันของผู้เรียนได้

สำหรับนักศึกษานานาชาติ การเรียนสายนี้ใน Seattle มีความน่าสนใจ เพราะเมืองนี้มีบรรยากาศของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างชัดเจน นักศึกษาจะได้ใช้ชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพอนาคตของสายอาชีพได้ชัดเจนขึ้น

College of Nursing and Health Sciences

College of Nursing and Health Sciences ในระดับ Graduate เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับความรู้และทักษะด้านสุขภาพในระดับสูง สาขานี้เหมาะกับผู้ที่มีความตั้งใจทำงานเพื่อดูแลผู้คน พัฒนาระบบสุขภาพ หรือสร้างความเปลี่ยนแปลงในวิชาชีพด้านสุขภาพ การเรียนระดับบัณฑิตศึกษาช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจทั้งแนวคิดเชิงวิชาการ การปฏิบัติจริง และประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยและสังคม

สายสุขภาพเป็นสายที่ต้องการความรับผิดชอบสูง เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้คน ผู้เรียนจึงต้องพัฒนาทั้งความรู้ ความละเอียดรอบคอบ การตัดสินใจ และความสามารถในการสื่อสารกับผู้ป่วย ครอบครัว และทีมงานวิชาชีพ การเรียนในระดับ Graduate สามารถช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมสำหรับบทบาทที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

สำหรับนักศึกษานานาชาติที่สนใจสายสุขภาพ ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างรอบคอบ เพราะหลักสูตรด้านนี้มักมีเงื่อนไขเฉพาะ ทั้งด้านพื้นฐานวิชาการ ภาษาอังกฤษ ประสบการณ์ และข้อกำหนดด้านวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม หากเตรียมตัวดี สาย Nursing and Health Sciences ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางที่มีคุณค่าและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างชัดเจน

เงื่อนไขการสมัครสำหรับนักเรียนไทยที่ Seattle University

Seattle University กำหนดเงื่อนไขการรับสมัครสำหรับนักเรียนไทยทั้งในระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษา โดยพิจารณาจากวุฒิการศึกษาเดิม ผลการเรียน และระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้สมัคร ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับนักเรียนที่ต้องการวางแผนเรียนต่อสหรัฐอเมริกา เพราะช่วยให้ทราบว่าควรเตรียมเอกสารใดบ้าง และควรมีผลการเรียนหรือผลภาษาอังกฤษอยู่ในระดับใดก่อนยื่นสมัคร

สำหรับนักเรียนไทยที่สนใจ Seattle University ควรตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองตั้งแต่ช่วงเริ่มวางแผน เพื่อให้มีเวลาเตรียม Transcript, ใบจบการศึกษา, ผลสอบภาษาอังกฤษ และเอกสารประกอบอื่น ๆ ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะผู้สมัครที่ต้องการเข้าเรียนแบบ Direct Entry ซึ่งมักต้องมีผลภาษาอังกฤษถึงเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ระดับปริญญาตรี

วุฒิการศึกษาที่รับสมัคร

นักเรียนไทยที่ต้องการสมัครเรียนระดับปริญญาตรีที่ Seattle University สามารถใช้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ Mathayom VI (Secondary) Certificate / M6 ในการสมัครได้ โดยวุฒินี้เป็นวุฒิพื้นฐานสำหรับนักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายและต้องการเข้าศึกษาต่อระดับ Undergraduate ในสหรัฐอเมริกา

ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารผลการเรียนระดับมัธยมปลายอย่างเป็นทางการ เช่น Transcript และใบรับรองการสำเร็จการศึกษา หรือเอกสารที่เทียบเท่า เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถพิจารณาคุณสมบัติทางวิชาการได้อย่างถูกต้อง หากเอกสารเป็นภาษาไทย ควรจัดเตรียมฉบับแปลภาษาอังกฤษที่ได้รับการรับรองตามข้อกำหนดของสถาบัน

