เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

052-081-882 (สาขาเชียงใหม่)

053-354-225 (สาขาแม่โจ้)

Last updated May 8, 2026 ago by Webmaster Thebest

Lapulapu Cebu International College


สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันอุดมศึกษานานาชาติในเมือง Lapu-Lapu City จังหวัด Cebu ประเทศฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่บนเกาะ Mactan ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญด้านการท่องเที่ยว การเดินทางระหว่างประเทศ และการเรียนภาษาอังกฤษของภูมิภาคเซบู สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในเดือนกันยายน 2021 และได้รับการยอมรับในฐานะสถาบันระดับ College จากภาครัฐฟิลิปปินส์ โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบนานาชาติ ที่ผสมผสานนักเรียนฟิลิปปินส์และนักเรียนนานาชาติเข้าด้วยกันในบรรยากาศการเรียนจริง ไม่ใช่เพียงโรงเรียนภาษา หรือสถาบันสายอาชีพระยะสั้นเท่านั้น

ภาพรวมของวิทยาลัยนานาชาติแห่งนี้มีความน่าสนใจตรงที่สถาบันถูกวางตำแหน่งให้เป็น “International College” ที่เน้นการพัฒนาทักษะภาษา ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม และความพร้อมด้านอาชีพระดับสากล เว็บไซต์ทางการของโรงเรียนอธิบายว่าสถาบันแห่งนี้มุ่งจัดการศึกษาที่มีความเกี่ยวข้องกับโลกยุคใหม่ในสภาพแวดล้อมแบบหลากหลายวัฒนธรรม โดยนักเรียนฟิลิปปินส์และนักเรียนนานาชาติจะมีโอกาสเรียนและใช้ชีวิตร่วมกัน ผ่านหลักสูตรที่ผสานภาษาอังกฤษเข้ากับสาขาวิชาเฉพาะทาง

ในด้านประเภทของสถาบัน ที่นี่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือ Privately Incorporated University ตามข้อมูลในเว็บไซต์สำหรับนักเรียนนานาชาติของสถาบัน โดยมีพื้นที่แคมปัสประมาณ 64,803 ตารางเมตร รองรับนักเรียนได้ประมาณ 2,000 คน และมีความจุนักเรียนนานาชาติประมาณ 492 คน นอกจากนี้ยังมีอาคารเรียนและหอพักภายในพื้นที่เดียวกัน ทำให้สถาบันมีลักษณะเป็นแคมปัสแบบเรียนและใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวกัน เหมาะกับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นระบบและมีการดูแลใกล้ชิด

ระดับชั้นและหลักสูตรที่เปิดสอนจะอยู่ในระดับอุดมศึกษาและหลักสูตรภาษา โดยโปรแกรมหลักที่ระบุในเว็บไซต์ทางการ ได้แก่ Bachelor of Arts in Foreign Languages, Bachelor of Arts in English Language Studies, Bachelor of Science in Tourism Management, Bachelor of Science in Civil Engineering, Bachelor of Science in Physical Therapy และ Center for English Language Studies หรือ CELS สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ

จุดเด่นของระบบการศึกษาที่นี่คือการใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ พร้อมสร้างความสามารถด้านการสื่อสาร การปรับตัวข้ามวัฒนธรรม และความพร้อมในโลกการทำงาน สถาบันระบุว่าการเรียนที่นี่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเรียนเพื่อจบหลักสูตร แต่ต้องการให้นักเรียนมีความสามารถระดับสากล มีความเข้าใจทางวัฒนธรรม และสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

สำหรับนักเรียนไทยหรือผู้ปกครองที่กำลังมองหาสถาบันในฟิลิปปินส์ที่มากกว่าการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น วิทยาลัยนานาชาติแห่งนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีทั้งหลักสูตรปริญญา หลักสูตรภาษาอังกฤษ ศูนย์ภาษา CELS หอพักในแคมปัส และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการใช้ชีวิตของนักเรียนนานาชาติ จุดนี้ทำให้สถาบันมีภาพลักษณ์เป็นสถานศึกษาที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างการเรียนภาษา การเรียนเชิงวิชาการ และการเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพหรือการเรียนต่อในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ

ทำไมต้องเลือก Lapulapu-Cebu International College

1. สภาพแวดล้อมการเรียนแบบนานาชาติในเมืองเซบู

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ LCIC น่าสนใจคือสภาพแวดล้อมแบบนานาชาติ นักเรียนไม่ได้เรียนอยู่ในห้องเรียนภาษาเพียงอย่างเดียว แต่มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกับนักเรียนฟิลิปปินส์และนักเรียนต่างชาติจากหลายประเทศ เว็บไซต์ของสถาบันระบุว่า LCIC ต้องการให้นักเรียนพัฒนาภาษาอังกฤษไปพร้อมกับความเข้าใจทางวัฒนธรรม และเติบโตเป็นผู้เรียนที่มีมุมมองสากล

สำหรับนักเรียนไทย จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลไม่ได้เกิดจากชั่วโมงเรียนเท่านั้น แต่เกิดจากการใช้ภาษาในชีวิตจริง การอยู่ในแคมปัสที่มีนักเรียนหลากหลายชาติช่วยให้นักเรียนได้ฝึกฟัง พูด และปรับตัวกับสำเนียง วิธีคิด และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับการเรียนต่อและการทำงานในอนาคต

2. หลักสูตรเชื่อมโยงภาษาอังกฤษกับสาขาวิชาชีพ

LCIC ไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ แต่มีหลักสูตรปริญญาในหลายสาขา เช่น Foreign Languages, English Language Studies, Tourism Management, Civil Engineering และ Physical Therapy ขณะเดียวกันยังมี CELS สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ

ความน่าสนใจของโครงสร้างนี้คือ นักเรียนสามารถเห็นภาพการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเชิงวิชาการ การเรียนกับเพื่อนต่างชาติ การเตรียมตัวทำงานในอุตสาหกรรมบริการ การท่องเที่ยว วิศวกรรม หรือสายสุขภาพ เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อเป้าหมายจริง ไม่ใช่เพียงเพื่อสอบหรือเรียนในห้องเรียนเท่านั้น

3. มีศูนย์ภาษาอังกฤษ CELS สำหรับนักเรียนนานาชาติ

Center for English Language Studies หรือ CELS เป็นส่วนสำคัญของ LCIC โดยเว็บไซต์ของ CELS ระบุว่าสถาบันมีวิสัยทัศน์ในการเป็นสถาบันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับนานาชาติชั้นนำในเซบู และมีพันธกิจในการจัดการเรียนภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพ ใช้ได้จริง และตอบโจทย์ความต้องการของโลกสากล

จุดนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่อาจยังไม่พร้อมเข้าสู่หลักสูตรปริญญาเต็มรูปแบบ หรือผู้เรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นในบรรยากาศที่มีความเป็นมหาวิทยาลัยมากกว่าโรงเรียนภาษาแบบทั่วไป นักเรียนจะได้ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของแคมปัส ได้พบปะเพื่อนในสภาพแวดล้อมจริง และได้ฝึกภาษาในชีวิตประจำวัน

4. ระบบดูแลนักเรียนครบทั้งด้านวิชาการ สุขภาพ และการใช้ชีวิต

LCIC มี Student Experience and Success Office ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนนักเรียนตั้งแต่การเข้าเรียนจนถึงการเตรียมตัวสู่การทำงาน เว็บไซต์ระบุว่าหน่วยงานนี้ดูแลทั้งด้านพัฒนานักเรียน ความเป็นอยู่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรม และความสำเร็จทางวิชาการ โดยมีบริการ เช่น Student Affairs and Development Office, Guidance and Counseling Office, Medical-Dental Services และ Enrollment Management Office

