เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

052-081-882 (สาขาเชียงใหม่)

053-354-225 (สาขาแม่โจ้)

Last updated May 26, 2026 ago by Web Editor

One Tree Hill College โรงเรียนมัธยมนิวซีแลนด์ใน Auckland เรียนดี เดินทางสะดวก


One Tree Hill College เป็นโรงเรียนมัธยมแบบสหศึกษาในเมือง Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ที่ 421–451 Great South Road, Penrose, Auckland 1061 ซึ่งเป็นทำเลที่เดินทางสะดวกและเชื่อมต่อกับระบบขนส่งหลักของเมืองได้ดี โรงเรียนเปิดสอนในระดับ Year 9–13 หรือเทียบได้กับระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการวางแผนเรียนต่อในระบบการศึกษานิวซีแลนด์ และต่อยอดไปสู่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต

โรงเรียนมีประวัติยาวนาน โดยเริ่มเปิดทำการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1955 เดิมใช้ชื่อว่า Penrose High School ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ One Tree Hill College เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2008 สะท้อนความเชื่อมโยงของโรงเรียนกับชุมชนท้องถิ่นและพื้นที่สำคัญอย่าง One Tree Hill / Maungakiekie ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์ของ Auckland

จุดยืนของโรงเรียนคือการมอบการศึกษาคุณภาพสูงให้กับนักเรียน โดยเน้นทั้งความสำเร็จทางวิชาการและการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เคารพผู้อื่น และมีความพร้อมในการใช้ชีวิตในสังคม โรงเรียนระบุพันธกิจไว้อย่างชัดเจนว่า ต้องการส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการและวุฒิภาวะทางสังคม ภายใต้สภาพแวดล้อมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้นักเรียนเป็นพลเมืองที่มีแรงจูงใจ เคารพผู้อื่น และใส่ใจสังคม

ในด้านระบบการเรียน One Tree Hill College ใช้หลักสูตรของนิวซีแลนด์ โดยช่วง Year 9–10 จะเน้นการสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา สุขศึกษา พลศึกษา และวิชาทางเลือก ส่วนระดับ Senior School หรือ Year 11–13 จะเน้นการเตรียมตัวสอบ NCEA ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาหลักของนักเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเส้นทางการเรียนที่เหมาะกับเป้าหมายของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นสายเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย สายอาชีพ หรือเส้นทางต่อยอดสู่สถาบันเทคนิคและโพลีเทคนิค

สำหรับนักเรียนนานาชาติ โรงเรียนมีประสบการณ์ในการดูแลนักเรียนต่างชาติ และมีระบบสนับสนุนทั้งด้านวิชาการ ภาษาอังกฤษ และการปรับตัว โดยโรงเรียนระบุว่ามีนักเรียนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้นักเรียนต่างชาติสามารถรู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตในสังคมโรงเรียนที่เปิดกว้างและมีความหลากหลาย

ทำไมต้องเลือก One Tree Hill College

1. โรงเรียนมัธยมคุณภาพในเมือง Auckland

One Tree Hill College ตั้งอยู่ใน Auckland ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ และเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การเดินทาง และวัฒนธรรมของประเทศ การเรียนใน Auckland ช่วยให้นักเรียนนานาชาติได้สัมผัสชีวิตในเมืองที่มีความหลากหลายสูง มีระบบขนส่งสาธารณะ และมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมทางการศึกษาและสังคมมากมาย

ทำเลของโรงเรียนอยู่ในย่าน Penrose ใกล้ Southern Motorway รวมถึงเส้นทางรถบัสหลัก และสถานีรถไฟ Penrose / Ellerslie ทำให้นักเรียนเดินทางได้สะดวกเมื่อเทียบกับโรงเรียนที่อยู่ไกลจากระบบขนส่งหลัก

2. ให้ความสำคัญกับผลการเรียนและเส้นทางอนาคต

โรงเรียนระบุชัดเจนว่ามุ่งเน้นการศึกษาคุณภาพสูงและความสำเร็จทางวิชาการ นักเรียนได้รับการสนับสนุนให้เรียนอย่างลึกซึ้ง พร้อมขยายความรู้ ความสนใจ และทักษะในหลากหลายสาขาวิชา

ในระดับ Senior School โรงเรียนมีทั้งเส้นทางวิชาการสำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัย และหลักสูตรที่ช่วยให้นักเรียนสะสมเครดิตหรือวุฒิที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพ เช่น Tourism, Employment Skills และสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้นักเรียนมีทางเลือกหลังจบมัธยมมากขึ้น

3. มีระบบดูแลนักเรียนนานาชาติที่ชัดเจน

สำหรับนักเรียนต่างชาติ One Tree Hill College มีระบบดูแลผ่าน Dean of International Students, Whānau Leaders และทีมที่เกี่ยวข้อง โดยโรงเรียนมีการติดตามผลการเรียน การเข้าเรียน และความเป็นอยู่ของนักเรียน รวมถึงติดต่อกับครอบครัวโฮมสเตย์และครอบครัวในต่างประเทศเพื่อแจ้งความคืบหน้าเรื่องสวัสดิภาพและพัฒนาการของนักเรียน

ระบบนี้เป็นจุดสำคัญสำหรับผู้ปกครองไทย เพราะการส่งบุตรหลานไปเรียนมัธยมต่างประเทศไม่ได้พิจารณาแค่เรื่องหลักสูตรเท่านั้น แต่ต้องดูเรื่องการดูแล ความปลอดภัย การสื่อสาร และการติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนด้วย

4. มีสภาพแวดล้อมหลากหลายและเปิดรับวัฒนธรรม

โรงเรียนมีนักเรียนจากหลายเชื้อชาติ ทำให้นักเรียนต่างชาติสามารถเรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมนานาชาติจริง ๆ ภายในโรงเรียนเอง นอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว One Tree Hill College ยังมีกิจกรรมด้านวัฒนธรรม เช่น Kapa Haka, Tongan, Samoan และ Filipino groups รวมถึงกิจกรรม Cultural Evening และ Cultural Language Weeks ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกทางภาษา วัฒนธรรม อาหาร เพลง การเต้น และเครื่องแต่งกายของตนเอง

สำหรับนักเรียนไทย นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้การปรับตัวง่ายขึ้น เพราะโรงเรียนไม่ได้มองความหลากหลายเป็นอุปสรรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักเรียน

5. มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับการเรียนและกิจกรรม

One Tree Hill College มีพื้นที่การเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และกิจกรรมพัฒนาทักษะ โรงเรียนระบุว่ามีห้องเรียนและพื้นที่สำหรับนักเรียนที่ทันสมัย สนามกีฬา สนามหญ้าเทียม โรงยิม 2 แห่ง พื้นที่เฉพาะทางด้านศิลปะ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ รวมถึง Knowledge Centre / Library และหอประชุมขนาด 500 ที่นั่ง

สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้ประสบการณ์การเรียนของนักเรียนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่ครอบคลุมการค้นคว้า การทำกิจกรรม การฝึกกีฬา การแสดง และการพัฒนาทักษะส่วนตัว

Academic Quality คุณภาพการศึกษา

One Tree Hill College มีจุดเด่นด้านการวางระบบการเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับ Year 9 ที่เน้นการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตมัธยม ไปจนถึง Year 11–13 ที่เตรียมนักเรียนสำหรับ NCEA และเส้นทางหลังจบการศึกษา โรงเรียนให้ความสำคัญกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และทักษะการเรียนรู้ โดย Year 9 มีการจัดกลุ่มการเรียนที่ช่วยให้นักเรียนได้รับการดูแลจากครูที่รู้จักนักเรียนได้ดีขึ้น และมีการสนับสนุนนักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านภาษาอังกฤษ Literacy และ Numeracy