เกณฑ์ผลการเรียนสำหรับ Undergraduate ID 2 Terms

สำหรับการสมัครเข้าเรียนในเส้นทาง Undergraduate International Direct 2 Terms ผู้สมัครควรมีผลการเรียนในระดับประมาณ GPA 3.0 จาก 4.0 หรือเทียบเท่าระดับ 70% ตามระบบการประเมินผลที่ใช้ในบางรูปแบบ

เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีพื้นฐานทางวิชาการดี และต้องการเริ่มต้นการเรียนระดับปริญญาตรีในสภาพแวดล้อมที่มีการสนับสนุนสำหรับนักศึกษานานาชาติ การมีเกรดเฉลี่ยถึงเกณฑ์ช่วยสะท้อนว่านักเรียนมีความพร้อมในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ทั้งด้านความรับผิดชอบ การจัดการเวลา และความสามารถในการเรียนวิชาหลักในระดับที่สูงขึ้น

เงื่อนไขสำหรับผู้สมัครที่มีหน่วยกิตหลังมัธยมศึกษา

สำหรับผู้สมัครที่เคยเรียนต่อหลังจบมัธยมศึกษา เช่น วิทยาลัย มหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ Seattle University จะพิจารณาจากจำนวนหน่วยกิตที่ผู้สมัครเคยเรียนมาแล้ว

หากผู้สมัครมีหน่วยกิตหลังมัธยมศึกษา น้อยกว่า 45 Quarter Units หรือ 30 Post-secondary Credits ผู้สมัครจะต้องผ่านเกณฑ์การรับสมัครทั้งจากวุฒิระดับมัธยมปลายและผลการเรียนจากสถาบันหลังมัธยมศึกษา กล่าวคือ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาทั้งผลการเรียนระดับ High School และผลการเรียนระดับ Post-secondary ควบคู่กัน

แต่หากผู้สมัครมีหน่วยกิตหลังมัธยมศึกษา ตั้งแต่ 45 Quarter Units หรือ 30 Post-secondary Credits ขึ้นไป มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเกณฑ์การรับสมัครจากผลการเรียนในระดับ Post-secondary เป็นหลัก ซึ่งเหมาะกับนักศึกษาที่ต้องการโอนย้ายหน่วยกิต หรือเคยเริ่มเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมาก่อนแล้ว

เกณฑ์ผลการเรียนสำหรับ Undergraduate PS ID 2 Terms

สำหรับผู้สมัครที่เข้าข่าย Post-secondary หรือเคยเรียนในระดับหลังมัธยมศึกษามาก่อน เกณฑ์สำหรับ Undergraduate Post-secondary International Direct 2 Terms อยู่ที่ประมาณ GPA 3.0 หรือระดับ B และอาจเทียบเท่าคะแนนประมาณ 70% หรือระดับ Good

เกณฑ์นี้ช่วยให้มหาวิทยาลัยมั่นใจได้ว่าผู้สมัครมีพื้นฐานทางวิชาการที่เพียงพอต่อการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะนักศึกษาที่เคยเรียนในระดับอุดมศึกษามาก่อน ซึ่งควรแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเรียนวิชาระดับมหาวิทยาลัย การรับผิดชอบงาน และความพร้อมในการปรับตัวสู่ระบบการเรียนของ Seattle University

เงื่อนไขภาษาอังกฤษระดับปริญญาตรี

Seattle University กำหนดผลภาษาอังกฤษสำหรับผู้สมัครระดับปริญญาตรี โดยใช้ผลสอบ IELTS เป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่สามารถยื่นได้ ทั้งนี้ระดับคะแนนที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับรูปแบบการเข้าเรียนของผู้สมัคร

สำหรับผู้สมัครที่ต้องการเข้าเรียนแบบ Undergraduate Direct 2 Terms ต้องมีผลสอบ IELTS 6.5 ซึ่งเหมาะกับนักเรียนที่มีความพร้อมทางภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถเข้าเรียนวิชาหลักได้โดยตรง

