เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

University of Reading Malaysia เป็นวิทยาเขตต่างประเทศของ University of Reading ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรที่มีรากฐานทางการศึกษาย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มต้นจากวิทยาลัยที่เชื่อมโยงกับ University of Oxford ก่อนที่จะได้รับ Royal Charter ในปี 1926 และมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยเหตุนี้ ปี 2026 จึงถือเป็นวาระครบรอบ 100 ปีของ University of Reading ในฐานะมหาวิทยาลัยที่ได้รับพระราชทาน Royal Charter
เส้นทางของ University of Reading ในมาเลเซียไม่ได้เริ่มขึ้นเพียงเมื่อมีอาคาร Campus ปัจจุบันเท่านั้น มหาวิทยาลัยได้รับเชิญจากกระทรวงการอุดมศึกษาของมาเลเซียในปี 2011 ให้จัดตั้งวิทยาเขตต่างประเทศแห่งแรกของมหาวิทยาลัยในเขต Iskandar Malaysia และเริ่มเปิดสอนหลักสูตร Foundation และ Undergraduate จาก Teaching Centre ใน Johor Bahru ในปี 2013 ก่อนที่ Campus ปัจจุบันใน EduCity Iskandar จะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2015 ส่วนบัณฑิตรุ่นแรกของ University of Reading Malaysia สำเร็จการศึกษาในปี 2017
ดังนั้น หากต้องระบุประเภทของสถาบันอย่างถูกต้อง University of Reading Malaysia ควรจัดอยู่ในกลุ่ม International Branch Campus / Private Higher Education Institution หรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีวิทยาเขตในมาเลเซีย ไม่ใช่ International School หรือ Boarding School โดย Malaysian Qualifications Agency หรือ MQA มี University of Reading Malaysia อยู่ในรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในรัฐ Johor และมีหลักสูตรหลายหลักสูตรของสถาบันอยู่ใน Malaysian Qualifications Register
จุดสำคัญของโมเดลการศึกษาที่นี่คือ นักศึกษาไม่ได้มาเรียนหลักสูตรที่สร้างขึ้นใหม่โดยใช้เพียงชื่อของมหาวิทยาลัยอังกฤษ แต่ UoRM ระบุว่าหลักสูตรที่เปิดสอนใน Malaysia Campus ใช้มาตรฐานด้าน หลักสูตร การประเมินผล และการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับ University of Reading ในสหราชอาณาจักร และผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจาก University of Reading เช่นเดียวกับนักศึกษาที่เรียนใน UK Campus
แนวทางของ University of Reading Malaysia ให้ความสำคัญกับการทำให้การศึกษามาตรฐานสหราชอาณาจักรเข้าถึงได้จากเอเชีย พร้อมสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ระดับนานาชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักรตลอดหลักสูตร มหาวิทยาลัยระบุถึงเป้าหมายด้าน student success, global opportunity และ sustainability ควบคู่กัน รวมถึงการพัฒนาผู้เรียนให้มีมุมมองระดับโลกและพร้อมทำงานในสภาพแวดล้อมนานาชาติ
มหาวิทยาลัยยังระบุแนวทางการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้าน education, sustainability และ societal impact ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมของ University of Reading UK ที่มีงานวิจัยและผลงานเด่นด้านสิ่งแวดล้อม ภูมิอากาศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ธุรกิจ และสาขาวิชาชีพหลายแขนง
สำหรับระดับการศึกษา UoRM ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะปริญญาตรี ปัจจุบันมีเส้นทางตั้งแต่ Pre-sessional English, International Foundation Programme, Undergraduate, Postgraduate และ Doctoral programmes โดยสาขาที่เปิดสอนครอบคลุม Business & Management, Accounting & Finance, Finance, Real Estate, Law, Psychology, Quantity Surveying, Building Surveying, Construction Management และ Project Management เป็นต้น รายการสำหรับ September 2026 ยังมี MSc Project Management และหลักสูตร PhD ด้วย