สำหรับผู้ปกครอง จุดนี้ช่วยลดความกังวลได้มาก โดยเฉพาะเมื่อนักเรียนต้องเดินทางไปเรียนต่างประเทศครั้งแรก การมีหน่วยงานให้คำปรึกษา แนะแนวอาชีพ ดูแลสุขภาพเบื้องต้น และช่วยเหลือเรื่องการสมัครหรือการลงทะเบียน ทำให้นักเรียนไม่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง และมีช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อต้องปรับตัวกับชีวิตใหม่

5. มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในแคมปัส

LCIC มีหอพักภายในสถาบันที่ออกแบบเป็นระบบ Cluster โดยหอพักมีทั้งหมด 5 ชั้น 82 คลัสเตอร์ แต่ละคลัสเตอร์รองรับนักเรียน 10 คน ประกอบด้วยห้องเดี่ยว 6 ห้อง และห้องแชร์ 1 ห้องสำหรับ 4 คน พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง เช่น เคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน ตู้เย็น และไมโครเวฟ ห้องพักมีเครื่องปรับอากาศ โต๊ะ เก้าอี้ และตู้เก็บของ

รูปแบบหอพักลักษณะนี้เหมาะกับนักเรียนนานาชาติ เพราะให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและโอกาสในการสร้างสังคม นักเรียนสามารถมีพื้นที่ของตัวเองสำหรับพักผ่อนหรืออ่านหนังสือ ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับพูดคุย ทำกิจกรรม และฝึกภาษาอังกฤษกับเพื่อนต่างชาติในชีวิตประจำวัน

Academic Quality คุณภาพการศึกษา

คุณภาพทางวิชาการของสถาบันแห่งนี้สามารถมองได้จากหลายมิติ ทั้งการออกแบบหลักสูตร การมีหลักสูตรระดับปริญญา การเน้นภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ การสนับสนุนนักเรียนผ่านระบบ Student Experience and Success และผลลัพธ์บางส่วนที่เริ่มปรากฏจากนักศึกษารุ่นแรก ๆ ของสถาบัน แม้จะเป็นสถาบันใหม่ที่ก่อตั้งในปี 2021 แต่เว็บไซต์ทางการได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนในการสร้างสถาบันอุดมศึกษาที่เชื่อมโยงกับความต้องการของโลกการทำงาน

ในด้านหลักสูตร สถาบันเปิดสอนสาขาที่ตอบโจทย์ทั้งภาษา การท่องเที่ยว วิศวกรรม และสุขภาพ เช่น Bachelor of Arts in Foreign Languages, Bachelor of Arts in English Language Studies, Bachelor of Science in Tourism Management, Bachelor of Science in Civil Engineering และ Bachelor of Science in Physical Therapy โดยทั้งหมดเป็นหลักสูตรที่มีกรอบการเรียนชัดเจนในระดับอุดมศึกษา

ข้อมูลที่โดดเด่นด้านผลลัพธ์ทางวิชาการ คือข่าวจากเว็บไซต์ทางการของสถาบันที่ระบุว่านักศึกษารุ่นแรกของสาขา Physical Therapy ทำอัตราสอบผ่าน 100% ในการสอบใบอนุญาต Physical Therapists Licensure Examination เดือนธันวาคม 2025 ขณะที่ข้อมูลจาก Professional Regulation Commission หรือ PRC ระบุว่าในภาพรวมระดับประเทศมีผู้สอบผ่าน 1,198 คน จากผู้เข้าสอบ 1,553 คนในการสอบรอบเดียวกัน

แม้ข้อมูลเรื่องมหาวิทยาลัยปลายทางของนักเรียนที่เรียนต่อยังไม่ได้ระบุไว้อย่างละเอียดในแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ แต่สถาบันมีหน้า Alumni and Placement ที่สะท้อนการติดตามผลนักศึกษาและการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากห้องเรียนสู่การทำงาน โดยมี Placement Services เพื่อให้คำแนะนำและสร้างโอกาสให้นักเรียนก้าวเข้าสู่สายอาชีพ รวมถึงมี Alumni Relations Office เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับบัณฑิตหลังเรียนจบ

นอกจากนี้ ศูนย์ภาษา CELS ของสถาบันยังได้รับการระบุในเว็บไซต์ทางการว่าเป็น Official TOEIC Testing Center เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ช่วยสะท้อนความสำคัญของการวัดผลภาษาอังกฤษในระดับสากลสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนนานาชาติที่ต้องการใช้ผลสอบภาษาเพื่อการเรียนต่อ การทำงาน หรือการยื่นเอกสารในอนาคต

โดยสรุป คุณภาพทางวิชาการของสถาบันแห่งนี้อยู่ที่การผสาน 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกัน ได้แก่ หลักสูตรระดับอุดมศึกษา การพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ และระบบสนับสนุนนักเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน สำหรับนักเรียนต่างชาติ นี่คือสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้การเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เนื้อหาวิชา แต่รวมถึงการพัฒนาความมั่นใจ การใช้ภาษา และความพร้อมในการเติบโตสู่สังคมสากล

Location & City Life ที่ตั้ง

Lapulapu-Cebu International College ตั้งอยู่ที่ Ticgahon 1 Road, Bankal, Lapu-Lapu City, Cebu 6015 ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่บนเกาะ Mactan ในจังหวัด Cebu จุดเด่นสำคัญของทำเลนี้คืออยู่ใกล้ Mactan-Cebu International Airport ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเซบูและเป็นประตูสำคัญของภูมิภาค Central Visayas เว็บไซต์ LCIC สำหรับนักเรียนนานาชาติระบุว่าแคมปัสอยู่ใกล้สนามบินมาก โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากสนามบินถึงแคมปัสโดยรถยนต์

สำหรับนักเรียนนานาชาติ ความใกล้สนามบินเป็นข้อได้เปรียบที่ชัดเจน เพราะช่วยลดความยุ่งยากในวันเดินทางครั้งแรก ผู้ปกครองสามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายกว่าเมืองที่ต้องต่อรถหลายชั่วโมง นอกจากนี้ สนามบิน Mactan-Cebu International Airport ยังตั้งอยู่ใน Lapu-Lapu City โดยตรง และมีบทบาทเป็นสนามบินนานาชาติหลักที่รองรับการเดินทางเข้าออกเซบู

เมือง Lapu-Lapu เป็นเมืองที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม เว็บไซต์ทางการของเมืองอธิบายว่า Lapu-Lapu City เป็นที่รู้จักในฐานะ “Resort City” มีทั้งรีสอร์ตริมทะเล วัฒนธรรมท้องถิ่น และมรดกทางประวัติศาสตร์บนเกาะ Mactan ทำให้นักเรียนไม่ได้อยู่ในเมืองที่เน้นการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้สัมผัสสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย มีธรรมชาติ ทะเล และบรรยากาศเมืองท่องเที่ยว

ในแง่ชีวิตประจำวัน เมืองเซบูและเกาะ Mactan ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับนักเรียนนานาชาติ เพราะมีความคุ้นเคยกับชาวต่างชาติจากทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว นักเรียนภาษา และผู้ที่เดินทางมาทำธุรกิจ ขณะเดียวกันค่าครองชีพในฟิลิปปินส์โดยทั่วไปมักถูกมองว่าเข้าถึงง่ายกว่าประเทศตะวันตก จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายครอบครัวเลือกเซบูเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนภาษาอังกฤษหรือการเรียนต่างประเทศระยะสั้น

การเดินทางจากแคมปัสไปยังตัวเมืองเซบูสามารถทำได้โดยรถยนต์ผ่านเส้นทางเชื่อมระหว่าง Mactan และ Cebu City โดยในพื้นที่เมืองมีศูนย์การค้า ร้านอาหาร โรงพยาบาล และบริการต่าง ๆ ที่นักเรียนสามารถใช้ได้ตามความเหมาะสม เว็บไซต์ LCIC ยังแสดงภาพเชื่อมโยงกับ Mactan-Cebu International Airport และ Ayala Center Cebu ซึ่งสะท้อนว่าทำเลของโรงเรียนสามารถเชื่อมต่อกับทั้งสนามบินและพื้นที่เมืองหลักของเซบูได้