สำหรับผู้สมัครที่ยังต้องการการเสริมพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนหรือระหว่างเริ่มต้นการเรียน สามารถพิจารณาเส้นทาง UG English Language Bridge 2 Terms โดยใช้ผลสอบ IELTS 6.0 เส้นทางนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษค่อนข้างดี แต่ยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมด้านภาษาเชิงวิชาการ เช่น การเขียนรายงาน การอ่านบทความวิชาการ การอภิปรายในชั้นเรียน และการนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ

ระดับบัณฑิตศึกษา

วุฒิการศึกษาที่รับสมัคร

สำหรับผู้สมัครระดับ Graduate หรือระดับบัณฑิตศึกษา Seattle University กำหนดให้ผู้สมัครมีวุฒิการศึกษาที่เหมาะสมกับการเรียนต่อระดับสูง โดยทั่วไปผู้สมัครควรสำเร็จการศึกษาระดับ ปริญญาตรี 4 ปี หรือมีวุฒิเทียบเท่าที่ได้รับการยอมรับ

นอกจากนี้ ผู้สมัครบางกรณีอาจใช้วุฒิ Associate’s Degree 2 ปี หรือ Technical Diploma 2 ปี ตามด้วยการเรียนต่ออีก 2 ปีในสถาบันระดับ 4-year institution จนสำเร็จวุฒิปริญญาตรีได้ ทั้งนี้การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างการศึกษา เอกสารผลการเรียน และข้อกำหนดของหลักสูตรที่สมัคร

การสมัครระดับ Graduate มีความเข้มข้นมากกว่าระดับปริญญาตรี เนื่องจากเป็นการเรียนที่เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ผู้สมัครจึงควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น Transcript ระดับปริญญาตรี ใบปริญญา ประวัติส่วนตัว จดหมายแนะนำตัว หรือเอกสารอื่น ๆ ตามที่แต่ละหลักสูตรกำหนด

เกณฑ์ผลการเรียนระดับ Graduate

สำหรับเส้นทาง Graduate Direct 2 Terms ผู้สมัครควรมีผลการเรียนระดับปริญญาตรีประมาณ GPA 3.0 จาก 4.0 หรือเทียบเท่าระดับ B ในบางระบบการประเมิน อาจเทียบได้กับคะแนนประมาณ 70% หรือระดับ Good

เกณฑ์ GPA ระดับนี้สะท้อนว่าผู้สมัครมีพื้นฐานทางวิชาการที่ดีพอสำหรับการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งมักต้องอาศัยการอ่าน วิเคราะห์ เขียนเชิงวิชาการ ทำโปรเจกต์ และอภิปรายเชิงลึกมากกว่าการเรียนระดับปริญญาตรี ผู้สมัครที่มีผลการเรียนดีจะมีความพร้อมมากขึ้นในการปรับตัวเข้าสู่การเรียนที่มีความเข้มข้นและต้องใช้ความรับผิดชอบสูง

เงื่อนไขภาษาอังกฤษระดับบัณฑิตศึกษา

สำหรับผู้สมัครระดับ Graduate ที่ต้องการเข้าเรียนแบบ Graduate Direct 1 Term ต้องมีผลสอบ IELTS Academic 6.5 โดยเป็นคะแนนที่สะท้อนว่าผู้สมัครมีความสามารถภาษาอังกฤษเพียงพอสำหรับการเรียนระดับบัณฑิตศึกษาในสหรัฐอเมริกา

หากผู้สมัครยังต้องการการเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มเติม สามารถพิจารณาเส้นทาง English Language Bridge PG 1 Term โดยใช้ผลสอบ IELTS Academic 6.0 เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้เรียนที่มีความพร้อมด้านวิชาการ แต่ยังต้องการปรับทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการให้แข็งแรงขึ้นก่อนเข้าสู่การเรียนในหลักสูตรเต็มรูปแบบ