ในระดับ Senior School โรงเรียนมีเป้าหมายชัดเจนในการเตรียมนักเรียนสู่มหาวิทยาลัยและเส้นทางอาชีพ นักเรียน Year 11 จะเริ่มสะสมเครดิตสู่ NCEA Level 1 ส่วน Year 12 และ Year 13 จะเรียนเพื่อสะสมเครดิตสู่ NCEA Level 2 และ Level 3 รวมถึงมีโอกาสเรียนรายวิชาที่เชื่อมโยงกับ National Certificates ในบางสาขา สำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัย โรงเรียนระบุว่านักเรียนสามารถเตรียมตัวสอบ Scholarship examinations ในบางรายวิชา และใช้ NCEA Level 3 เป็นเส้นทางสู่ University Entrance ได้

ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รายงานของ Education Review Office หรือ ERO ระบุว่า ข้อมูล NCEA ในช่วงก่อนปี 2020 แสดงแนวโน้มพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2018 ผลสัมฤทธิ์ NCEA Levels 1–3 ของโรงเรียนอยู่เหนือระดับประเทศ ขณะเดียวกันโรงเรียนยังให้ความสำคัญกับการยกระดับผลลัพธ์ของนักเรียน Māori และ Pacific รวมถึงการลดช่องว่างผลสัมฤทธิ์ระหว่างกลุ่มนักเรียนต่าง ๆ

ข้อมูลจาก Education Counts แสดงว่าในปี 2024 นักเรียนที่จบจาก One Tree Hill College มีสัดส่วนผู้ได้วุฒิอย่างน้อย NCEA Level 2 หรือเทียบเท่าอยู่ที่ 76.7% ซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ 76.1% ในปีเดียวกัน และสูงกว่ากลุ่ม State: Not Integrated ที่ 73.6%

สำหรับนักเรียนนานาชาติ ERO ระบุว่าโรงเรียนเป็นผู้ลงนามตาม Code of Practice ด้านการดูแลนักเรียนต่างชาติ และการตรวจสอบของ ERO พบว่านักเรียนต่างชาติได้รับการศึกษาคุณภาพดี การดูแลที่ดี การสนับสนุนด้านภาษาเฉพาะบุคคล และมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน

Location & City Life ที่ตั้ง

One Tree Hill College ตั้งอยู่ในย่าน Penrose เมือง Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นทำเลที่เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนในเมืองใหญ่ แต่ยังต้องการสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนและเดินทางสะดวก Auckland เป็นเมืองสำคัญของนิวซีแลนด์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง มีสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย แหล่งงาน กิจกรรมเยาวชน และพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่ง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและจากชีวิตจริงในเมือง

โรงเรียนตั้งอยู่ใกล้ Southern Motorway ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของ Auckland และอยู่ใกล้เส้นทางรถบัส รวมถึงสถานีรถไฟ Penrose และ Ellerslie โรงเรียนระบุว่าทำเลนี้ทำให้การเดินทางไปโรงเรียนสะดวกสำหรับนักเรียนและครอบครัวในพื้นที่

สำหรับนักเรียนนานาชาติที่เดินทางมาจากต่างประเทศ สนามบินหลักคือ Auckland Airport ซึ่งอยู่ห่างจาก Penrose ประมาณ 15 กิโลเมตรโดยรถยนต์ และใช้เวลาขับรถโดยประมาณ 14 นาทีตามข้อมูลเส้นทางของ Rome2Rio ทั้งนี้เวลาจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามการจราจร โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น

การเดินทางจากใจกลางเมือง Auckland มายัง Penrose ก็ถือว่าสะดวกเช่นกัน ข้อมูลเส้นทางระบุว่าสามารถเดินทางด้วยรถไฟจากสถานี Waitematā / Britomart ไปยัง Penrose ได้ประมาณ 20 นาที และมีบริการขนส่งสาธารณะหลายรูปแบบใน Auckland

ข้อดีของการเรียนใน Auckland คือ นักเรียนจะได้อยู่ในเมืองที่มีความเป็นสากล แต่ยังคงเข้าถึงธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้งได้ง่าย เมืองนี้มีทั้งชายหาด ภูเขาไฟเก่า สวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม ทำให้ชีวิตนักเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์มีความสมดุลระหว่างการเรียน การพักผ่อน และการเปิดโลกทัศน์

สำหรับผู้ปกครองไทย ทำเลของโรงเรียนถือว่าน่าสนใจ เพราะอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีระบบบริการครบ ทั้งสนามบิน โรงพยาบาล การคมนาคม และชุมชนหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งช่วยให้การดูแลนักเรียนต่างชาติทำได้เป็นระบบมากขึ้น

One Tree Hill College

หลักสูตร

โครงสร้างหลักสูตร Junior School

ในระดับ Year 9 นักเรียนจะเรียนวิชาหลักที่จำเป็น ได้แก่ English, Mathematics, Social Studies, Science, Health & Physical Education และ Citizenship ควบคู่กับวิชาเลือกอีกหลายรายวิชา โครงสร้างนี้ช่วยให้นักเรียนมีพื้นฐานรอบด้าน ทั้งด้านภาษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม สุขภาพ และทักษะการเป็นพลเมืองที่ดี

สำหรับ Year 10 นักเรียนยังคงเรียนวิชาหลัก ได้แก่ English, Mathematics, Science, Social Studies และ Health & Physical Education พร้อมมีโอกาสเลือกวิชาเพิ่มเติมตามความสนใจ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ระดับ Year 11 และ NCEA Level 1 ต่อไป การเรียนในช่วง Year 10 จึงเป็นปีสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนเริ่มเห็นเส้นทางของตนเองชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการ สายศิลปะ สายกีฬา สายภาษา หรือสายเทคโนโลยี

การเตรียมความพร้อมสู่ NCEA และมหาวิทยาลัย

One Tree Hill College วางระบบหลักสูตรให้เชื่อมต่อกับ NCEA Level 1, 2 และ 3 อย่างเป็นขั้นตอน โดยในระดับ Year 11 นักเรียนต้องเรียน English หรือ ESOL และ Mathematics ขณะที่ Science เป็นวิชาที่โรงเรียนแนะนำอย่างมาก ส่วน Year 12 กำหนดให้ English เป็นวิชาบังคับ และใน Year 13 แม้ไม่มีวิชาบังคับ แต่หากนักเรียนต้องการได้คุณสมบัติ University Entrance จะต้องเลือกเรียนอย่างน้อย 3 วิชาที่ได้รับการรับรองสำหรับเข้ามหาวิทยาลัย

โรงเรียนยังให้คำแนะนำสำคัญว่านักเรียนที่มีเป้าหมายด้านอาชีพเฉพาะ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ หรือแพทย์ ควรวางแผนเลือกวิชาตั้งแต่ Year 10 เพราะบางเส้นทางจำเป็นต้องใช้วิชาเฉพาะ เช่น Physics, Chemistry หรือ Calculus ในระดับสูง การมี Careers Centre ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเลือกวิชาได้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น

รายวิชาหลักที่ช่วยสร้างพื้นฐานวิชาการ

วิชา English เป็นวิชาบังคับทั้ง Year 9 และ Year 10 โดย Year 9 เน้นพัฒนาความรักในการใช้ภาษาและวรรณกรรม พร้อมฝึกทักษะการฟัง อ่าน ดู พูด เขียน และนำเสนอ ส่วน Year 10 จะต่อยอดจาก Year 9 และเตรียมนักเรียนเข้าสู่ NCEA Level 1 ผ่านการเรียนวรรณกรรม ภาพยนตร์ นวนิยาย บทกวี และการสื่อสารเชิงวิเคราะห์