สำหรับผู้ปกครอง จุดเด่นของ Location & City Life ของ LCIC คือการผสมผสานระหว่างความสะดวกในการเดินทาง ความเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดรับชาวต่างชาติ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนภาษาอังกฤษ นักเรียนสามารถใช้ชีวิตในเมืองที่มีความเป็นนานาชาติ แต่ยังมีความอบอุ่นและเข้าถึงง่ายแบบฟิลิปปินส์ ซึ่งเหมาะสำหรับการปรับตัวก่อนต่อยอดไปสู่ประเทศหรือหลักสูตรที่มีการแข่งขันสูงกว่าในอนาคต

LCIC

หลักสูตร

สถาบันแห่งนี้เป็นสถาบันนานาชาติในเมือง Lapu-Lapu City, Cebu ประเทศฟิลิปปินส์ ที่วางจุดยืนด้านการศึกษานานาชาติ โดยเน้นการพัฒนานักเรียนให้มีทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะภาษาอังกฤษ ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม และความพร้อมในการทำงานจริงในโลกสากล เว็บไซต์ทางการระบุว่า สถาบันมีหลักสูตรหลักระดับปริญญาตรี 5 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักสูตร 4 ปี และมีศูนย์ภาษาอังกฤษ CELS สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ

จุดเด่นของหลักสูตรที่นี่คือการออกแบบให้เชื่อมโยงกับอาชีพจริง ไม่ได้เน้นเพียงทฤษฎีในห้องเรียน แต่ให้ความสำคัญกับการฝึกทักษะ การใช้ภาษา การทำงานข้ามวัฒนธรรม และการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน หลักสูตรที่เปิดสอนครอบคลุมทั้งสายวิศวกรรม สายสุขภาพ สายท่องเที่ยว สายภาษา และหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ

1. Bachelor of Science in Civil Engineering

หลักสูตรปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโยธา

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตร Bachelor of Science in Civil Engineering ของ LCIC เป็นหลักสูตร 4 ปี ออกแบบมาเพื่อเตรียมนักเรียนสู่สายงานวิศวกรรมโยธา โดยเน้นพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ การคำนวณ การออกแบบ และการใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการแก้ปัญหาทางวิศวกรรม หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจงานโครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคาร สะพาน ระบบน้ำ ถนน การคมนาคม และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่

LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ด้านการวางแผน การออกแบบ การก่อสร้าง และการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมทั้งปลูกฝังความเป็นมืออาชีพ จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของวิศวกรโยธาในยุคปัจจุบัน

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

ในช่วงต้นของหลักสูตร นักเรียนจะได้เรียนพื้นฐานที่จำเป็นต่อวิศวกรรม เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมีสำหรับวิศวกร แคลคูลัส การเขียนแบบ และพื้นฐานงานก่อสร้าง จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รายวิชาเฉพาะทาง เช่น การออกแบบโครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง ระบบขนส่ง วิศวกรรมแหล่งน้ำ การบริหารโครงการ และการใช้เครื่องมือวิศวกรรมสมัยใหม่

หลักสูตรนี้ใช้แนวทางการเรียนแบบ Outcomes-Based Education หรือการเรียนที่เน้นผลลัพธ์ของผู้เรียน หมายความว่านักเรียนไม่ได้เรียนเพียงเพื่อสอบผ่าน แต่ต้องสามารถนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหา ออกแบบ วิเคราะห์ และทำงานในสถานการณ์จริงได้

จุดเด่นของหลักสูตร

หลักสูตรวิศวกรรมโยธาของ LCIC มีจุดเด่นที่การผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ากับการประยุกต์ใช้จริง นักเรียนจะได้รับการฝึกให้คิดอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ปัญหาเชิงเทคนิค และทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาได้ โดยเฉพาะในบริบทที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานวิศวกรรมระดับสากล

นอกจากนี้ LCIC ยังระบุเป้าหมายของหลักสูตรไว้ชัดเจนว่า ต้องการผลิตบัณฑิตที่สามารถทำงานในสายวิศวกรรมโยธาได้จริง มีความเชี่ยวชาญด้านการวางแผน ออกแบบ และก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงสามารถสร้างโซลูชันที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีความถูกต้องทางเทคนิค

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ชอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การออกแบบ การแก้ปัญหา และสนใจงานก่อสร้างหรือโครงสร้างพื้นฐาน เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเป็นวิศวกรโยธา วิศวกรโครงการ ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง นักออกแบบโครงสร้าง หรือทำงานในบริษัทก่อสร้าง บริษัทที่ปรึกษาวิศวกรรม หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรด้านโครงสร้างพื้นฐาน

เส้นทางอาชีพหลังเรียนจบ

ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ เช่น

  • Civil Engineer / วิศวกรโยธา
  • Site Engineer / วิศวกรสนาม
  • Structural Engineer / วิศวกรโครงสร้าง
  • Construction Project Coordinator / ผู้ประสานงานโครงการก่อสร้าง
  • Infrastructure Planner / นักวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน
  • Research Assistant / ผู้ช่วยวิจัยด้านวิศวกรรม
  • Academic / อาจารย์หรือบุคลากรด้านการศึกษาในสายวิศวกรรม

2. Bachelor of Science in Physical Therapy

หลักสูตรปริญญาตรี สาขากายภาพบำบัด

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตร Bachelor of Science in Physical Therapy ของ LCIC เป็นหลักสูตร 4 ปี สำหรับนักเรียนที่สนใจสายสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลผู้ป่วย และการทำงานร่วมกับทีมแพทย์ สถาบันระบุว่าหลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนักกายภาพบำบัดที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความต้องการบริการกายภาพบำบัดสูง แต่มีบุคลากรไม่เพียงพอ

หลักสูตรนี้ใช้แนวทาง Outcomes-Based Education และออกแบบตามมาตรฐานของ Commission on Higher Education หรือ CHED ของฟิลิปปินส์ โดย LCIC ระบุว่าหลักสูตรมีมาตรฐานสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของ CHED สำหรับการศึกษา BS Physical Therapy

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

ในปีแรก นักเรียนจะเริ่มจากวิชาพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น กายวิภาคศาสตร์ สรีรวิทยา พัฒนาการมนุษย์ และพื้นฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด ปีที่สองจะเริ่มเรียนเกี่ยวกับภาวะทางการแพทย์ เช่น ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ระบบประสาท ระบบหัวใจและปอด ระบบผิวหนัง รวมถึงการประเมินและการจัดการผู้ป่วย

ปีที่สามจะเน้นการประเมินและการรักษาที่ลึกขึ้น รวมถึงการทำงานกับผู้ป่วยจริง ส่วนปีที่สี่จะเน้น Clinical Internship และ Nonclinical Internship เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกประสบการณ์จริงก่อนเข้าสู่การทำงานหรือเตรียมสอบใบประกอบวิชาชีพ

จุดเด่นของหลักสูตร

จุดเด่นสำคัญของหลักสูตรนี้คือการเรียนที่เชื่อมโยงทฤษฎีกับการปฏิบัติจริง นักเรียนจะไม่ได้เรียนเฉพาะเนื้อหาทางการแพทย์ แต่ยังได้ฝึกการสื่อสารกับผู้ป่วย การวางแผนการรักษา การทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ และการใช้หลักฐานทางวิชาการในการดูแลผู้ป่วย