การเรียนระดับ Graduate ต้องใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่สูงกว่าเดิม เพราะนักศึกษาจะต้องอ่านเอกสารวิชาการจำนวนมาก เขียนรายงาน วิเคราะห์กรณีศึกษา ทำงานกลุ่ม และนำเสนอความคิดเห็นในชั้นเรียน ดังนั้นการเตรียมผลภาษาอังกฤษให้พร้อมตั้งแต่ก่อนสมัครจึงช่วยให้นักศึกษามีโอกาสเริ่มต้นการเรียนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ค่าธรรมเนียม

การวางแผนค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องการศึกษาต่อที่ Seattle University ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยค่าใช้จ่ายของนักศึกษานานาชาติจะขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา หลักสูตรที่เลือก จำนวนภาคเรียน และรูปแบบการเข้าเรียน ทั้งนี้ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับปีการศึกษา 2026–2027 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย

สำหรับนักศึกษานานาชาติ ค่าใช้จ่ายโดยรวมมักประกอบด้วยค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนสมัครจะช่วยให้นักเรียนและครอบครัวสามารถวางแผนงบประมาณได้ชัดเจนมากขึ้น และเตรียมเอกสารทางการเงินสำหรับการสมัครเรียนและการยื่นวีซ่านักเรียนได้อย่างเหมาะสม

ค่าใช้จ่ายระดับปริญญาตรี Undergraduate

สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ Seattle University ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณสำหรับ 3 Quarters อยู่ที่ประมาณ 76,904 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าอาหารจะรวมอยู่ในหมวดค่าที่พักแล้ว ค่าใช้จ่ายนี้เป็นภาพรวมสำหรับนักศึกษาที่เข้าเรียนในระดับ Undergraduate และควรใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนงบประมาณ

ค่าใช้จ่ายหลักของระดับปริญญาตรีแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าธรรมเนียม โดยแต่ละรายการมีรายละเอียดดังนี้

รายการค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าเล่าเรียน 55,620 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าที่พัก 15,702 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าธรรมเนียม 5,582 ดอลลาร์สหรัฐ
รวมโดยประมาณสำหรับ 3 Quarters 76,904 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเล่าเรียนถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการเรียนระดับปริญญาตรี ส่วนค่าที่พักเป็นอีกหนึ่งรายการสำคัญสำหรับนักศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ต้องการพักในที่พักของมหาวิทยาลัยหรือที่พักที่มหาวิทยาลัยจัดเตรียมไว้ให้ การที่ค่าอาหารรวมอยู่ในค่าที่พักช่วยให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถประเมินค่าใช้จ่ายรายปีได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องแยกคำนวณค่าอาหารพื้นฐานออกมาต่างหาก

ค่าใช้จ่ายโปรแกรม International Direct ระดับปริญญาตรี

โปรแกรม International Direct เป็นเส้นทางสำหรับนักศึกษานานาชาติที่ต้องการเข้าเรียนระดับปริญญาตรีที่ Seattle University โดยค่าใช้จ่ายของโปรแกรมจะคิดเป็นราย Quarter หรือรายภาคการศึกษา

International Direct – Freshman

สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีแรกในโปรแกรม International Direct ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ โดยในปีการศึกษา 2026–2027 มีรายละเอียดดังนี้

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 ไม่เปิด / N/A

โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเริ่มต้นระดับปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกา พร้อมการสนับสนุนสำหรับนักศึกษานานาชาติ การจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นราย Quarter ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถวางแผนการชำระเงินเป็นช่วง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น

International Direct – Nursing, Fall Start Only

สำหรับนักศึกษาที่ต้องการเข้าเรียนหลักสูตร Nursing ผ่านโปรแกรม International Direct จะเปิดรับเฉพาะรอบเริ่มเรียน Fall Start Only โดยค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับเส้นทาง Freshman

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 19,275 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 ไม่เปิด / N/A

นักเรียนที่สนใจสาย Nursing ควรวางแผนล่วงหน้าเป็นพิเศษ เนื่องจากหลักสูตรด้านสุขภาพมักมีเงื่อนไขการสมัครและรอบเปิดเรียนที่ชัดเจน การเริ่มเรียนได้เฉพาะรอบ Fall หมายความว่านักศึกษาควรเตรียมเอกสาร ผลการเรียน และผลภาษาอังกฤษให้พร้อมก่อนกำหนด เพื่อไม่ให้พลาดรอบการสมัครที่ต้องการ