วิชา Mathematics เป็นอีกหนึ่งวิชาหลักที่เรียนตลอดปี นักเรียนจะได้พัฒนาทักษะด้านตัวเลข พีชคณิต เรขาคณิต การวัด สถิติ และความน่าจะเป็น โดยใน Year 10 นักเรียนจะได้ทำ Achievement Standard ระดับ NCEA Level 1 ด้าน Probability ซึ่งช่วยให้นักเรียนเริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการประเมินในระดับ Senior School

ด้าน Science โรงเรียนออกแบบการเรียนให้เน้นการตั้งคำถาม ทดลอง สืบค้น อภิปราย และเขียนอธิบายทางวิทยาศาสตร์ นักเรียน Year 9 และ Year 10 จะได้เรียนรู้ผ่านประเด็นใกล้ตัว เช่น ระดับน้ำทะเล การย่อยอาหาร แรงโน้มถ่วง ธาตุ ปฏิกิริยาเคมี แผ่นดินไหว และไฟฟ้า เพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและโลกจริงอย่างไร

English Language Foundation และ ESOL สำหรับนักเรียนต่างชาติ

สำหรับนักเรียนที่มาจากพื้นฐานภาษาแม่ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ โรงเรียนมีรายวิชา English Language Foundation และ English Language Learners หรือ ESOL เพื่อช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างเป็นระบบ หลักสูตรครอบคลุมการอ่าน การเขียนเชิงสร้างสรรค์และเชิงทางการ การฟัง การดู และการนำเสนอ โดยปรับเนื้อหาให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของนักเรียนที่กำลังพัฒนาภาษาอังกฤษ

จุดนี้ถือว่าสำคัญสำหรับนักเรียนนานาชาติ เพราะการเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งในห้องเรียน การทำรายงาน การนำเสนอ และการสอบ การมีหลักสูตรสนับสนุนด้านภาษาโดยเฉพาะช่วยให้นักเรียนสามารถปรับตัวเข้าสู่ระบบการเรียนได้ดีขึ้น และเตรียมความพร้อมสำหรับ NCEA ในระดับสูงต่อไป

วิชาเลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ความถนัดของนักเรียน

One Tree Hill College มีรายวิชาเลือกในระดับ Junior School ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งสายศิลปะ ภาษา กีฬา เทคโนโลยี ธุรกิจ และวัฒนธรรม นักเรียนสามารถเลือกเรียนวิชา เช่น Art, Dance, Drama, Music, Japanese, Spanish, Gagana Samoa, Te Reo Māori, Commerce, Media Studies, Food Technology, Digital Technologies, Product Design, Textiles และ Sports Academy

ในกลุ่มศิลปะ นักเรียนสามารถเรียน Art, Dance, Drama และ Music เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออก ความมั่นใจ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสื่อสาร ส่วนกลุ่มภาษาเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาสเปน ภาษา Samoan และ Te Reo Māori ซึ่งช่วยขยายมุมมองทางวัฒนธรรมและการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม

ด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ โรงเรียนมีรายวิชาที่น่าสนใจ เช่น Design and Visual Communication, Digital Technologies, Food Technology, Media Studies, Product Design และ Textiles นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ตั้งแต่การออกแบบ การใช้โปรแกรมดิจิทัล การสร้างเว็บไซต์ การผลิตสื่อ การทำอาหาร การออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการสร้างงานสิ่งทออย่างสร้างสรรค์

Sports Academy สำหรับนักเรียนที่สนใจกีฬา

สำหรับนักเรียนที่มีความสามารถหรือความสนใจด้านกีฬา One Tree Hill College มี Sports Performance Academy ในกีฬา Football, Netball และ Rugby เปิดสอนทั้ง Year 9 และ Year 10 โดยเป็นหลักสูตรเต็มปี นักเรียนที่สมัครต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก และต้องเล่นให้กับทีมโรงเรียนในกีฬาที่ตนเองเลือก

หลักสูตรนี้ไม่ได้เน้นเพียงการฝึกทักษะกีฬาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมเรื่องการทดสอบสมรรถภาพ โภชนาการ กลยุทธ์การแข่งขัน การป้องกันการบาดเจ็บ ประวัติกีฬา และการตัดสินกีฬา โดย Year 10 จะมีทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี ช่วยให้นักเรียนพัฒนาทักษะกีฬาอย่างเป็นระบบและมีความเข้าใจรอบด้านมากขึ้น

Citizenship และ Ka Rere: พัฒนาทักษะชีวิตและภาวะผู้นำ

รายวิชา Citizenship ใน Year 9 เป็นวิชาบังคับที่ช่วยให้นักเรียนใหม่เข้าใจระบบของโรงเรียน การใช้แล็ปท็อปในโครงการ BYOD การใช้ Office 365 ค่านิยมของโรงเรียน ความคาดหวังต่อนักเรียน และการเป็นส่วนหนึ่งของ Whānau และชุมชน One Tree Hill College นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมท้องถิ่น Tikanga Māori, Maungakiekie, school haka และ school marae

อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจคือ Ka Rere สำหรับนักเรียน Year 9 ที่มีแรงจูงใจสูง โดยคำว่า Ka Rere หมายถึง “to soar” หรือการทะยานขึ้น โปรแกรมนี้มุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงเขียนและพูด การคิดวิเคราะห์ การค้นคว้า การแก้ปัญหา การกำกับตนเอง ภาวะผู้นำ และการทำงานเป็นทีม ผ่านการสำรวจประเด็นระดับโลกและประเด็นในชุมชน

โครงสร้างวิชาบังคับในระดับ Junior School

ระดับชั้น วิชาบังคับหลัก จุดเด่นของโครงสร้างการเรียน
Year 9 English, Mathematics, Social Studies, Science, Health & Physical Education, Citizenship สร้างพื้นฐานวิชาการและทักษะชีวิต พร้อมช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้าสู่ระบบมัธยมของนิวซีแลนด์
Year 10 English, Mathematics, Science, Social Studies, Health & Physical Education ต่อยอดจาก Year 9 และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ NCEA Level 1 ใน Year 11

การวางแผนสู่ Senior School และ NCEA

ระดับ วิชาหรือเงื่อนไขสำคัญ ความหมายสำหรับนักเรียน
Year 11 / NCEA Level 1 English หรือ ESOL, Mathematics และแนะนำให้เรียน Science เป็นช่วงเริ่มต้นของการสะสมเครดิต NCEA และสร้างพื้นฐานสำหรับเส้นทางเรียนต่อ
Year 12 / NCEA Level 2 English เป็นวิชาบังคับ ช่วยเสริมทักษะภาษาอังกฤษในระดับสูงขึ้น ซึ่งสำคัญต่อการเรียนต่อและการสื่อสารเชิงวิชาการ
Year 13 / NCEA Level 3 ไม่มีวิชาบังคับ แต่หากต้องการ University Entrance ต้องเลือกอย่างน้อย 3 วิชาที่มหาวิทยาลัยรับรอง เหมาะสำหรับนักเรียนที่วางแผนเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์หรือประเทศอื่น
เส้นทางเฉพาะทาง บางอาชีพ เช่น Engineering, Health / Medical Sciences ต้องใช้วิชาเฉพาะ เช่น Physics, Chemistry, Calculus นักเรียนควรวางแผนเลือกวิชาตั้งแต่ Year 10 เพื่อไม่ให้พลาดเงื่อนไขของสาขาที่ต้องการ