จึงกล่าวได้ว่า University of Reading Malaysia เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการระบบการศึกษาของมหาวิทยาลัยอังกฤษ แต่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางในเอเชีย ด้วยสภาพแวดล้อมภาษาอังกฤษ หลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยที่เชื่อมกับ UK Campus และโอกาสในการไปใช้ชีวิตหรือศึกษาบางช่วงที่สหราชอาณาจักรในอนาคต
University of Reading Malaysia มีจุดแตกต่างจากมหาวิทยาลัยทั่วไปในมาเลเซียตรงที่เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยอังกฤษโดยตรง นักศึกษาจึงได้ทั้งความสะดวกของการเรียนในเอเชียและโครงสร้างการศึกษาที่เชื่อมต่อกับมหาวิทยาลัยแม่ในสหราชอาณาจักร
สำหรับนักเรียนไทย ประเด็นที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงเรื่องชื่อมหาวิทยาลัย แต่รวมถึงรูปแบบการเรียน ค่าใช้จ่าย ความยืดหยุ่นในการย้าย Campus สภาพแวดล้อมของชั้นเรียน และโอกาสเตรียมตัวเข้าสู่การทำงานหลังเรียนจบ
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดคือ นักศึกษาที่สำเร็จหลักสูตรที่ UoRM จะได้รับ University of Reading degree เช่นเดียวกับการศึกษาใน UK Campus มหาวิทยาลัยระบุว่าหลักสูตร Malaysia Campus ใช้มาตรฐานการเรียน การสอน และการประเมินผลที่เชื่อมโยงกับหลักสูตรของ University of Reading
ประเด็นนี้มีความสำคัญสำหรับครอบครัวที่ต้องการการศึกษาแบบสหราชอาณาจักร แต่ยังไม่ต้องการรับภาระค่าใช้จ่ายของการใช้ชีวิตใน UK ตลอดสามหรือสี่ปี เพราะนักศึกษาสามารถใช้ Malaysia Campus เป็นฐานหลักของการศึกษาได้
นอกจากนี้ Malaysian Qualifications Agency มีรายการหลักสูตรของ UoRM อยู่ใน Malaysian Qualifications Register เช่น Bachelor of Science Business and Management, Bachelor of Laws, Psychology, Accounting & Finance และหลักสูตรอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าหลักสูตรที่เกี่ยวข้องอยู่ภายใต้กรอบคุณวุฒิของมาเลเซียด้วย
นักศึกษาของ UoRM สามารถเลือกใช้ UK & Malaysia Campus Mobility and Transfer ตามเงื่อนไขของแต่ละหลักสูตร ทำให้เส้นทางการเรียนไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ในประเทศเดียว นักศึกษาบางคนอาจเรียนส่วนใหญ่ที่มาเลเซียแล้วไปศึกษาอีกช่วงหนึ่งที่ Reading ประเทศอังกฤษ หรือใช้เส้นทางอื่นตามโครงสร้างของสาขาวิชา
สำหรับนักศึกษาที่เรียน International Foundation Programme ตัวเลือกยิ่งกว้างขึ้น เพราะเมื่อเรียนจบ Foundation และผ่าน progression requirements แล้ว สามารถเลือกต่อปริญญาที่ Malaysia Campus หรือพิจารณาหลักสูตรที่ UK Campus ซึ่งมีสาขาให้เลือกมากกว่า
ประสบการณ์ลักษณะนี้เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการค่อย ๆ พัฒนาความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่างประเทศ เริ่มต้นจากมาเลเซียซึ่งอยู่ใกล้ประเทศไทย แล้วจึงเพิ่มประสบการณ์ในสหราชอาณาจักรภายหลัง ทั้งนี้ เงื่อนไข Mobility แตกต่างกันตามหลักสูตร และบางสาขาอาจมีผลต่อ professional accreditation จึงควรตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยก่อนวางแผน
University of Reading Malaysia ระบุ Small Class Size เป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่แตกต่างของ Malaysia Campus และหน้า Campus Mobility ของมหาวิทยาลัยเองยังอธิบายว่าชั้นเรียนของ UK Campus โดยทั่วไปมีขนาดใหญ่กว่า Malaysia Campus