ค่าใช้จ่ายระดับบัณฑิตศึกษา Graduate

สำหรับนักศึกษาระดับ Graduate หรือระดับบัณฑิตศึกษา ค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณของโปรแกรม Graduate Direct สำหรับ 3 Quarters อยู่ที่ประมาณ 42,019 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าอาหารจะรวมอยู่ในหมวดค่าที่พักแล้วเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายระดับ Graduate แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก และค่าธรรมเนียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

รายการค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ค่าเล่าเรียน 18,191 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าที่พัก 19,293 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าธรรมเนียม 4,535 ดอลลาร์สหรัฐ
รวมโดยประมาณสำหรับ 3 Quarters 42,019 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับนักศึกษาระดับ Graduate ค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามหลักสูตรที่เลือก เนื่องจากแต่ละสาขามีโครงสร้างการเรียน จำนวนหน่วยกิต และรูปแบบการเรียนที่ไม่เหมือนกัน ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายรายหลักสูตรอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจสมัคร

ค่าใช้จ่ายโปรแกรม Graduate Direct รายหลักสูตร

ค่าใช้จ่ายของโปรแกรม Graduate Direct ที่ Seattle University จะแตกต่างกันตามหลักสูตร โดยคิดเป็นราย Quarter ข้อมูลต่อไปนี้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรอบปีการศึกษา 2026–2027

Graduate Direct MBA

หลักสูตร Graduate Direct MBA มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ และเปิดเรียนต่อเนื่องทั้ง Fall, Winter, Spring และ Summer

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตร MBA เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการบริหาร การจัดการองค์กร การวางแผนธุรกิจ และการเป็นผู้นำในระดับมืออาชีพ

Graduate Direct MBA, Early Career

หลักสูตร MBA, Early Career มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 12,504 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่า MBA แบบทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างหลักสูตรอาจออกแบบมาเพื่อผู้เรียนที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพและต้องการพัฒนาทักษะทางธุรกิจอย่างเข้มข้น

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 12,504 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 12,504 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 12,504 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 12,504 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบปริญญาตรีหรือมีประสบการณ์ทำงานไม่นาน แต่ต้องการเร่งพัฒนาความรู้ด้านธุรกิจเพื่อเพิ่มโอกาสในสายอาชีพ

Graduate Direct MBA, Sport and Entertainment Management

หลักสูตร MBA, Sport and Entertainment Management มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมกีฬา บันเทิง อีเวนต์ และการจัดการแบรนด์ ซึ่งเป็นสายงานที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจด้านธุรกิจ การตลาด การจัดการ และการสื่อสารกับผู้ชมในวงกว้าง

Graduate Direct MPA

หลักสูตร Graduate Direct MPA มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

MPA หรือ Master of Public Administration เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานด้านบริหารภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหากำไร นโยบายสาธารณะ และการจัดการองค์กรเพื่อสังคม

Graduate Direct MPA (Summer Start)

สำหรับหลักสูตร Graduate Direct MPA แบบเริ่มเรียนรอบ Summer ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกัน

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

รอบ Summer Start เหมาะสำหรับผู้สมัครที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเริ่มเรียน และต้องการวางแผนการศึกษาตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตนเอง

Graduate Direct MS Accounting and Analytics

หลักสูตร MS Accounting and Analytics มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความรู้ด้านบัญชีควบคู่กับการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่องค์กรต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางการเงินและธุรกิจ

Graduate Direct MS Business Analytics

หลักสูตร MS Business Analytics มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะกับผู้ที่สนใจการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค กลยุทธ์องค์กร และการวางแผนธุรกิจในยุคดิจิทัล