LCIC ระบุว่าเป้าหมายของหลักสูตรคือผลิตนักกายภาพบำบัดที่มีความสามารถในหลายมิติ เช่น การดูแลผู้ป่วย การให้ความรู้แก่บุคคลและกลุ่ม การบริหารจัดการโปรแกรมกายภาพบำบัด การส่งเสริมสุขภาพ การทำวิจัย การบริการชุมชน และการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

การฝึกงานและความร่วมมือกับสถานพยาบาล

หลักสูตร Physical Therapy ของ LCIC มีการฝึกประสบการณ์ทางคลินิก โดยเว็บไซต์ของสถาบันระบุว่ามีเครือข่ายสถานพยาบาลและศูนย์ฝึกงานทั้งใน Manila, Cebu และ Negros เพื่อให้นักเรียนได้สัมผัสงานจริงในสภาพแวดล้อมด้านสุขภาพที่หลากหลาย เช่น โรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟู และหน่วยบริการด้านกายภาพบำบัด

ผลลัพธ์ทางวิชาการที่น่าสนใจ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ LCIC ระบุว่า นักศึกษารุ่นแรกของสาขา Physical Therapy ทำอัตราสอบผ่าน 100% ในการสอบ Physical Therapists Licensure Examination เดือนธันวาคม 2025 ถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยสะท้อนความตั้งใจด้านคุณภาพการเรียนการสอนของหลักสูตรนี้

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่สนใจสายสุขภาพ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความละเอียดรอบคอบ สนใจการทำงานกับผู้ป่วย และสามารถเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการเป็นนักกายภาพบำบัด ทำงานในโรงพยาบาล คลินิก ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ศูนย์กีฬา หรือศึกษาต่อในสายสุขภาพ

3. Bachelor of Science in Tourism Management

หลักสูตรปริญญาตรี สาขาการจัดการการท่องเที่ยว

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตร Bachelor of Science in Tourism Management หรือ BSTM ของ LCIC เป็นหลักสูตร 4 ปี สำหรับนักเรียนที่สนใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบริการ การจัดงาน วัฒนธรรม การเดินทาง และการทำงานในองค์กรระดับนานาชาติ หลักสูตรนี้เหมาะกับบริบทของเมือง Cebu และ Mactan เป็นอย่างมาก เพราะพื้นที่นี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการท่องเที่ยวสำคัญของฟิลิปปินส์

LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อนักเรียนที่ต้องการเปลี่ยนความสนใจด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม อีเวนต์ และการบริการ ให้กลายเป็นเส้นทางอาชีพที่มีความหมายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

หลักสูตร BSTM ของ LCIC ครอบคลุมทั้งทฤษฎีและทักษะปฏิบัติ เช่น ระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบริหารจุดหมายปลายทาง การวางแผนทัวร์ การจัดอีเวนต์และ MICE การบริการลูกค้า การดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว งาน Front Office และพื้นฐาน Food and Beverage Service

คำว่า MICE หมายถึง Meetings, Incentives, Conferences และ Exhibitions ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการจัดประชุม สัมมนา งานแสดงสินค้า และอีเวนต์ขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในสายงานที่สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมในปัจจุบัน

จุดเด่นของหลักสูตร

จุดเด่นของ Tourism Management ที่ LCIC คือการเรียนในพื้นที่ที่มีบรรยากาศของเมืองท่องเที่ยวจริง นักเรียนไม่ได้เรียนท่องเที่ยวจากตำราเท่านั้น แต่มีโอกาสเข้าใจบริบทของการท่องเที่ยว การบริการ และวัฒนธรรมจากสภาพแวดล้อมรอบตัว

LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้เน้นการพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคลากรที่มีความสามารถระดับสากล มีใจบริการ มีจริยธรรม เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม และสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่หลากหลายได้

ทักษะที่นักเรียนจะได้รับ

นักเรียนในหลักสูตรนี้จะได้พัฒนาทักษะสำคัญ เช่น

  • ความเข้าใจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม
  • การบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ
  • การสื่อสารกับลูกค้าหลากหลายวัฒนธรรม
  • การวางแผนทัวร์และกิจกรรม
  • การจัดอีเวนต์และงาน MICE
  • ภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีม
  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงานบริการ
  • ความเข้าใจเรื่อง Sustainable Tourism หรือการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ชอบการเดินทาง การบริการ การพบปะผู้คน การสื่อสารภาษาอังกฤษ และสนใจทำงานในสายโรงแรม ท่องเที่ยว สายการบิน อีเวนต์ หรือธุรกิจบริการ เหมาะกับคนที่มีบุคลิกเปิดกว้าง ยืดหยุ่น และชอบทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

เส้นทางอาชีพหลังเรียนจบ

ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่อาชีพ เช่น

  • Tourism Officer / เจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยว
  • Tour Coordinator / ผู้ประสานงานทัวร์
  • Travel Consultant / ที่ปรึกษาด้านการเดินทาง
  • Hotel Front Office Staff / เจ้าหน้าที่ต้อนรับโรงแรม
  • Event Coordinator / ผู้ประสานงานอีเวนต์
  • MICE Coordinator / เจ้าหน้าที่ด้านการประชุมและนิทรรศการ
  • Customer Service Specialist / เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า
  • Airline Ground Staff / เจ้าหน้าที่ภาคพื้นสายการบิน

4. Bachelor of Arts in Foreign Languages

หลักสูตรปริญญาตรี สาขาภาษาต่างประเทศ

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตร Bachelor of Arts in Foreign Languages หรือ BAFL ของ LCIC เป็นหลักสูตร 4 ปี ที่เน้นการพัฒนาความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ โดยเว็บไซต์ LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้มี Major ในภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี ออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศในบริบทสังคม วิชาการ วิชาชีพ และวัฒนธรรม

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการทำงาน เรียนต่อ หรือสร้างโอกาสในต่างประเทศ โดยเฉพาะสายงานที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น เกาหลี การแปล การล่าม ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และงานบริการระดับสากล

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

นักเรียนจะได้เรียนทักษะภาษาอย่างเป็นระบบ ทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน พร้อมเรียนโครงสร้างไวยากรณ์ การใช้ภาษาอย่างเหมาะสม และการสื่อสารในสถานการณ์จริง นอกจากภาษาแล้ว หลักสูตรยังผสมผสานการเรียนด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และสังคมร่วมสมัยของประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี เพื่อให้นักเรียนเข้าใจภาษาในมิติที่ลึกกว่าแค่คำศัพท์และไวยากรณ์

จุดเด่นของหลักสูตร

จุดเด่นของ BAFL ที่ LCIC คือการเน้น “ใช้ภาษาได้จริง” มากกว่าการเรียนแบบท่องจำ เว็บไซต์ของสถาบันระบุว่าหลักสูตรเน้นแนวทาง Proficiency-Oriented และ Standards-Based โดยให้ความสำคัญกับการลงมือใช้ภาษาในสถานการณ์จริง

หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการนำภาษาต่างประเทศไปใช้ในงานอาชีพ เช่น การสื่อสารเชิงวิชาชีพ การแปล การล่าม และการวิจัยทางวิชาการ ทำให้ผู้เรียนไม่ได้จบไปพร้อมความรู้ภาษาเพียงอย่างเดียว แต่มีทักษะที่นำไปใช้ต่อยอดในงานจริงได้

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ชอบภาษา วัฒนธรรมญี่ปุ่นหรือเกาหลี การสื่อสารระหว่างประเทศ การทำงานกับชาวต่างชาติ และการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการสร้างเส้นทางอาชีพในบริษัทญี่ปุ่น บริษัทเกาหลี ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การศึกษา การแปล ล่าม หรือองค์กรที่ต้องการบุคลากรหลายภาษา