สภาพแวดล้อมลักษณะนี้มีข้อดีสำหรับนักศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนจากระดับมัธยมเข้าสู่มหาวิทยาลัย เพราะมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับอาจารย์และเพื่อนในชั้นได้ง่ายกว่า รวมทั้งสามารถถามคำถามหรือขอคำแนะนำด้านวิชาการได้สะดวก
มหาวิทยาลัยไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขจำนวนนักศึกษาต่อชั้นแบบเดียวกันสำหรับทุกหลักสูตร จึงไม่ควรตีความว่าเป็นชั้นเรียนขนาดเล็กจำนวนเท่ากันทุกวิชา แต่สามารถมองเป็นลักษณะโดยรวมของ Malaysia Campus ที่เน้นสภาพแวดล้อมการเรียนแบบใกล้ชิดกว่า Campus ขนาดใหญ่
สาขาที่เปิดในมาเลเซียไม่ได้กระจายกว้างจนเกินไป แต่เลือกมาจากกลุ่มวิชาที่ University of Reading มีพื้นฐานทางวิชาการและวิชาชีพชัดเจน เช่น Business, Finance, Real Estate, Built Environment, Psychology และ Law
ตัวอย่างเช่น Complete University Guide 2026 จัด University of Reading เป็นอันดับ 1 ใน UK ในสาขา Land & Property Management และอันดับ 2 ใน Building ขณะที่ Times Higher Education World University Rankings by Subject 2026 จัด Business and Economics ของ Reading อยู่ที่อันดับ 87 ของโลก และ Psychology อยู่ในช่วง 151–175 ของโลก
ควรทำความเข้าใจว่าอันดับเหล่านี้เป็นอันดับของ University of Reading โดยรวม ไม่ใช่อันดับแยกเฉพาะ Malaysia Campus แต่มีความเกี่ยวข้องในเชิงโครงสร้างทางวิชาการ เนื่องจาก UoRM เป็น Branch Campus ของมหาวิทยาลัยเดียวกันและเปิดสอนหลายสาขาจาก School เหล่านี้
อีกหนึ่งเหตุผลที่หลายครอบครัวพิจารณา Malaysia Campus คือสามารถเข้าถึงการศึกษาในระบบของ University of Reading โดยมีค่าเรียนและค่าครองชีพต่ำกว่าการไปอยู่สหราชอาณาจักรตลอดหลักสูตร โดยคู่มือ International Guide 2026 ของ UoRM ประมาณค่าอาหาร การเดินทาง และค่าใช้จ่ายทั่วไปในมาเลเซียรวมที่ประมาณ MYR 1,250–2,200 ต่อเดือน หรือ MYR 15,000–26,400 ต่อปี โดยระบุชัดว่าเป็นตัวเลขเพื่อการอ้างอิงและค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคน
UoRM ยังระบุว่าการเรียนที่ Malaysia Campus สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการเรียนที่ UK Campus และใน International Guide 2026 กล่าวถึงการประหยัดค่า International Student Fees ได้สูงสุดถึง 70% ในบางการเปรียบเทียบ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ควรใช้ในฐานะข้อมูลประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยและต้องตรวจสอบค่าเทอมของปีที่สมัครจริงอีกครั้ง
สำหรับนักเรียนไทย ข้อได้เปรียบเพิ่มเติมคือระยะทางที่ใกล้ประเทศไทยมากกว่า UK ทำให้การเดินทางกลับบ้านในช่วงปิดภาคเรียนและการเดินทางของผู้ปกครองทำได้สะดวกกว่า
การประเมินคุณภาพของ University of Reading Malaysia ควรมองในบริบทของมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ใช้เกณฑ์เดียวกับโรงเรียนมัธยม ดังนั้นจึงไม่มีตัวเลข “อัตราสอบผ่านระดับประเทศ” หรือรายชื่อ “มหาวิทยาลัยที่นักเรียนสอบติด” แบบที่ใช้กับ International School เพราะ UoRM เป็นมหาวิทยาลัยปลายทางเอง ตัวชี้วัดที่เหมาะสมกว่าคือมาตรฐานหลักสูตร การรับรองคุณวุฒิ คุณภาพของ University of Reading ต้นสังกัด ผลลัพธ์ของผู้สำเร็จการศึกษา และความเชื่อมโยงกับวิชาชีพ