Graduate Direct MS Computer Science

หลักสูตร MS Computer Science มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอดความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบข้อมูล และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสายงานที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานทั่วโลก

Graduate Direct MS Data Science

หลักสูตร MS Data Science มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

Data Science เป็นหนึ่งในสาขาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะองค์กรจำนวนมากต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถจัดการ วิเคราะห์ และแปลผลข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจ หลักสูตรนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจสายข้อมูล เทคโนโลยี และการวิเคราะห์เชิงลึก

Graduate Direct MS Kinesiology

หลักสูตร MS Kinesiology มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตร Kinesiology เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์การเคลื่อนไหวของร่างกาย สุขภาพ การออกกำลังกาย สมรรถภาพ และการดูแลร่างกายในมิติทางวิทยาศาสตร์

Graduate Direct Master of Finance

หลักสูตร Master of Finance มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 6,252 ดอลลาร์สหรัฐ

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุน การบริหารความเสี่ยง การวิเคราะห์ทางการเงิน และการวางแผนทางการเงินในระดับมืออาชีพ

Graduate Direct Master of Professional Accounting

หลักสูตร Master of Professional Accounting มีค่าใช้จ่ายต่อ Quarter อยู่ที่ 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีค่าใช้จ่ายใน Summer 2027 เนื่องจากไม่เปิดเรียนในภาคดังกล่าว

ภาคเรียน ค่าใช้จ่ายต่อ Quarter
Fall 2026 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Winter 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Spring 2027 5,244 ดอลลาร์สหรัฐ
Summer 2027 ไม่เปิด / N/A

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาความรู้ด้านบัญชีในระดับวิชาชีพ และต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางอาชีพด้านบัญชี การตรวจสอบบัญชี ภาษี หรือการวิเคราะห์ทางการเงิน

หมายเหตุ: ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อสอบถามราคาปัจจุบันและทุนการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ และค่าประกันสุขภาพ

สิ่งอำนวยความสะดวก

1. ห้องเรียนและระบบการเรียนที่เน้นการมีส่วนร่วม

Seattle University ให้ความสำคัญกับการเรียนแบบ active learning โดยชั้นเรียนขนาดเล็กและอาจารย์ที่ใกล้ชิดช่วยให้นักศึกษามีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอภิปราย การทำโปรเจกต์ การนำเสนอ หรือการทำงานร่วมกับเพื่อนต่างชาติ ระบบนี้เหมาะกับนักศึกษาที่ต้องการฝึกทักษะการสื่อสารและการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการทำงานระดับสากล

2. ห้องสมุดและพื้นที่สนับสนุนการเรียน

Seattle University มี Lemieux Library และ Academic Resources เป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนด้านวิชาการ นักศึกษาสามารถใช้ทรัพยากรด้านการค้นคว้า พื้นที่อ่านหนังสือ และบริการสนับสนุนการเรียน เพื่อช่วยในการทำรายงาน งานวิจัย และโปรเจกต์ต่าง ๆ

สำหรับนักศึกษานานาชาติ ห้องสมุดและ academic support เป็นมากกว่าพื้นที่อ่านหนังสือ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้วิธีค้นคว้าแบบมหาวิทยาลัยอเมริกัน การอ้างอิงแหล่งข้อมูล การเขียนเชิงวิชาการ และการพัฒนาความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทวิชาการ

3. Computer Labs และ Wi-Fi ทั่วแคมปัส

International Student and Scholar Center ระบุว่า Seattle University มี wireless internet ครอบคลุมอาคารต่าง ๆ ในแคมปัส และมี computer labs หลายแห่ง เช่น Engineering, Pigott และ Lemieux Library โดยนักศึกษาสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยได้ตามเงื่อนไขของ campus card และ network account

สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เรียนสาย business, engineering, computer science, design, data หรือหลักสูตรที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ดิจิทัลเป็นประจำ การมีทั้ง Wi-Fi และพื้นที่คอมพิวเตอร์ช่วยลดอุปสรรคด้านอุปกรณ์ในช่วงเริ่มต้น