เส้นทางอาชีพหลังเรียนจบ

ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่อาชีพ เช่น

  • Translator / นักแปล
  • Interpreter / ล่าม
  • Foreign Language Instructor / ครูสอนภาษาต่างประเทศ
  • International Relations Staff / เจ้าหน้าที่ประสานงานต่างประเทศ
  • Japanese or Korean Company Coordinator / ผู้ประสานงานบริษัทญี่ปุ่นหรือเกาหลี
  • Tourism and Hospitality Staff / บุคลากรสายท่องเที่ยวและโรงแรม
  • Customer Support for International Market / เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าตลาดต่างประเทศ
  • Study Abroad Coordinator / เจ้าหน้าที่แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ

5. Bachelor of Arts in English Language Studies

หลักสูตรปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษศึกษา

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตร Bachelor of Arts in English Language Studies หรือ BAELS ของ LCIC เป็นหลักสูตร 4 ปี สำหรับนักเรียนที่ต้องการสร้างความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษในระดับลึก ทั้งด้านการวิเคราะห์ภาษา การสื่อสาร วรรณกรรม วัฒนธรรม การวิจัย และการประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษในบริบทวิชาชีพ เว็บไซต์ LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในบริบททางวิชาการ วิชาชีพ และระดับโลก

หลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนภาษาอังกฤษทั่วไป แต่เป็นการศึกษาภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและเชิงประยุกต์ นักเรียนจะเข้าใจว่าภาษาอังกฤษทำงานอย่างไรในสังคม การศึกษา สื่อ ธุรกิจ การวิจัย และการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

หลักสูตร BAELS ผสมผสานรายวิชาด้านโครงสร้างภาษา การสื่อสาร ภาษาศาสตร์ วรรณกรรม วัฒนธรรม การวิจัย และการปฏิบัติงานด้านภาษา นักเรียนจะได้พัฒนาทักษะการเขียน การพูด การนำเสนอ การวิจัย การสื่อสารดิจิทัล และการวิเคราะห์ภาษา

เว็บไซต์ของ LCIC ยังระบุว่าหลักสูตรมีการบูรณาการ Technology-Enhanced Learning หรือการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมกับบริบทการสื่อสารระดับโลกในยุคปัจจุบัน

จุดเด่นของหลักสูตร

จุดเด่นของ BAELS คือการสร้างผู้เรียนให้เป็นนักสื่อสารที่มีความคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่เพียงผู้ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเท่านั้น นักเรียนจะได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษในฐานะเครื่องมือทางวิชาการ เครื่องมือทางอาชีพ และเครื่องมือในการเชื่อมโยงกับโลกสากล

LCIC ระบุว่าหลักสูตรนี้เตรียมนักเรียนสำหรับสายงานหลากหลาย เช่น การศึกษา สื่อ ธุรกิจ การวิจัย และงานที่เกี่ยวข้องกับภาษา ซึ่งเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษเป็นจุดแข็งในการทำงานหลายอุตสาหกรรม

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

หลักสูตรนี้เหมาะกับนักเรียนที่ชอบภาษาอังกฤษ การเขียน การอ่าน การวิเคราะห์ การสื่อสาร การนำเสนอ และสนใจทำงานในสายการศึกษา สื่อ ธุรกิจระหว่างประเทศ คอนเทนต์ การแปล การวิจัย หรือองค์กรที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในระดับมืออาชีพ

เส้นทางอาชีพหลังเรียนจบ

ผู้เรียนสามารถต่อยอดสู่อาชีพ เช่น

  • English Teacher / ครูภาษาอังกฤษ
  • Content Writer / นักเขียนคอนเทนต์
  • Communications Officer / เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร
  • Research Assistant / ผู้ช่วยวิจัย
  • Editor / บรรณาธิการ
  • Language Specialist / ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา
  • Corporate Trainer / วิทยากรหรือผู้ฝึกอบรมด้านภาษา
  • Academic Coordinator / ผู้ประสานงานวิชาการ

6. CELS – Center for English Language Studies

ศูนย์ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนนานาชาติ

ภาพรวมหลักสูตร

CELS หรือ Center for English Language Studies เป็นศูนย์ภาษาอังกฤษของ LCIC สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมของวิทยาลัยนานาชาติ เว็บไซต์ LCIC ระบุว่า CELS เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2021 และมีหลักสูตรที่ออกแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยสอนโดยอาจารย์มากกว่า 30 คนที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาอังกฤษ

CELS เหมาะสำหรับนักเรียนที่ยังไม่พร้อมเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาเต็มรูปแบบ นักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น นักเรียนที่อยากปรับพื้นฐานก่อนเรียนต่อ หรือผู้เรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

พัฒนาการของ CELS

ข้อมูลจากเว็บไซต์ CELS ระบุว่าในเดือนสิงหาคม 2021 มีอาจารย์อาวุโสจาก Hiroshima Bunkyo University จำนวน 3 คน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร การกำกับดูแล และการบริหารจัดการเริ่มต้นของ CELS ต่อมาในเดือนมกราคม 2022 มีการจ้างครูท้องถิ่นชุดแรก และในช่วงฤดูร้อนปี 2022 CELS เริ่มรับนักเรียนในโปรแกรมทดลอง 4 สัปดาห์ ก่อนต่อยอดเป็นหลักสูตรแบบ 18 สัปดาห์

ปัจจุบัน CELS ระบุว่ามีอาจารย์ EFL จำนวน 32 คน พร้อมทีมประสานงานหลักสูตร ผู้อำนวยการ และที่ปรึกษา โดยมีหลักสูตรที่พัฒนาเป็น CEFR-Aligned Courses จำนวน 25 หลักสูตร ซึ่งหมายถึงหลักสูตรที่อิงกรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษสากล CEFR

สิ่งที่นักเรียนจะได้เรียน

CELS ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง ทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน การสื่อสารในชีวิตประจำวัน ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียน ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงาน และความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน

เว็บไซต์ CELS ระบุเป้าหมายไว้ชัดเจนว่า ต้องการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียน และการสอนที่ตอบโจทย์ผู้เรียนภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 21 รวมถึงช่วยให้นักเรียนมีความมั่นใจ ความสามารถ และแรงจูงใจในการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน

จุดเด่นของ CELS

จุดเด่นของ CELS คือการเรียนภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมของวิทยาลัย ไม่ใช่โรงเรียนภาษาแยกเดี่ยว นักเรียนสามารถสัมผัสบรรยากาศแคมปัส ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของสถาบัน และมีโอกาสพบปะนักเรียนจากหลักสูตรอื่น ๆ ของ LCIC ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเกิดขึ้นทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน

อีกจุดที่น่าสนใจคือ CELS ระบุว่า นอกจากหลักสูตรภาษาอังกฤษแล้ว นักเรียนยังมีโอกาสเลือกเรียนภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เช่น เกาหลี จีนกลาง ญี่ปุ่น และฟิลิปิโน ทั้งนี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับสถาบันโดยตรง เพราะหลักสูตรที่เปิดจริงอาจขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและจำนวนผู้เรียน

เรื่องวีซ่าและ SSP

สำหรับนักเรียนนานาชาติที่เรียนภาษาอังกฤษในฟิลิปปินส์ CELS มีข้อมูลแนะนำเรื่องวีซ่าและเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าศูนย์ภาษาให้คำแนะนำแก่นักเรียนต่างชาติเกี่ยวกับการขอวีซ่าหรือเอกสารที่จำเป็นสำหรับการเรียนในฟิลิปปินส์ นอกจากนี้เว็บไซต์ CELS ยังระบุว่า กฎระเบียบด้านวีซ่ากำหนดให้นักเรียนต้องลงทะเบียนเรียน 1 หรือ 2 รายวิชาบังคับเพื่อขอ SSP หรือ Special Study Permit / Student Study Permit ตามที่ระบุในเว็บไซต์ของสถาบัน