รายวิชาหลักและจุดเด่น

กลุ่มวิชา Year 9 Year 10 จุดเด่น
English เรียนเต็มปี เรียนเต็มปี พัฒนาทักษะการอ่าน เขียน ฟัง พูด การวิเคราะห์วรรณกรรม และการนำเสนอ เตรียมความพร้อมสู่ NCEA
Mathematics เรียนเต็มปี เรียนเต็มปี ครอบคลุม Numeracy, Number, Algebra, Geometry, Measurement, Statistics และ Probability
Science เรียนเต็มปี เรียนเต็มปี เรียนผ่านการทดลอง การสืบค้น การอภิปราย และการตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์
Social Studies เรียนเต็มปี เรียนเต็มปี ศึกษาสังคม ประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน รัฐบาล และประเด็นร่วมสมัย
Health & Physical Education เรียนเต็มปี เรียนเต็มปี พัฒนาสุขภาพกาย สุขภาพใจ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี
Citizenship Year 9 เท่านั้น ช่วยให้นักเรียนเข้าใจระบบโรงเรียน การใช้เทคโนโลยี BYOD ค่านิยมของโรงเรียน วัฒนธรรมท้องถิ่น และการวางแผนอาชีพ

English Language Support สำหรับนักเรียนต่างชาติ

รายวิชา ระดับที่เปิดสอน เหมาะสำหรับ จุดเด่น
English Language Foundation Year 9–Year 13 นักเรียนที่มาจากพื้นฐานภาษาแม่ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้านอ่าน เขียน ฟัง ดู และนำเสนอ โดยปรับหลักสูตรให้เหมาะกับผู้เรียนภาษาอังกฤษ
English Language Learners / ESOL Year 10–Year 13 นักเรียนต่างชาติหรือนักเรียนที่ต้องการเสริมภาษาอังกฤษเพื่อการเรียน เตรียมความพร้อมด้านภาษาเพื่อเข้าสู่การเรียนระดับ NCEA และการเรียนในห้องเรียนปกติ

กลุ่มวิชาเลือกระดับ Junior School

กลุ่มวิชา รายวิชาที่เปิดสอน จุดเด่นสำหรับนักเรียน
Arts Art, Dance, Drama, Music พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออก ความมั่นใจ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และทักษะการสื่อสาร
Languages & Culture Japanese, Spanish, Gagana Samoa, Te Reo Māori, Te Ao Māori เปิดมุมมองด้านภาษาและวัฒนธรรม ช่วยให้นักเรียนเข้าใจความหลากหลายของสังคมนิวซีแลนด์และโลก
Technology Design & Visual Communication, Digital Technologies, Food Technology, Product Design, Textiles เน้นการเรียนผ่านการลงมือทำจริง การออกแบบ การใช้เทคโนโลยี และการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
Media & Communication Media Studies ฝึกวิเคราะห์สื่อ ใช้เครื่องมือดิจิทัล และสร้างผลงานสื่ออย่างมีความคิดสร้างสรรค์
Commerce Commerce เรียนรู้การเงินส่วนบุคคล เศรษฐกิจเบื้องต้น และพื้นฐานของธุรกิจ
Sport Performance Football, Netball, Rugby เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะกีฬาอย่างจริงจังและเล่นให้ทีมโรงเรียน

โครงสร้างการเรียนระดับ Senior School

ระดับชั้น ระบบการเรียน วิชาบังคับ / เงื่อนไขสำคัญ
Year 11 / NCEA Level 1 เรียน 5 วิชา English, ESOL หรือ Integrated Studies English และ Mathematics หรือ Integrated Studies Mathematics
Year 12 / NCEA Level 2 เรียน 5 วิชา English เป็นวิชาบังคับ
Year 13 / NCEA Level 3 เรียน 5 วิชา ไม่มีวิชาบังคับ แต่หากต้องการ University Entrance ต้องเลือกอย่างน้อย 3 วิชาที่เป็น University Entrance Approved Subjects

ในระดับ Year 11 นักเรียนจะเริ่มเข้าสู่ระบบ NCEA อย่างจริงจัง โดยต้องให้ความสำคัญกับวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเรียนต่อในระดับสูง ส่วน Year 12 ยังคงกำหนดให้ English เป็นวิชาหลัก เพื่อเสริมทักษะการอ่าน การเขียน การวิเคราะห์ และการสื่อสารเชิงวิชาการ สำหรับ Year 13 นักเรียนจะมีอิสระในการเลือกวิชามากขึ้น โดยสามารถจัดแผนการเรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายมหาวิทยาลัยหรือเส้นทางอาชีพเฉพาะทางได้

ระบบ NCEA และ University Entrance

คุณวุฒิ เงื่อนไขโดยสรุป
NCEA Level 1 ต้องมี 60 credits ที่ Level 1 ขึ้นไป พร้อม Literacy 10 credits และ Numeracy 10 credits
NCEA Level 2 ต้องมี 60 credits ที่ Level 2 ขึ้นไป และมีอย่างน้อย 20 credits จากระดับใดก็ได้ พร้อม Literacy และ Numeracy ตามเกณฑ์
NCEA Level 3 ต้องมี 60 credits ที่ Level 3 ขึ้นไป และมี 20 credits จาก Level 2 ขึ้นไป พร้อม Literacy และ Numeracy ตามเกณฑ์
University Entrance ต้องมี NCEA Level 3, Numeracy 10 credits, Literacy 10 credits ที่ Level 2 ขึ้นไป และ 14 credits จาก 3 วิชา approved subjects

ระบบ NCEA ของ One Tree Hill College ช่วยให้นักเรียนสะสมเครดิตตามระดับชั้นและรายวิชาที่เลือก โดยในคู่มือมีการอธิบายอย่างชัดเจนว่านักเรียนต้องสะสมเครดิตอย่างไรเพื่อให้ได้ NCEA Level 1, 2 และ 3 รวมถึงเงื่อนไขสำหรับ University Entrance ซึ่งเป็นคุณสมบัติขั้นต่ำสำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์

กลุ่มวิชาที่เปิดสอนในระดับ Senior School

กลุ่มวิชา ตัวอย่างรายวิชา
Arts Art, Art Design, Art Painting, Art Photography, Dance, Drama, Music
English & Language Support English, English Language Foundation, English Language Learning
Mathematics Mathematics, Mathematics Applied, Mathematics Numeracy, Calculus, Statistics
Science Science, Biology, Chemistry, Physics
Social Sciences & Commerce Commerce, Economics, Business Studies, Sociology, Geography, History, Pacific Studies, Pacific Sociology, Global Studies, Tourism
Health & Physical Education Health, Physical Education, Physical Education & Sport
Technology Digital Technologies, Computing, Design and Visual Communication, Food Technology, Hospitality, Product Design, Trade, Media Studies
Language & Culture Te Reo Māori
Career Pathway Gateway Work Experience Programme, Specialist Training, MIT Trades Academy Pathways

หลักสูตรระดับ Senior ของ One Tree Hill College มีความหลากหลายสูง ครอบคลุมทั้งสายวิชาการ สายสร้างสรรค์ สายวิทยาศาสตร์ สายธุรกิจ สายเทคโนโลยี สายสุขภาพ กีฬา และสายอาชีพ ทำให้นักเรียนสามารถเลือกเส้นทางได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะมุ่งสู่มหาวิทยาลัย โพลีเทคนิค การฝึกอาชีพ หรือการเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังจบมัธยม

รายวิชา University Entrance Approved Subjects

กลุ่ม รายวิชาที่เป็น University Approved Subjects
Arts & Creative Art Design, Art Painting, Art Photography, Dance, Drama, Music, Media Studies
English & Humanities English, History, Geography, Sociology, Te Reo Māori
Business & Social Sciences Economics, Business Studies
Mathematics & Science Mathematics, Calculus, Statistics, Biology, Chemistry, Physics
Technology & Design Digital Technologies, Design and Visual Communication, Food Technology, Product Design
Health & PE Health, Physical Education

สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย รายวิชาในระดับ Year 13 หลายวิชาได้รับการจัดเป็น University Entrance Approved Subjects เช่น English, Calculus, Statistics, Biology, Chemistry, Physics, Economics, Business Studies, Geography, History, Art Design, Art Painting, Art Photography, Digital Technologies, Product Design, Food Technology, Media Studies และ Physical Education ซึ่งช่วยให้นักเรียนวางแผนสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างมีทิศทาง

จุดเด่นด้าน English และภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนนานาชาติ

รายวิชา เหมาะสำหรับ จุดเด่น
English นักเรียนที่เรียนในระบบปกติ พัฒนาการอ่าน เขียน วิเคราะห์วรรณกรรม สื่อ และการสื่อสารเชิงวิชาการ
English Language Foundation นักเรียนที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ หรือนักเรียนนานาชาติ ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษในช่วง Foundation Stage
English Language Learning นักเรียน Year 11–13 ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ครอบคลุม Listening, Speaking, Reading และ Writing พร้อม Unit Standards

One Tree Hill College ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนนานาชาติหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ หลักสูตร English Language Foundation และ English Language Learning ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมทักษะภาษาอังกฤษในด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน พร้อมช่วยให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อเรียนในรายวิชาอื่นได้ดีขึ้น

เส้นทางสายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

กลุ่มวิชา รายวิชาสำคัญ เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจ
Mathematics Mathematics, Mathematics Applied, Calculus, Statistics วิศวกรรมศาสตร์ ธุรกิจ Data Science วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
Science Science, Biology, Chemistry, Physics แพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรม เทคโนโลยี การวิจัย
Biology Level 2–3 Biology ชีววิทยา วิทยาศาสตร์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม พันธุศาสตร์
Chemistry Level 2–3 Chemistry แพทย์ เภสัช วิศวกรรมเคมี วิทยาศาสตร์สุขภาพ
Physics Level 2–3 Physics วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบิน เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์

สายวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของโรงเรียนมีการวางเส้นทางต่อเนื่องตั้งแต่ Level 1 Science ไปจนถึง Biology, Chemistry และ Physics ใน Level 2–3 โดยเฉพาะ Chemistry และ Physics ระดับ Year 13 เหมาะกับนักเรียนที่มีเป้าหมายด้าน Science, Health Sciences, Engineering หรือ Technology ส่วน Calculus และ Statistics เป็นรายวิชาสำคัญสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือสาขาที่ใช้คณิตศาสตร์ขั้นสูง

เส้นทางสายธุรกิจ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์

รายวิชา จุดเด่น
Commerce รวมพื้นฐาน Accounting, Economics และ Business Studies เพื่อเตรียมต่อยอดในระดับสูง
Economics ศึกษาเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ เงินเฟ้อ การว่างงาน ตลาด และนโยบายเศรษฐกิจ
Business Studies เรียนการทำงานของธุรกิจ การตลาด การทำโครงการ และ Young Enterprise Scheme
Sociology ศึกษาสังคม สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรมทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
Geography ศึกษาสิ่งแวดล้อม เมือง ภูมิศาสตร์กายภาพ ปัญหาระดับโลก และการวิจัยภาคสนาม
History ฝึกวิเคราะห์เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ แหล่งข้อมูล มุมมอง และบริบทของ Te Tiriti o Waitangi

กลุ่ม Social Sciences และ Commerce เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของหลักสูตร Senior School เพราะช่วยให้นักเรียนเข้าใจสังคม เศรษฐกิจ ธุรกิจ ประวัติศาสตร์ สิทธิมนุษยชน และประเด็นร่วมสมัย รายวิชาเหล่านี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนต่อด้าน Business, Law, Social Sciences, International Relations, Humanities, Education หรือ Public Policy

เส้นทางสายสร้างสรรค์ ศิลปะ และสื่อ

กลุ่มวิชา รายวิชา จุดเด่น
Visual Arts Art, Art Design, Art Painting, Art Photography พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การสร้างพอร์ตโฟลิโอ และการสื่อสารผ่านงานศิลปะ
Performing Arts Dance, Drama, Music เสริมทักษะการแสดง การสื่อสาร ความมั่นใจ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
Media Media Studies วิเคราะห์สื่อ ผลิตสื่อ วางแผน ถ่ายทำ ตัดต่อ และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับสังคม

สำหรับนักเรียนที่สนใจสาย Creative, Design, Communication หรือ Performing Arts โรงเรียนมีรายวิชาหลากหลายที่ช่วยพัฒนาทั้งทักษะเชิงปฏิบัติและการคิดวิเคราะห์ เช่น Art Design, Photography, Media Studies, Dance, Drama และ Music โดยเฉพาะรายวิชาระดับ Level 3 หลายวิชาเป็น University Approved Subjects และสามารถใช้ประกอบการสมัครเรียนต่อด้านศิลปะ การออกแบบ สื่อ นิเทศศาสตร์ หรือการแสดงได้

เส้นทางสายเทคโนโลยี ออกแบบ และอาชีพ

รายวิชา จุดเด่น
Digital Technologies ฝึก Computational Thinking, Coding, Digital Outcomes และการออกแบบโซลูชันดิจิทัล
Computing ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ปัญหาในองค์กร เช่น Word Processing, Spreadsheet, Database และ Desktop Publishing
Design and Visual Communication เหมาะกับผู้สนใจ Architecture, Interior Design, Product Design และ Graphic Design
Food Technology พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร โภชนาการ กระบวนการผลิต และการออกแบบผลิตภัณฑ์
Hospitality ฝึกทักษะงานครัวเชิงพาณิชย์ อาหาร เครื่องดื่ม และการบริการ
Product Design ออกแบบและผลิตชิ้นงานจริงจากวัสดุต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ
Trade ฝึกทักษะงานช่าง งานก่อสร้าง เครื่องมือ ความปลอดภัย และการทำโปรเจกต์จริง

กลุ่ม Technology ของ One Tree Hill College มีจุดเด่นที่เน้นการเรียนผ่านการลงมือทำจริง นักเรียนไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎี แต่ได้ออกแบบ ผลิต ทดลอง แก้ปัญหา และสร้างผลงานที่จับต้องได้ รายวิชาอย่าง Design and Visual Communication, Product Design และ Digital Technologies ยังช่วยสร้างพื้นฐานที่ดีสำหรับการเรียนต่อด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบ วิศวกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรม

Gateway และ Specialist Training: เส้นทางสู่โลกการทำงานจริง

โปรแกรม ระดับ จุดเด่น
Gateway Work Experience Programme Year 12–13 นักเรียนไปฝึกงานประมาณ 1 วันต่อสัปดาห์ ราว 10 สัปดาห์ พร้อมสะสม NZQA standards
Specialist Training Year 12–13 เรียนที่โรงเรียนควบคู่กับการเรียนสายอาชีพที่ MIT / Te Pūkenga / NZMA
MIT Trades Academy Year 12–13 มีเส้นทาง Automotive, Carpentry, Electrical, Early Childhood Education, Engineering / CAD, Construction