4. กิจกรรมนักศึกษา ชมรม และกีฬา

Seattle University มีชุมชนนักศึกษาที่ค่อนข้าง active โดยมีชมรมหลากหลายประเภท เช่น academic/honor societies, community service, cultural/religious, political และ sports clubs นักศึกษายังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมของ student government, Graduate Student Council และกิจกรรมกีฬาภายใน เช่น flag football, soccer, softball, basketball รวมถึง outdoor adventure trips และ facilities ใน Redhawk Center

สำหรับนักเรียนไทยที่กังวลเรื่องการปรับตัว การเข้าร่วมชมรมเป็นวิธีที่ดีมากในการหาเพื่อน ฝึกภาษา และเข้าใจวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยอเมริกัน เพราะมิตรภาพและ connection จำนวนมากไม่ได้เกิดจากห้องเรียนอย่างเดียว แต่เกิดจากกิจกรรม กลุ่มความสนใจ และประสบการณ์ร่วมในชีวิตประจำวัน

5. International Student Center และกิจกรรมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

Seattle University มี International Student Center ที่จัดกิจกรรมและสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติ เช่น International Student Orientation หรือ Welcome Workshop, Thanksgiving luncheon, International Dinner และกิจกรรมอื่น ๆ ระหว่างปีการศึกษา

สำหรับผู้ปกครอง จุดนี้ช่วยสร้างความมั่นใจว่าเมื่อนักเรียนเดินทางไปถึงสหรัฐฯ แล้วไม่ได้ถูกปล่อยให้ปรับตัวตามลำพัง นักศึกษาจะมีช่องทางติดต่อ ขอคำแนะนำ และเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าใจชีวิตในมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น ตั้งแต่เรื่องเอกสาร การลงทะเบียนเรียน วัฒนธรรมในห้องเรียน ไปจนถึงการสร้างสังคมใหม่ในต่างประเทศ

Accommodation: ที่พักและหอพักนักศึกษา

หอพักสำหรับนักศึกษาปี 1–2

Seattle University มีระบบ housing สำหรับนักศึกษาหลายระดับ โดยนักศึกษาระดับปริญญาตรีปีแรกและปีที่สองโดยทั่วไปต้องอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย หรือหากจะไม่อยู่ต้องเป็นการเดินทางจากบ้านภายในระยะที่กำหนด มหาวิทยาลัยระบุว่ามี residence halls ที่ทันสมัย 4 แห่งสำหรับนักศึกษาปี 1–2 และเชื่อว่าการอยู่ในแคมปัสช่วยให้นักศึกษาสร้าง connection และประสบความสำเร็จในชีวิตมหาวิทยาลัยได้ดีขึ้น

หอพักหลักสำหรับนักศึกษาช่วงต้น เช่น Bellarmine Hall, Campion Hall, Xavier Global House และ Chardin Hall มีรูปแบบห้องและบรรยากาศต่างกัน Bellarmine Hall อยู่ทำเลกลางแคมปัสและมีนักศึกษาประมาณ 400 คน ส่วน Campion Hall เป็นอาคาร 12 ชั้น มีนักศึกษาประมาณ 650 คน และมีวิวเมือง Seattle รวมถึงวิวภูเขาและอ่าวในบางมุม

ที่พักสำหรับนักศึกษาปีสูงและบัณฑิตศึกษา

สำหรับนักศึกษาชั้นปีสูง นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก และนักศึกษากฎหมาย Seattle University มีทั้งตัวเลือกที่พักในระบบมหาวิทยาลัยและที่พักนอกแคมปัส โดยมี apartment-style housing เช่น Murphy Apartments, The Yobi รวมถึง affiliated buildings อย่าง The Douglas และ Vi Hilbert Hall

จุดที่นักศึกษานานาชาติควรพิจารณาคือการจองที่พักล่วงหน้า เพราะหอพักในเมืองใหญ่มีจำนวนจำกัดและค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามปีการศึกษา การอยู่ในหอพักช่วงแรกเหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการปรับตัว เพราะใกล้ห้องเรียน มีระบบดูแล มีพื้นที่อ่านหนังสือ มี community และลดภาระการหาที่พักเองในเมืองที่ยังไม่คุ้นเคย