ด้านมาตรฐานหลักสูตร University of Reading Malaysia ระบุว่าหลักสูตรที่ Malaysia Campus ใช้หลักสูตร การประเมินผล และมาตรฐานการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับ University of Reading UK และผู้เรียนได้รับปริญญาจาก University of Reading ขณะเดียวกัน MQA มีรายชื่อ UoRM และหลักสูตรต่าง ๆ อยู่ใน Malaysian Qualifications Register โดยข้อมูล MQA ณ เดือนกันยายน 2026 ยังคงแสดง University of Reading Malaysia เป็นสถาบันในรัฐ Johor ที่มีหลักสูตรรับรองอยู่ในระบบ
ในระดับมหาวิทยาลัยแม่ University of Reading อยู่ที่ อันดับร่วม 196 ของโลกใน QS World University Rankings 2027 ซึ่งประกาศเดือนมิถุนายน 2026 และอยู่ในกลุ่ม Top 200 ของโลก โดย QS ระบุ University of Reading ในอันดับเดียวกันบนฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยของตน
ด้านรายสาขา Times Higher Education World University Rankings by Subject 2026 จัด Business and Economics ของ University of Reading อยู่ที่อันดับ 87 ของโลก ขณะที่ Psychology อยู่ในช่วง 151–175 และ Law อยู่ในช่วง 251–300 ส่วน Complete University Guide 2026 ระบุจุดแข็งโดยเฉพาะด้าน Land & Property Management และ Building ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลักสูตร Real Estate และ Built Environment ที่ UoRM เปิดสอน
ในเรื่องผลลัพธ์หลังเรียนจบ International Guide 2026 ของ UoRM ระบุว่า 95% ของผู้สำเร็จการศึกษาของ Campus ไปทำงานภายใน 6 เดือนหลังจบหลักสูตร อย่างไรก็ตาม คู่มือไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปีของกลุ่มตัวอย่างหรือวิธีการเก็บข้อมูล จึงควรใช้เป็นตัวชี้วัดประกอบมากกว่าการตีความเป็นการรับประกันการมีงานทำ
สำหรับ University of Reading โดยรวม ข้อมูล Graduate Outcomes ที่มหาวิทยาลัยเผยแพร่ระบุว่า 93% ของบัณฑิตอยู่ในการทำงานหรือศึกษาต่อภายใน 15 เดือนหลังจบหลักสูตร จาก Graduate Outcomes Survey 2021/22 ซึ่งเป็นคนละชุดข้อมูลกับสถิติ 95% ของ Malaysia Campus จึงไม่ควรนำตัวเลขทั้งสองมารวมกันโดยตรง
คุณภาพการศึกษาของ UoRM จึงอยู่ที่การนำระบบมหาวิทยาลัยอังกฤษมาใช้ใน Malaysia Campus ควบคู่กับการเรียนที่ให้ความสำคัญทั้งทฤษฎีและการประยุกต์ เช่น ห้องจำลองตลาดการเงินสำหรับสายธุรกิจ BIM Lounge สำหรับ Built Environment และ Moot Court สำหรับ Law รวมถึงหลักสูตรที่มี Professional Placement ซึ่งช่วยให้นักศึกษาเชื่อมสิ่งที่เรียนกับบริบทการทำงานจริงได้มากขึ้น
University of Reading Malaysia ตั้งอยู่ที่ Persiaran Graduan, Kota Ilmu, EduCity, 79200 Iskandar Puteri, Johor, Malaysia ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย โดยพื้นที่นี้อยู่ในเขตพัฒนา Iskandar และอยู่ใกล้กับ Johor Bahru รวมถึงอยู่ไม่ไกลจากชายแดนประเทศสิงคโปร์
จุดเด่นของที่ตั้งคือ Campus ไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของ EduCity Iskandar ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ด้านการศึกษาแบบ Multi-Campus โดยรวมสถาบันการศึกษา ที่พักนักเรียน พื้นที่กิจกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาไว้ในบริเวณเดียวกัน UoRM International Guide 2026 อธิบายว่า EduCity มีพื้นที่ประมาณ 305 acres และออกแบบมาเพื่อให้การเรียน การใช้ชีวิต และกิจกรรมของนักศึกษาเกิดขึ้นใน ecosystem เดียวกัน
ข้อดีของการอยู่ในพื้นที่ลักษณะนี้คือ นักศึกษาไม่ได้พบเฉพาะเพื่อนจาก UoRM เท่านั้น แต่ยังสามารถพบปะนักศึกษาจากสถาบันอื่นใน EduCity ได้ด้วย มหาวิทยาลัยระบุว่ามีกิจกรรมระหว่างมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของสังคมนักศึกษาและทำให้บรรยากาศมีความเป็น International Education Hub มากขึ้น