หนึ่งในจุดเด่นของ Senior Course Handbook คือการให้ความสำคัญกับเส้นทางอาชีพผ่าน Gateway Work Experience Programme และ Specialist Training โดย Gateway เปิดโอกาสให้นักเรียน Year 12–13 ได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงในสายอาชีพที่สนใจ ส่วน Specialist Training ช่วยให้นักเรียนเรียนสายอาชีพกับผู้ให้บริการภายนอก เช่น MIT โดยบางโปรแกรมเรียน 1–2 วันต่อสัปดาห์ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเตรียมตัวเข้าสู่การฝึกงาน โพลีเทคนิค หรือการทำงานหลังจบมัธยม

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการศึกษา One Tree Hill College สำหรับนักเรียนนานาชาติ ปี 2026

สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการเรียนต่อระดับมัธยมที่ One Tree Hill College ประเทศนิวซีแลนด์ ค่าใช้จ่ายหลักจะแบ่งออกเป็นหลายส่วน ได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมรัฐบาลนิวซีแลนด์ ค่าดูแลนักเรียน ค่าสมัครและดำเนินการ ค่า保险สุขภาพและการเดินทาง รวมถึงค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยโรงเรียนระบุชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายหลักเหล่านี้ต้องชำระก่อนนักเรียนเริ่มเรียน

ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนครอบคลุมทั้งการเรียนในชั้นเรียนปกติและคลาส ESOL สำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ รวมถึงการใช้หนังสือเรียนในชั้นเรียน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน เวิร์กบุ๊ก ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าธรรมเนียมบางวิชา ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเล่าเรียน และผู้ปกครองควรเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมไว้ด้วย

ตารางสรุปค่าใช้จ่ายหลัก ปีการศึกษา 2026

หน่วยเงิน: NZ$

รายการค่าใช้จ่าย เรียนเต็มปี 46 สัปดาห์ เรียนครึ่งปี 24 สัปดาห์
ค่าเล่าเรียน Tuition 15,800 7,900
New Zealand Government Levy 430 215
Pastoral Care Fee 1,500 1,500
Administration and Enrolment Fee 1,500 1,500
Insurance 655 330
Homestay 17,940 9,360
Homestay Placement Fee 300 300
Homestay Administration Fee 1,200 600
รวมค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระก่อนเริ่มเรียน 39,325 21,705

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังเริ่มเรียน

รายการค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เรียนเต็มปี เรียนครึ่งปี
Uniform ค่าเครื่องแบบโดยประมาณ 500 500
NZQA Fees หากมี 383.30
Subject Fees หนังสือ เวิร์กบุ๊ก และเครื่องเขียนโดยประมาณ 150 150
รวมโดยประมาณสูงสุด 40,358.30 22,355

รายละเอียดสำคัญของค่าใช้จ่าย

ค่าเล่าเรียนของ One Tree Hill College สำหรับนักเรียนนานาชาติอยู่ที่ NZ$15,800 สำหรับการเรียนเต็มปี และ NZ$7,900 สำหรับการเรียนครึ่งปี โดยค่าเล่าเรียนนี้รวมการเรียนในชั้นเรียนหลัก การเรียน ESOL และการใช้หนังสือเรียนในชั้นเรียนแล้ว จึงเหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนในระบบมัธยมนิวซีแลนด์ พร้อมรับการสนับสนุนด้านภาษาอังกฤษในกรณีที่ยังต้องปรับพื้นฐานภาษา

ในส่วนของค่าดูแลนักเรียน โรงเรียนมี Pastoral Care Fee NZ$1,500 ซึ่งสะท้อนถึงระบบการดูแลนักเรียนนานาชาติ ทั้งด้านความเป็นอยู่ การปรับตัว และการติดตามนักเรียนระหว่างเรียน นอกจากนี้ยังมี Administration and Enrolment Fee NZ$1,500 สำหรับกระบวนการรับสมัครและดำเนินการเอกสารต่าง ๆ

สำหรับนักเรียนที่พักกับโฮมสเตย์ ค่าโฮมสเตย์คิดที่ NZ$390 ต่อสัปดาห์ โดยเรียนเต็มปีคำนวณจาก 46 สัปดาห์ รวมเป็น NZ$17,940 และเรียนครึ่งปีคำนวณจาก 24 สัปดาห์ รวมเป็น NZ$9,360 นอกจากนี้ยังมีค่า Homestay Placement Fee NZ$300 และค่า Homestay Administration Fee NZ$300 ต่อเทอม ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดหาและดูแลที่พัก

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวโดยประมาณ

ไฟล์ยังให้ตัวอย่างค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของนักเรียนใน Auckland เช่น

รายการ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
บัตรโดยสารรายเดือนใน Auckland 100–120
เติมเงินโทรศัพท์รายเดือน 25
อาหาร Food Court หรือ ตั๋วหนัง 20
แชมพู 5
ตัดผมชาย 30
ตัดผมหญิง 50–100

หมายเหตุสำคัญสำหรับผู้ปกครอง

ค่าธรรมเนียมทั้งหมดรวม GST แล้ว ยกเว้นค่าโฮมสเตย์ซึ่งได้รับการยกเว้น GST โรงเรียนระบุว่าจะไม่เพิ่มค่าเล่าเรียนระหว่างปี 2025 แต่หากรัฐบาลนิวซีแลนด์มีการปรับเพิ่ม Levy โรงเรียนอาจเรียกเก็บเพิ่มเติมตามจริง

นอกจากนี้ นักเรียนนานาชาติต้องมีประกันสุขภาพและการเดินทางที่เป็นไปตามข้อกำหนดของนิวซีแลนด์ โดยโรงเรียนแนะนำประกันของ Southern Cross International Student Policy ซึ่งครอบคลุมสุขภาพ การเดินทาง รวมถึงการสูญหายหรือถูกขโมยของทรัพย์สินส่วนตัว

หมายเหตุ: ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อสอบถามราคาปัจจุบันและทุนการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ และค่าประกันสุขภาพ

สิ่งอำนวยความสะดวก

One Tree Hill College มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับการเรียนและการใช้ชีวิตของนักเรียนในหลายมิติ ทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ เทคโนโลยี การค้นคว้า และการดูแลสุขภาพ โรงเรียนระบุว่ามีห้องเรียนและพื้นที่สำหรับนักเรียนที่ทันสมัย พร้อมพื้นที่เฉพาะทางสำหรับการเรียนด้านศิลปะ เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้เรียนผ่านการปฏิบัติจริงมากขึ้น

ด้านการค้นคว้า โรงเรียนมี Knowledge Centre / Library ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับนักเรียนที่ต้องการอ่านหนังสือ ค้นคว้าข้อมูล ทำงานกลุ่ม หรือเตรียมตัวสอบ ในระบบการศึกษานิวซีแลนด์ นักเรียนจะต้องฝึกการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้า และการนำเสนอผลงาน การมีศูนย์การเรียนรู้ที่ดีจึงช่วยเสริมคุณภาพการเรียนได้อย่างมาก

ด้านกีฬา โรงเรียนมี โรงยิม 2 แห่ง สนามหญ้าเทียม และสนามสำหรับกีฬาและพลศึกษาหลายประเภท นักเรียนสามารถเข้าร่วมกีฬาหลากหลายระดับ ตั้งแต่ทีมเพื่อสังคมไปจนถึงทีมแข่งขันระดับสูง โรงเรียนยังระบุว่านักเรียนมีโอกาสแข่งขันในรายการ Auckland Secondary School competitions และบางทีมเข้าร่วมการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับประเทศ

ด้านศิลปะและการแสดง โรงเรียนมีโปรแกรมศิลปะที่ครอบคลุม เช่น Music, Art, Dance, Photography และ Drama รวมถึงกิจกรรมอย่าง choir, student-led bands, Rockquest, The Big Sing และ Showquest กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ การทำงานเป็นทีม และทักษะการสื่อสาร

โรงเรียนยังมี หอประชุมขนาด 500 ที่นั่ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับกิจกรรมโรงเรียน การแสดง การประชุม และงานพิเศษต่าง ๆ พื้นที่ลักษณะนี้ช่วยสนับสนุนชีวิตนักเรียนในเชิงชุมชน ทำให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมของโรงเรียนมากขึ้น

ในด้านการดูแลนักเรียน One Tree Hill College มี Student Services ที่ครอบคลุมการให้คำปรึกษา Social Work และ Youth Work โดยทีมให้คำปรึกษาดำเนินงานตามหลักจริยธรรมของ NZAC และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของนักเรียน นักเรียนสามารถขอคำปรึกษาเรื่องความเครียด ความสัมพันธ์ เพื่อน ครอบครัว การตัดสินใจ หรือการปรับตัวได้

นอกจากนี้ โรงเรียนยังมี School Health Centre พร้อมทีมพยาบาลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและมีประสบการณ์ด้านสุขภาพวัยรุ่น รวมถึงบริการคลินิกแพทย์ สังคมสงเคราะห์ด้านสุขภาพ จิตวิทยา ปฐมพยาบาลฉุกเฉิน การดูแลนักเรียนที่มีโรคประจำตัว และบริการให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่นักเรียนและครอบครัว

ระบบการเรียนและชีวิตประจำวันของนักเรียน

One Tree Hill College มีระบบเวลาเรียนที่ชัดเจน โดยวันเรียนปกติเริ่มช่วงเช้าและสิ้นสุดเวลา 3.15 น. นักเรียนต้องเข้าเรียนตรงเวลา และโรงเรียนมีระบบบันทึกการเข้าเรียนในแต่ละคาบอย่างเป็นระบบ หากนักเรียนขาดเรียน ผู้ปกครองต้องแจ้งเหตุผลอย่างชัดเจนผ่าน Parent Portal, อีเมล หรือโทรศัพท์ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มงวดด้านการดูแลเวลาเรียนและความปลอดภัยของนักเรียน

โรงเรียนยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยผู้ปกครองจะได้รับรายงานผลการเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรปีละ 2 ครั้ง และมีการจัด Parent-Teacher Interviews ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ผู้ปกครองได้พูดคุยกับครูเกี่ยวกับพัฒนาการของนักเรียนโดยตรง ระบบนี้ช่วยให้ครอบครัวสามารถติดตามความก้าวหน้าด้านวิชาการและพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างใกล้ชิด

เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ Bring Your Own Laptop

One Tree Hill College กำหนดให้นักเรียนระดับ Year 9–13 นำแล็ปท็อปส่วนตัวมาใช้ในการเรียนทุกวัน ภายใต้ระบบ BYOL – Bring Your Own Laptop เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แบบดิจิทัล นักเรียนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบ Wi-Fi ที่มีการดูแลความปลอดภัย และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เช่น Microsoft 365 ได้จากโรงเรียน

แนวทางนี้ช่วยให้นักเรียนฝึกทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล เช่น การค้นคว้า การทำงานร่วมกัน การสร้างสรรค์ผลงาน และการส่งงานออนไลน์ นอกจากนี้ โรงเรียนยังระบุว่าการสอบและการประเมินบางส่วนของ NCEA จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยเฉพาะนักเรียนระดับ Year 10–13 จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับระบบการศึกษาสมัยใหม่

การดูแลนักเรียนและบริการสนับสนุน

One Tree Hill College มี Student Services Centre ตั้งอยู่บริเวณใจกลางโรงเรียน ซึ่งเป็นศูนย์รวมบริการสำคัญสำหรับนักเรียน นักเรียนสามารถเข้าถึงเจ้าหน้าที่สนับสนุน พยาบาล แพทย์ นักกายภาพบำบัด นักสังคมสงเคราะห์ และที่ปรึกษาได้เมื่อจำเป็น นอกจากนี้ Attendance Officer และ Special Education Coordinator ยังประจำอยู่ที่ศูนย์นี้ด้วย ทำให้การดูแลนักเรียนเป็นระบบและเข้าถึงง่าย

หากนักเรียนเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างวันเรียน โรงเรียนจะให้นักเรียนไปที่ Student Services Centre เพื่อรับการประเมินจากพยาบาล และจะติดต่อผู้ปกครองหากจำเป็น ในกรณีฉุกเฉิน โรงเรียนมีการปฐมพยาบาลและสามารถเรียกรถพยาบาลได้ รวมถึงมีบริการแพทย์และนักกายภาพบำบัดรายสัปดาห์โดยการนัดหมาย ระบบเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง โดยเฉพาะครอบครัวของนักเรียนนานาชาติที่ต้องการให้บุตรหลานได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมระหว่างเรียนต่างประเทศ

สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีวินัย

โรงเรียนมีแนวทางด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องพฤติกรรมนักเรียน การใช้เทคโนโลยี และการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน One Tree Hill College กำหนดให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ภายใต้การดูแลของครู และมี Cyber Safety Agreement เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย รับผิดชอบ และไม่สร้างผลกระทบต่อผู้อื่น

นอกจากนี้ โรงเรียนมี Safe School Charter ที่เน้นให้นักเรียนประพฤติตนอย่างเหมาะสม เคารพผู้อื่น ใช้ภาษาสุภาพ เป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี เคารพทรัพย์สินของผู้อื่น และไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดหรือสิ่งที่เป็นอันตราย สะท้อนให้เห็นว่าโรงเรียนให้ความสำคัญกับการสร้างชุมชนการเรียนรู้ที่ปลอดภัย เป็นมิตร และมีระเบียบวินัย

กิจกรรมกีฬาและการพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน

One Tree Hill College มีตัวเลือกด้านกีฬาหลากหลายทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว นักเรียนสามารถเข้าร่วมกีฬา เช่น Athletics, Badminton, Cricket, Basketball, Cross Country, Football, Hockey, Netball, Rugby, Softball, Swimming, Table Tennis, Tennis, Touch, Volleyball และ Weightlifting โดยบางประเภทมีการแข่งขันระดับโซน Auckland หรือการแข่งขันระหว่างโรงเรียน

กีฬาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนานักเรียน เพราะช่วยเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ความมีวินัย และความเป็นผู้นำ โรงเรียนยังมี Sport Code of Conduct สำหรับนักกีฬา ผู้ปกครอง และผู้ชม เพื่อสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่เคารพกัน มีน้ำใจนักกีฬา และให้ความสำคัญกับพัฒนาการของนักเรียนมากกว่าผลแพ้ชนะเพียงอย่างเดียว

Arts and Culture ดนตรี ศิลปะ การแสดง และวัฒนธรรม

สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านศิลปะ ดนตรี และวัฒนธรรม One Tree Hill College มีโอกาสให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเรียนดนตรีและร้องเพลงระหว่างวันเรียน Male Voice Choir, Girls’ Choir, Boys’ Chorale, Chamber Orchestra, Jazz Ensemble, Rock Bands, Drama, ASB Polyfest Cultural Performance Groups และ Kapa Haka