สิ่งอำนวยความสะดวกในหอพัก

Seattle University ระบุว่าที่พักของมหาวิทยาลัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนชีวิตนักศึกษา เช่น laundry, full kitchens, front desks, micro-fridges, lounges, study areas และบริการสำคัญในอาคาร เช่น computer lab รวมถึงบางอาคารมีบริการด้าน advising และ student health อยู่ใกล้เคียง

สำหรับนักศึกษาต่างชาติ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้นมาก เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางไกลเพื่อซักผ้า ทำอาหาร อ่านหนังสือ หรือขอความช่วยเหลือเบื้องต้น การมีพื้นที่ส่วนกลางยังช่วยให้ได้รู้จักเพื่อนใหม่และลดความรู้สึกเหงาในช่วงแรกของการย้ายประเทศ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. Seattle University รับนักเรียนต่างชาติหรือไม่?

รับ Seattle University มีนักศึกษานานาชาติมากกว่า 1,000 คนจากประมาณ 80 ประเทศทั่วโลก และมี International Student Center ที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติในเรื่องการปรับตัว กิจกรรม การปฐมนิเทศ และคำแนะนำด้านสถานะนักเรียนต่างชาติ

2. Seattle University มีหอพักหรือไม่?

มี Seattle University มี residence halls สำหรับนักศึกษาปี 1–2 และมีตัวเลือกที่พักสำหรับนักศึกษาชั้นปีสูง นักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก และนักศึกษากฎหมาย โดยนักศึกษาปีแรกและปีที่สองโดยทั่วไปต้องอยู่ในแคมปัส หรือเดินทางจากบ้านภายในระยะที่มหาวิทยาลัยกำหนด

3. นักศึกษาต่างชาติได้รับการดูแลอย่างไร?

นักศึกษาต่างชาติจะได้รับการดูแลผ่าน International Student Center ตั้งแต่ข้อมูลก่อนเดินทาง การเตรียมเอกสารเข้าเมือง การ check-in เมื่อมาถึง การเข้าร่วม Welcome Workshop และกิจกรรมระหว่างปี เช่น International Dinner รวมถึงคำแนะนำเรื่องการเรียน การลงทะเบียน และชีวิตในมหาวิทยาลัย

4. ต้องใช้ IELTS หรือ TOEFL หรือไม่?

ถ้าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแรก ผู้สมัครส่วนใหญ่ต้องแสดง English Proficiency โดยสามารถใช้คะแนน TOEFL, IELTS, PTE, Duolingo หรือวิธีอื่นที่มหาวิทยาลัยยอมรับได้ เกณฑ์ทั่วไปสำหรับการเข้าเรียนโดยไม่ต้องเรียน ELCB คือ TOEFL iBT 86, IELTS 6.5, PTE 58 หรือ Duolingo 120

5. มีบริการรับส่งจากสนามบินหรือไม่?

Seattle University ระบุว่าเนื่องจากมีนักศึกษานานาชาติจำนวนมากเดินทางมาทุกปี เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถไปรับนักศึกษาทุกคนที่สนามบินได้ แต่มีข้อมูลแนะนำการเดินทางจาก Sea-Tac Airport ผ่าน taxi, shuttle service, Link Light Rail, bus และ Seattle Streetcar นักศึกษาควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมก่อนเข้าสหรัฐฯ

Website : https://www.seattleu.edu/

หลักสูตรที่เปิดสอน

ราคา โปรโมชั่น และทุนการศึกษา

สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก

On Campus

VIDEO

video image

ที่อยู่สถาบัน

Address: 901 12th Ave, Seattle, WA 98122, United States
Country: United States

Map

Transport
Supermarkets
Schools
Restaurants
Pharmacies
Hospitals

Recommend

Compare Listings

Webmaster Thebest