สำหรับการเดินทางทางอากาศ สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ Senai International Airport ใน Johor ข้อมูลของ UoRM ระบุว่าใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบินมายัง Campus ประมาณ 20–25 นาที และสามารถเดินทางด้วยแท็กซี่ รถโดยสาร หรือบริการ E-hailing เช่น Grab ได้
UoRM ยังระบุว่า Campus อยู่ประมาณ 40 นาทีจาก Singapore Changi International Airport และประมาณ 45 นาทีจาก Downtown Singapore อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางจริงระหว่างมาเลเซียกับสิงคโปร์ต้องผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและการจราจรบริเวณชายแดน ดังนั้นเวลาจริงอาจมากกว่าตัวเลขพื้นฐานที่มหาวิทยาลัยระบุ โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงเวลาเร่งด่วน
หากต้องเดินทางเข้าส่วนกลางของ Johor Bahru สามารถใช้รถยนต์ รถโดยสารหรือ E-hailing ได้ ส่วน Larkin Sentral ซึ่งเป็นสถานีรถโดยสารหลักของ Johor Bahru อยู่ห่างจากพื้นที่ประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์ตามข้อมูลในคู่มือของมหาวิทยาลัย
พื้นที่รอบ Campus มีบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดย International Guide 2026 ระบุว่ามีร้านอาหารบริเวณ EcoBotani และซูเปอร์มาร์เก็ต Jaya Grocer อยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตร มีคลินิกและร้านขายยาภายในรัศมีประมาณ 5 กิโลเมตร รวมถึง Gleneagles Hospital Johor และสำนักงานตำรวจ Iskandar Puteri District Police Headquarters ภายในระยะประมาณ 5 กิโลเมตร
สำหรับนักศึกษาต่างชาติ มาเลเซียมีข้อได้เปรียบด้านภาษา เนื่องจากภาษาอังกฤษถูกใช้แพร่หลายในบริบทมหาวิทยาลัย ธุรกิจ และพื้นที่เมือง ขณะที่สังคมมาเลเซียมีความหลากหลายทั้ง Malay, Chinese, Indian และชุมชนจากชาติอื่น ๆ ทำให้สภาพแวดล้อมในการเรียนและใช้ชีวิตมีความเป็น Multicultural สูง
อาหารก็เป็นอีกจุดที่ช่วยให้นักเรียนปรับตัวได้ง่าย เพราะสามารถเลือกได้ตั้งแต่อาหารมาเลย์ จีน อินเดีย ไปจนถึงอาหารตะวันตก อีกทั้งบริการ Grab, GrabFood, Foodpanda และระบบ E-wallet ต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จึงทำให้นักเรียนที่เพิ่งย้ายมาอยู่ต่างประเทศสามารถจัดการเรื่องอาหารและการเดินทางได้ค่อนข้างสะดวก
University of Reading Malaysia เปิดสอนหลักสูตรในหลายระดับ โดยเน้นสาขาที่เชื่อมโยงกับความเชี่ยวชาญของ University of Reading ในสหราชอาณาจักร ผู้เรียนสามารถเริ่มตั้งแต่หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย และต่อเนื่องไปจนถึงระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
จุดสำคัญคือ University of Reading Malaysia เป็น wholly-owned branch campus ของ University of Reading และระบุว่าใช้แนวทางการเรียนการสอนแบบเดียวกับ UK Campus โดยหลักสูตรที่เปิดในมาเลเซียใช้มาตรฐานเดียวกันในด้านหลักสูตร การประเมินผล และการเรียนการสอน อีกทั้งผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับปริญญาจาก University of Reading เช่นเดียวกับผู้เรียนในสหราชอาณาจักร
สำหรับนักเรียนที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ระดับปริญญาตรีโดยตรง University of Reading Malaysia มีเส้นทางเตรียมความพร้อมผ่าน University of Reading Global Academy ได้แก่
International Foundation Programme หรือ IFP เหมาะสำหรับนักเรียนที่จบระดับมัธยมศึกษาและต้องการเตรียมพื้นฐานด้านวิชาการก่อนเข้าสู่ปริญญาตรี ขณะที่ Pre-sessional English ออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษเชิงวิชาการก่อนเริ่มเรียนระดับมหาวิทยาลัย