เหมาะกับนักเรียนแบบไหน

CELS เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลายและมีค่าใช้จ่ายเข้าถึงง่ายกว่าประเทศตะวันตก เหมาะกับนักเรียนมัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย คนทำงาน หรือผู้ที่ต้องการเตรียมตัวก่อนเรียนต่อในต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษในบรรยากาศที่มีความเป็นนานาชาติและมีระบบสนับสนุนภายในแคมปัส

ตารางสรุปหลักสูตร LCIC แบบเข้าใจง่าย

หลักสูตร ระยะเวลา เหมาะกับใคร จุดเด่น
Civil Engineering 4 ปี นักเรียนที่ชอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ งานก่อสร้าง และการออกแบบ เน้นโครงสร้างพื้นฐาน การออกแบบ การก่อสร้าง และการแก้ปัญหาวิศวกรรม
Physical Therapy 4 ปี นักเรียนที่สนใจสายสุขภาพ การฟื้นฟู และการดูแลผู้ป่วย มีการฝึกคลินิก Internship และผลสอบใบประกอบวิชาชีพรุ่นแรกผ่าน 100%
Tourism Management 4 ปี นักเรียนที่ชอบท่องเที่ยว บริการ โรงแรม อีเวนต์ และการพบปะผู้คน เรียนในเมืองท่องเที่ยวจริง เน้น Tourism, MICE, Customer Service และ Sustainable Tourism
Foreign Languages 4 ปี นักเรียนที่สนใจภาษาญี่ปุ่น เกาหลี การแปล ล่าม และงานต่างประเทศ เรียนภาษา + วัฒนธรรม + การใช้ภาษาเชิงอาชีพ
English Language Studies 4 ปี นักเรียนที่ต้องการเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและวิชาชีพ เน้นภาษาอังกฤษ ภาษาศาสตร์ วรรณกรรม การวิจัย การสื่อสาร และเทคโนโลยี
CELS ระยะสั้น/ระยะยาวตามโปรแกรม นักเรียนนานาชาติที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษ หลักสูตร CEFR-Aligned 25 คอร์ส อาจารย์ EFL 32 คน และเรียนในแคมปัส LCIC

ค่าธรรมเนียม

สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษหรือเข้าร่วมโปรแกรม Study Abroad ที่ Lapulapu Cebu International College (LCIC) เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ค่าใช้จ่ายหลักของโปรแกรมจะครอบคลุมทั้งค่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเหมาะสำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

LCIC มีโปรแกรมให้เลือกตามระยะเวลาการเรียน ตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น 4 สัปดาห์ ไปจนถึงหลักสูตรระยะกลางและระยะยาว 14–18 สัปดาห์ โดยแต่ละโปรแกรมเหมาะกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น การเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นช่วงปิดเทอม การเตรียมความพร้อมก่อนเรียนต่อ หรือการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างจริงจังในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

ตารางค่าธรรมเนียมหลักสูตร

รายการ ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย
Short-term Study Abroad / CELS 4 สัปดาห์ USD 2,080 รวมภาษี
Mid-term Study Abroad 14 สัปดาห์ USD 7,280 รวมภาษี
Long-term / Mid-term Study Abroad / CELS 18 สัปดาห์ USD 9,360 รวมภาษี
Admission Fee ต่อ 1 รอบการเรียน USD 200
One-on-One English Lesson เพิ่มเติม 50 นาที / ครั้ง PHP 200 ต่อครั้ง

หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปีการศึกษา รอบการสมัคร และเงื่อนไขของสถาบัน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสถาบันหรือตัวแทนอย่างเป็นทางการก่อนสมัคร

ค่าใช้จ่ายรวมอะไรบ้าง

ค่าโปรแกรม Study Abroad ของ LCIC โดยทั่วไปจะรวมค่าใช้จ่ายสำคัญสำหรับการเรียนและการใช้ชีวิตในแคมปัสไว้แล้ว ได้แก่ ค่าเรียน ค่าหอพัก ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค ทำให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถประเมินงบประมาณโดยรวมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนต่างชาติที่เดินทางไปเรียนที่เซบูเป็นครั้งแรก

การที่โปรแกรมรวมที่พักและอาหารไว้ในแพ็กเกจ ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการชีวิตประจำวัน นักเรียนไม่จำเป็นต้องหาที่พักเอง และสามารถใช้เวลาไปกับการเรียน การฝึกภาษาอังกฤษ และการปรับตัวในสภาพแวดล้อมใหม่ได้เต็มที่ เหมาะสำหรับทั้งนักเรียนมัธยม นักศึกษา หรือผู้เรียนที่ต้องการประสบการณ์เรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศแบบมีระบบดูแลรองรับ

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรเตรียม

นอกจากค่าโปรแกรมหลักแล้ว นักเรียนควรเตรียมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบางรายการ เช่น Admission Fee 200 USD ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมแยกจากค่าเรียนหลัก และชำระต่อหนึ่งรอบการเข้าร่วมโปรแกรม Study Abroad

จากข้อมูลของ LCIC ค่า Admission Fee นี้ครอบคลุมบริการสำคัญบางส่วนสำหรับนักเรียนนานาชาติ เช่น บริการรับส่งระหว่างมหาวิทยาลัยกับสนามบิน เอกสารด้านการเรียนและการพำนักในฟิลิปปินส์ เช่น Study Visa, ACR I-Card และ SSP โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่ชำระเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งรอบโปรแกรม

นอกจากนี้ นักเรียนควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินจากประเทศต้นทางไปยัง Mactan-Cebu International Airport ค่าหนังสือหรือเอกสารประกอบการเรียน ค่าประกันสุขภาพ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเดินทางนอกแคมปัส และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีเลือกเรียนแบบตัวต่อตัวเพิ่มเติม

ค่าเรียนภาษาอังกฤษ CELS

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ LCIC มีศูนย์ภาษาอังกฤษ CELS – Center for English Language Studies ซึ่งออกแบบมาสำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมของวิทยาลัยนานาชาติ

ค่าเรียนของ CELS มีข้อมูลหลักที่ระบุไว้ ได้แก่ โปรแกรม 4 สัปดาห์ ค่าใช้จ่าย USD 2,080 รวมภาษี และโปรแกรม 18 สัปดาห์ ค่าใช้จ่าย USD 9,360 รวมภาษี โดยเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น หรือผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่องก่อนต่อยอดไปสู่การเรียนในระดับที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักเรียนควรตรวจสอบรายละเอียดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมของ CELS อีกครั้ง เช่น Registration Fee, Textbook and Materials Fees และ Medical Insurance สำหรับนักเรียนนานาชาติ เนื่องจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจแตกต่างกันตามระยะเวลาเรียน เงื่อนไขการสมัคร และรอบเปิดเรียนของสถาบัน

เรียน One-on-One เพิ่มเติมได้

สำหรับนักเรียนที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นมากขึ้น LCIC มีตัวเลือก One-on-One English Lesson หรือการเรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวเพิ่มเติม โดยมีค่าเรียน PHP 200 ต่อครั้ง สำหรับคาบเรียน 50 นาที

ตัวเลือกนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเสริมทักษะเฉพาะด้าน เช่น การสนทนา การออกเสียง การเขียน การเตรียมสอบ หรือการแก้จุดอ่อนเฉพาะบุคคล การเรียนแบบตัวต่อตัวช่วยให้อาจารย์สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะกับระดับและเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคนได้มากขึ้น

สรุปค่าใช้จ่ายโดยรวม

โดยภาพรวม ค่าใช้จ่ายของโปรแกรม Study Abroad และ CELS ที่ LCIC ถือว่าเหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศแบบมีที่พัก อาหาร และระบบดูแลภายในแคมปัส โปรแกรมเริ่มต้นที่ 4 สัปดาห์ ราคา USD 2,080 รวมภาษี และมีตัวเลือกระยะยาวขึ้น เช่น 14 สัปดาห์ และ 18 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง

ผู้ปกครองควรพิจารณางบประมาณรวมทั้งค่าโปรแกรมหลัก ค่า Admission Fee ค่าเดินทาง ค่าหนังสือ ประกันสุขภาพ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อให้สามารถวางแผนการเรียนได้อย่างครบถ้วน ก่อนสมัครควรตรวจสอบราคาและเงื่อนไขล่าสุดกับสถาบันหรือตัวแทนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เนื่องจากค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบการเรียนและนโยบายของ LCIC ในแต่ละปีการศึกษา

หมายเหตุ: ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อสอบถามราคาปัจจุบันและทุนการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ และค่าประกันสุขภาพ

สิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งอำนวยความสะดวกของสถาบันแห่งนี้ถูกออกแบบให้รองรับทั้งการเรียน การใช้ชีวิต และการพัฒนานักเรียนแบบองค์รวม โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการระบุว่าสถาบันมีอาคารเรียน หอประชุม พื้นที่กิจกรรม ห้องสมุด หอพัก และบริการสนับสนุนนักเรียนหลายด้าน ทำให้แคมปัสมีลักษณะเป็นพื้นที่เรียนรู้แบบครบวงจรสำหรับนักเรียนท้องถิ่นและนักเรียนนานาชาติ

อาคารเรียนและพื้นที่การเรียนรู้

แคมปัสของสถาบันมีพื้นที่รวมประมาณ 64,803 ตารางเมตร และมีพื้นที่อาคารเรียนประมาณ 23,650 ตารางเมตร ตามข้อมูล University Overview ของสถาบัน สิ่งนี้สะท้อนว่าสถาบันมีพื้นที่ทางกายภาพรองรับการเรียนในระดับอุดมศึกษาและการใช้ชีวิตของนักเรียนจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงอาคารเรียนขนาดเล็กสำหรับหลักสูตรภาษาเท่านั้น

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมี Student Activity Learning Center หรือ SALC ซึ่งเป็นพื้นที่การเรียนรู้และกิจกรรมนักเรียน ใช้ได้ทั้งสำหรับการอ่านหนังสือแบบอิสระ การทำงานกลุ่ม เวิร์กช็อป การติววิชาการ การประชุมชมรม และกิจกรรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ พื้นที่ลักษณะนี้มีประโยชน์มากสำหรับนักเรียนนานาชาติ เพราะช่วยให้เกิดการพบปะเพื่อนใหม่และฝึกใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน

ห้องสมุดและแหล่งค้นคว้า

ห้องสมุดของสถาบันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญ เว็บไซต์ทางการระบุว่าห้องสมุดมีหนังสือมากกว่า 6,000 เล่ม และมีคอลเลกชันหลากหลาย เช่น หนังสืออ้างอิง Filipiniana วารสาร นิตยสาร นิยาย และสื่อด้านภาษา นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรเฉพาะด้านภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของสถาบันที่เน้นการศึกษานานาชาติและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม

บริการของห้องสมุดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การยืมคืนหนังสือ แต่ยังรวมถึงการเข้าถึงทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์ การใช้คอมพิวเตอร์ Wi-Fi การพิมพ์ ถ่ายเอกสาร สแกนเอกสาร บริการอ้างอิงทางวิชาการ การให้คำแนะนำการอ้างอิงแบบ APA, MLA และ Chicago รวมถึงห้อง Multimedia/Discussion Room ที่มีโปรเจกเตอร์ ลำโพง และ Wi-Fi สำหรับนักเรียนและอาจารย์

หอประชุมและพื้นที่จัดกิจกรรม

สถาบันมี Tsuneishi Hall ซึ่งเป็นหอประชุมขนาดใหญ่ภายใน Admin Building รองรับได้ประมาณ 562 คน ใช้สำหรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น งานสัมมนา การประชุม เวิร์กช็อป และกิจกรรมสังคม เว็บไซต์ของโรงเรียนระบุว่าหอประชุมนี้มีระบบภาพและเสียงที่ทันสมัย เช่น โปรเจกเตอร์ความละเอียดสูง ระบบเสียงรอบทิศทาง ไมโครโฟนไร้สาย และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่รองรับกิจกรรมแบบ Hybrid หรือ Live Streaming

สำหรับนักเรียนนานาชาติ พื้นที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่มีความสำคัญ เพราะโรงเรียนสามารถจัดปฐมนิเทศ กิจกรรมวัฒนธรรม กิจกรรมวิชาการ และกิจกรรมนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ การมีพื้นที่ที่ดีช่วยให้ชีวิตในแคมปัสมีสีสัน และทำให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมากขึ้น

กีฬา สุขภาพ และกิจกรรมกลางแจ้ง

ที่นี่มี Outdoor Sports Facility หรือ Open Court ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน พื้นที่นี้ใช้สำหรับวิชาพลศึกษา การฝึกซ้อมกีฬา กิจกรรมนอกหลักสูตร และกิจกรรมเพื่อสุขภาพของทั้งนักเรียนและบุคลากร สถาบันระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวช่วยสนับสนุนการสร้างทีมเวิร์ก วินัย มิตรภาพ และสภาพแวดล้อมที่เปิดรับทุกคน

นอกจากพื้นที่กีฬาแล้ว ข่าวกิจกรรมของสถาบันยังสะท้อนว่ามีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลาย เช่น Flag Football, Futsal และ Hiking Club ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียนและส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบสมดุล

บริการสนับสนุนนักเรียน

ด้านการดูแลนักเรียน สถาบันมี Student Experience and Success Office ซึ่งรวมบริการสำคัญหลายส่วน เช่น Student Affairs and Development Office, Guidance and Counseling Office, Medical-Dental Services และ Enrollment Management Office บริการเหล่านี้ครอบคลุมทั้งกิจกรรมนักเรียน ชมรม ภาวะผู้นำ การให้คำปรึกษารายบุคคล แนะแนวอาชีพและการเรียน สุขภาพจิต การปฐมพยาบาล การตรวจสุขภาพเบื้องต้น และการช่วยเหลือด้านการสมัครเรียน

สำหรับผู้ปกครอง นี่เป็นส่วนที่ช่วยสร้างความมั่นใจ เพราะเมื่อนักเรียนต้องใช้ชีวิตต่างประเทศ การมีหน่วยงานสนับสนุนที่เป็นระบบช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการปรับตัว ความเครียด สุขภาพ และการจัดการเอกสารต่าง ๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการเดินทาง

Accommodation ที่พัก

ที่พักของสถาบันแห่งนี้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักเรียนนานาชาติ เพราะมีหอพักภายในแคมปัสที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งความเป็นส่วนตัวและการใช้ชีวิตร่วมกัน หอพักของที่นี่มีทั้งหมด 5 ชั้น และประกอบด้วย 82 Residential Clusters โดยแต่ละคลัสเตอร์รองรับนักเรียน 10 คน แบ่งเป็นห้องเดี่ยว 6 ห้อง และห้องแชร์ 1 ห้องสำหรับ 4 คน

1. ห้องพักแบบ Cluster ที่ให้ทั้งความเป็นส่วนตัวและสังคม

รูปแบบ Cluster เป็นจุดเด่นสำคัญ เพราะนักเรียนสามารถมีห้องส่วนตัวสำหรับพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือจัดการชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ส่วนกลางในคลัสเตอร์สำหรับพบปะ พูดคุย และสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมหอพัก โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษหลังเลิกเรียน การอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างชาติในพื้นที่เดียวกันช่วยให้เกิดการใช้ภาษาแบบเป็นธรรมชาติ