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจในการแสดงออก และความเข้าใจวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะในบริบทของนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของนักเรียนในชุมชนโรงเรียน

Parent Portal ระบบติดตามข้อมูลสำหรับผู้ปกครอง

One Tree Hill College มีระบบ Parent Portal ที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของนักเรียนได้ เช่น ตารางเรียน การเข้าเรียน รายงานผลการเรียน ผลการประเมิน ข้อมูลการเงิน และรายละเอียดส่วนตัวของนักเรียน ระบบนี้ช่วยเชื่อมโยงผู้ปกครองกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิด และทำให้การติดตามชีวิตการเรียนของนักเรียนสะดวกมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้ปกครองยังสามารถใช้ SchoolBridge App เพื่อแจ้งการขาดเรียน แจ้งการมาสาย หรือขอ leave pass สำหรับนักเรียนที่มีนัดหมายระหว่างวันได้ โดยต้องใช้ข้อมูลอีเมลที่ลงทะเบียนไว้กับโรงเรียนในการเข้าสู่ระบบ ถือเป็นระบบที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างบ้านและโรงเรียนมีความรวดเร็วและเป็นระเบียบมากขึ้น

Accommodation ที่พัก

One Tree Hill College ไม่ได้เป็นโรงเรียนประจำแบบ Boarding School ตามข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์โรงเรียน แต่สำหรับนักเรียนนานาชาติ โรงเรียนมีการประสานงานและติดตามความเป็นอยู่ร่วมกับครอบครัวโฮมสเตย์ โดยเว็บไซต์โรงเรียนระบุว่ามีการติดต่อกับ homestay families และครอบครัวของนักเรียนในต่างประเทศ เพื่อแจ้งเรื่องความเป็นอยู่และความก้าวหน้าของนักเรียน

1. Homestay Support สำหรับนักเรียนนานาชาติ

การพักกับครอบครัวโฮมสเตย์เป็นรูปแบบที่เหมาะกับนักเรียนมัธยม เพราะนักเรียนจะได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เรียนรู้วัฒนธรรมนิวซีแลนด์ และมีผู้ใหญ่ช่วยดูแลนอกเวลาเรียน โรงเรียนมีบทบาทในการติดตามความเป็นอยู่ของนักเรียน ทำให้ผู้ปกครองมีช่องทางรับทราบความคืบหน้ามากขึ้น

2. ห้องเรียนและอุปกรณ์การเรียน

โรงเรียนมีห้องเรียนและพื้นที่นักเรียนที่ทันสมัย รวมถึงพื้นที่เฉพาะทางสำหรับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะ ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้รับประสบการณ์การเรียนที่หลากหลาย ไม่ใช่เพียงการฟังบรรยายในห้องเรียนเท่านั้น

3. สนามกีฬาและพื้นที่พลศึกษา

โรงเรียนมีโรงยิม 2 แห่ง สนามหญ้าเทียม และสนามกีฬาหลายประเภท ช่วยให้นักเรียนสามารถออกกำลังกาย เข้าร่วมทีมกีฬา และสร้างสมดุลระหว่างการเรียนกับสุขภาพกาย

4. ห้องศิลปะ ดนตรี และการแสดง

โรงเรียนมีพื้นที่และกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี การเต้น การถ่ายภาพ และการละคร นักเรียนที่สนใจสายสร้างสรรค์สามารถใช้กิจกรรมเหล่านี้ในการพัฒนาทักษะส่วนตัว รวมถึงสร้างแฟ้มผลงานหรือประสบการณ์สำหรับอนาคต

5. ระบบดูแลสุขภาพและให้คำปรึกษา

สำหรับนักเรียนที่อยู่ห่างจากครอบครัว ระบบดูแลด้านสุขภาพและจิตใจสำคัญมาก One Tree Hill College มีทั้ง Student Services และ School Health Centre ที่ช่วยดูแลเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ การปรับตัว และปัญหาส่วนตัวของนักเรียน

FAQ คำถามที่พบบ่อย

1. ถ้านักเรียนภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรง สามารถสมัครเรียนที่ One Tree Hill College ได้หรือไม่?

สามารถพิจารณาได้ แต่ควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดกับโรงเรียนโดยตรง เพราะแต่ละปีอาจมีเกณฑ์การรับสมัครและการประเมินที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์โรงเรียนระบุว่านักเรียนต่างชาติที่ชำระค่าเล่าเรียนจะได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านแผนก English Language Foundation หรือ EFL ซึ่งช่วยนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม

2. ผู้ปกครองมั่นใจได้อย่างไรว่านักเรียนต่างชาติจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด?

โรงเรียนมีระบบดูแลนักเรียนนานาชาติผ่าน Dean of International Students และ Whānau Leaders โดยมีการติดตามผลการเรียน การเข้าเรียน และความเป็นอยู่ของนักเรียน รวมถึงติดต่อกับครอบครัวโฮมสเตย์และครอบครัวในต่างประเทศเพื่อแจ้งความคืบหน้า นอกจากนี้ ERO ยังระบุว่าโรงเรียนมีการดูแลนักเรียนต่างชาติที่ดี และนักเรียนได้รับการสนับสนุนด้านภาษาและโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน

3. ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงไหม และมีค่าใช้จ่ายอะไรที่ผู้ปกครองควรเตรียมเพิ่มเติม?

ค่าใช้จ่ายของนักเรียนนานาชาติโดยทั่วไปควรเตรียมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าที่พักแบบโฮมสเตย์ ค่าอาหาร ค่าประกันสุขภาพ ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายส่วนตัว สำหรับตัวเลขล่าสุดควรตรวจสอบจากเอกสาร International Student Information Booklet หรือสอบถามโรงเรียนโดยตรง เพราะค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงตามปีการศึกษา เงื่อนไขที่พัก และนโยบายของโรงเรียน

4. นักเรียนต่างชาติจะปรับตัวกับเพื่อนใหม่และวัฒนธรรมใหม่ได้ยากหรือไม่?

การปรับตัวเป็นเรื่องปกติสำหรับนักเรียนที่ไปเรียนต่างประเทศ แต่ One Tree Hill College มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายทางวัฒนธรรม และมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม เช่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี การแสดง และกิจกรรมวัฒนธรรม โรงเรียนระบุว่ามีนักเรียนหลายเชื้อชาติ ซึ่งช่วยให้นักเรียนต่างชาติรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อเข้าสู่สังคมโรงเรียน

5. เรียนจบจาก One Tree Hill College แล้วสามารถต่อยอดไปเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นได้อย่างไร?

นักเรียนระดับ Senior School สามารถเรียนเพื่อสะสมเครดิต NCEA Level 1, 2 และ 3 โดยนักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยสามารถใช้เส้นทาง NCEA Level 3 และ University Entrance เป็นพื้นฐานในการสมัครเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้ นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีรายวิชาและเส้นทางที่ช่วยเตรียมนักเรียนสู่โพลีเทคนิค สถาบันเทคนิค หรือเส้นทางอาชีพหลังจบมัธยม

 

Website: https://www.onetreehillcollege.school.nz/ 

หลักสูตรที่เปิดสอน

ราคา โปรโมชั่น และทุนการศึกษา

สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก

On Campus

VIDEO

video image

ที่อยู่สถาบัน

Address: 421-451 Great South Road, Penrose, Auckland 1062, New Zealand
Zip: 1062
Country: New Zealand

Map

Transport
Supermarkets
Schools
Restaurants
Pharmacies
Hospitals

บทความแนะนำ

Compare Listings

Web Editor