2. ห้องพักพร้อมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์จำเป็น

ห้องพักภายในหอพักของสถาบันมีเครื่องปรับอากาศ โต๊ะ เก้าอี้ และตู้เก็บของ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักเรียนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพราะช่วยลดภาระในการจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานเมื่อมาถึง นักเรียนสามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และผู้ปกครองสามารถวางแผนเตรียมของใช้ส่วนตัวได้ชัดเจนกว่า

3. พื้นที่ส่วนกลางในคลัสเตอร์

แต่ละคลัสเตอร์มีพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบด้วยเคาน์เตอร์ครัว อ่างล้างจาน ตู้เย็น และไมโครเวฟ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนสามารถเตรียมอาหารว่าง เก็บอาหาร หรือใช้เวลาพักผ่อนกับเพื่อนร่วมหอพักได้ในบรรยากาศที่คล้ายบ้าน เป็นรายละเอียดที่สำคัญสำหรับนักเรียนนานาชาติ เพราะชีวิตในหอพักไม่ได้มีเพียงการนอน แต่รวมถึงการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมใหม่ด้วย

4. พื้นที่ซักผ้า ห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ

เว็บไซต์หอพักระบุว่าแต่ละชั้นมีห้องน้ำส่วนกลาง ห้องอาบน้ำส่วนตัว และพื้นที่ซักอบผ้าที่กำหนดไว้เป็นสัดส่วน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นระบบมากขึ้น นักเรียนไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปนอกแคมปัสเพื่อจัดการเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ ซึ่งเหมาะมากสำหรับนักเรียนที่ยังไม่คุ้นเคยกับเมืองหรือเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก

5. สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและการพักผ่อน

จุดที่ทำให้หอพักของที่นี่แตกต่างจากหอพักนักเรียนทั่วไปคือมีพื้นที่สระน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิทั้งในร่มและกลางแจ้ง รวมถึง Sauna Bath สำหรับการพักผ่อนหลังเลิกเรียน สถาบันนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ในฐานะส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพกายและใจของนักเรียน

โดยสรุป Accommodation ของสถาบันแห่งนี้เหมาะกับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการความสะดวก ปลอดภัย และมีสังคมในแคมปัส รูปแบบหอพักช่วยให้นักเรียนไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ขณะเดียวกันก็ยังมีพื้นที่ส่วนตัวเพียงพอสำหรับการพักผ่อนและการเรียน

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. หลักสูตรของที่นี่เหมาะกับนักเรียนที่อยากเรียนต่อสายไหนบ้าง?

สถาบันมีหลักสูตรที่ครอบคลุมหลายสายสำคัญ ทั้งสายภาษา สายการท่องเที่ยว สายวิศวกรรม และสายสุขภาพ เช่น English Language Studies, Foreign Languages, Tourism Management, Civil Engineering และ Physical Therapy จึงเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและประสบการณ์ในสภาพแวดล้อมนานาชาติ

2. นักเรียนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนปริญญาตรีทันที ควรเริ่มจากอะไร?

สำหรับนักเรียนที่ยังไม่พร้อมเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาตรีทันที สามารถเริ่มจากหลักสูตรภาษาอังกฤษของ CELS เพื่อปรับพื้นฐานภาษา เพิ่มความมั่นใจ และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนในระดับที่สูงขึ้น การเริ่มจากหลักสูตรภาษาถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเวลาในการปรับตัวกับประเทศใหม่และระบบการเรียนใหม่

3. การเรียนที่นี่แตกต่างจากโรงเรียนภาษาอังกฤษทั่วไปอย่างไร?

จุดเด่นคือสถาบันมีบรรยากาศแบบวิทยาลัยนานาชาติ ไม่ใช่เพียงโรงเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้น นักเรียนจึงมีโอกาสใช้ชีวิตในแคมปัส พบปะเพื่อนจากหลายประเทศ และสัมผัสสภาพแวดล้อมการเรียนที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เหมาะกับผู้ที่ต้องการมากกว่าการฝึกภาษา แต่ต้องการประสบการณ์การเรียนต่างประเทศที่ใกล้เคียงชีวิตมหาวิทยาลัยจริง

4. นักเรียนจะได้ฝึกภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนมากน้อยแค่ไหน?

การเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น เพราะนักเรียนสามารถฝึกใช้ภาษาในชีวิตประจำวันผ่านการอยู่หอพัก การทำกิจกรรมในแคมปัส การทำงานกลุ่ม และการพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ สภาพแวดล้อมลักษณะนี้ช่วยให้นักเรียนค่อย ๆ พัฒนาความมั่นใจในการสื่อสาร และกล้าใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

5. มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยสนับสนุนการเรียนหรือไม่?

ภายในแคมปัสมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายด้าน เช่น อาคารเรียน ห้องสมุด พื้นที่ทำกิจกรรม Student Activity Learning Center หอประชุม พื้นที่กีฬา และบริการสนับสนุนนักเรียน สิ่งเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียน ทำกิจกรรม พักผ่อน และใช้ชีวิตในแคมปัสได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น

6. หอพักเหมาะกับนักเรียนต่างชาติหรือไม่?

หอพักของสถาบันถูกออกแบบให้รองรับนักเรียนนานาชาติ โดยมีรูปแบบ Residential Cluster ที่ให้นักเรียนมีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางร่วมกับเพื่อนร่วมหอพัก นักเรียนสามารถพักผ่อน อ่านหนังสือ ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และฝึกใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

7. ถ้าอยากเรียนสายสุขภาพ ที่นี่มีตัวเลือกอะไรบ้าง?

นักเรียนที่สนใจสายสุขภาพสามารถพิจารณาหลักสูตร Physical Therapy ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่เน้นการดูแล ฟื้นฟู และพัฒนาสมรรถภาพของผู้ป่วย เหมาะกับผู้ที่สนใจงานด้านสุขภาพ การช่วยเหลือผู้อื่น และการทำงานร่วมกับทีมแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์

8. ถ้าอยากทำงานสายท่องเที่ยว โรงแรม หรือบริการ ควรเลือกหลักสูตรไหน?

หลักสูตร Tourism Management เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจงานท่องเที่ยว โรงแรม อีเวนต์ การบริการลูกค้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อเรียนในเมืองเซบู ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของฟิลิปปินส์ นักเรียนจะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและบริบทของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่จริง

9. ที่นี่เหมาะกับนักเรียนที่อยากพัฒนาภาษาที่สามหรือไม่?

เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจด้านภาษา เพราะมีหลักสูตร Foreign Languages ที่เน้นภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ภาษาเป็นจุดแข็งในการทำงานด้านการแปล ล่าม ธุรกิจระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว หรือการทำงานกับองค์กรต่างชาติในอนาคต

10. ก่อนสมัครควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

นักเรียนควรเตรียมข้อมูลพื้นฐาน เช่น หลักสูตรที่สนใจ ระยะเวลาเรียน เป้าหมายหลังเรียนจบ ระดับภาษาอังกฤษปัจจุบัน งบประมาณโดยรวม และประเภทที่พักที่ต้องการ นอกจากนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขการสมัคร เอกสารที่ต้องใช้ ค่าใช้จ่ายล่าสุด และรอบเปิดเรียนกับสถาบันหรือตัวแทนอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจสมัคร

Website : https://lcic.edu.ph/

หลักสูตรที่เปิดสอน

ราคา โปรโมชั่น และทุนการศึกษา

สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก

On Campus

VIDEO

video image

ที่อยู่สถาบัน

Address: 8X3P+HH2, 64 Basak-Cagodoy-Bankal-Buaya Rd, Lapu-Lapu, 6015 Cebu, Philippines
Zip: 6015
Country: Philippines

Map

Transport
Supermarkets
Schools
Restaurants
Pharmacies
Hospitals

Recommend

Compare Listings

Webmaster Thebest