ในส่วนของ Pre-sessional English เนื้อหาครอบคลุมทักษะสำคัญ เช่น Academic Writing, การอ่านบทความวิชาการ, Independent Research, Problem-solving, Critical Thinking และการประเมินข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำหรับการเรียนในระบบมหาวิทยาลัยอังกฤษ
กลุ่มธุรกิจและการเงินเป็นหนึ่งในสาขาหลักของ University of Reading Malaysia โดยเปิดสอนหลักสูตรดังต่อไปนี้
หลักสูตรกลุ่มนี้เหมาะกับนักศึกษาที่สนใจด้านบริหารธุรกิจ การตลาด การเงิน การบัญชี และอสังหาริมทรัพย์ โดยมีทั้งเส้นทางระดับปริญญาตรีและการศึกษาต่อระดับวิจัย
สำหรับนักศึกษาที่สนใจด้านกฎหมาย มีหลักสูตร
เป็นหลักสูตรปริญญาตรีด้านกฎหมายที่เปิดสอนใน Malaysia Campus และเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของ University of Reading Malaysia
กลุ่ม Built Environment เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานด้านก่อสร้าง การบริหารโครงการ อาคาร และการสำรวจปริมาณ โดยเปิดสอนหลักสูตร
หลักสูตรกลุ่มนี้มีทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จึงสามารถต่อยอดได้ตั้งแต่พื้นฐานวิชาชีพไปจนถึงการทำวิจัยเชิงลึกในสาย Built Environment
สำหรับหลักสูตรที่ระบุรูปแบบ 2+1 หมายถึงมีโครงสร้างการเรียนที่เชื่อมโยงกับการศึกษาระหว่าง Malaysia Campus และ UK Campus ตามเงื่อนไขของหลักสูตร ซึ่งผู้สมัครควรตรวจสอบแผนการเรียนล่าสุดกับมหาวิทยาลัยก่อนสมัคร
ในสาขาจิตวิทยา University of Reading Malaysia เปิดสอนทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาเอก ได้แก่
จุดที่น่าสนใจคือมีตัวเลือก Professional Placement ซึ่งเพิ่มองค์ประกอบด้านประสบการณ์วิชาชีพเข้าไปในหลักสูตร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทั้งความรู้เชิงทฤษฎีและประสบการณ์ก่อนเข้าสู่ตลาดงานหรือศึกษาต่อระดับสูง
International Guide 2026 แสดง Education Pathway ชัดเจนว่า นักเรียนที่จบ IGCSE, O-Level หรือวุฒิเทียบเท่า สามารถเริ่มที่ International Foundation Programme ก่อนต่อไปยังหลักสูตรปริญญาตรี
สำหรับผู้ที่มี A-Level, UEC, IB หรือ Pre-University Qualification อื่นที่เข้าเกณฑ์ อาจสมัคร Direct Entry เข้าปริญญาตรีได้ โดยขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางวิชาการ ภาษาอังกฤษ และข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละสาขา
หลักสูตรปริญญาตรีที่แสดงในเส้นทางนี้ ได้แก่ Business & Management, Marketing, Accounting & Finance, Finance & Business Management, Real Estate, Psychology, Law, Quantity Surveying, Construction Management, Building Surveying และ Construction Management & Surveying
อีกหนึ่งจุดเด่นของหลักสูตรคือ นักเรียน IFP ที่ University of Reading Malaysia สามารถมีตัวเลือกไปต่อหลักสูตรที่ UK Campus ได้โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองเฉพาะสาขาที่เปิดใน Malaysia Campus ทั้งนี้ต้องผ่านเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยและข้อกำหนดของหลักสูตรนั้น ๆ
ตัวอย่างสาขาเพิ่มเติมที่ UK Campus มีให้เลือก ได้แก่ Finance, International Business, Entrepreneurship and Innovation, Data Analytics & Digital Business, Human Resources, Real Estate Finance, Computer Science, Criminology, Economics, International Relations, Environmental Science, Geography, Archaeology และ International Development เป็นต้น
สำหรับนักเรียนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกสาขาใดตั้งแต่ต้น การเริ่มจาก Foundation จึงช่วยเปิดทางเลือกได้มากขึ้น เพราะหลังเรียนจบสามารถพิจารณาทั้งหลักสูตรในมาเลเซียและหลักสูตรเพิ่มเติมที่ UK Campus ได้ตามผลการเรียนและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
University of Reading Malaysia มีระบบ Student Mobility ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาบางหลักสูตรไปเรียนที่ University of Reading UK Campus ในช่วงหนึ่งของปริญญา มหาวิทยาลัยระบุว่าประสบการณ์นี้ช่วยให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง พบเพื่อนจากหลายประเทศ พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และเพิ่มประสบการณ์ระหว่างประเทศ
ในคู่มือยังมีเส้นทางการเรียนหลายรูปแบบ เช่น เรียนทั้งหมดในมาเลเซีย, เรียนบางช่วงที่ UK Campus, เรียนปีสุดท้ายที่ UK หรือใช้เส้นทาง Malaysia-to-UK ตามโครงสร้างที่กำหนด อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยระบุว่าบางหลักสูตรอาจมีผลต่อ Professional Accreditation ในมาเลเซีย จึงควรสอบถาม Academic Team ก่อนตัดสินใจเลือกเส้นทาง
University of Reading Malaysia กำหนดค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาใหม่ตามระดับหลักสูตร โดยใน International Guide 2026 ระบุค่าใช้จ่ายหลักสำหรับ International Foundation Programme และหลักสูตรปริญญาตรีไว้อย่างชัดเจน พร้อมรายละเอียดค่าธรรมเนียมที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มเรียน
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในคู่มือระบุเป็น สกุลเงินริงกิตมาเลเซีย (MYR) และบางรายการอาจมีภาษี Sales and Service Tax หรือ SST เพิ่มเติมตามเงื่อนไขของรัฐบาลมาเลเซีย นักเรียนและผู้ปกครองจึงควรวางแผนทั้งค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมสมัคร เงินมัดจำ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นเรียนไว้ล่วงหน้า
สำหรับนักเรียนที่ยังไม่สามารถเข้าสู่หลักสูตรปริญญาตรีโดยตรง University of Reading Malaysia มี International Foundation Programme หรือ IFP เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระดับ Undergraduate
ค่าเล่าเรียนที่ระบุในคู่มือปี 2026 คือ
MYR 31,000 ต่อหลักสูตร
หลักสูตร Foundation เหมาะสำหรับนักเรียนที่จบมัธยมศึกษาและต้องการปรับพื้นฐานด้านวิชาการ ภาษาอังกฤษ และรูปแบบการเรียนก่อนเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักร
สำหรับนักเรียนไทย คู่มือยังระบุคุณสมบัติของ Thailand Certificate of Secondary Education / Maw 6 สำหรับการเข้าสู่ IFP โดยกำหนด GPA ขั้นต่ำ 2.0 จาก 4.0 ทั้งนี้ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษาอังกฤษและเงื่อนไขของแต่ละ Pathway ด้วย
สำหรับหลักสูตรระดับปริญญาตรี ค่าเล่าเรียนใน International Guide 2026 ระบุไว้ที่
MYR 48,000 ต่อปี
ตัวเลขนี้ใช้กับ Undergraduate Programmes ตามข้อมูลในคู่มือ โดยหลักสูตรที่เปิดสอนครอบคลุมหลายสาขา เช่น Business and Management, Accounting & Finance, Finance & Business Management, Real Estate, Psychology, Law, Quantity Surveying และ Construction Management
เนื่องจากหลักสูตรปริญญาตรีมีระยะเวลาการเรียนแตกต่างกันตามสาขา นักเรียนควรคำนวณค่าเล่าเรียนรวมตลอดหลักสูตรจากจำนวนปีที่ต้องเรียนจริง และควรตรวจสอบ Study Plan ของหลักสูตรที่สนใจก่อนสมัคร
ในคู่มือยังระบุด้วยว่า ค่าเล่าเรียนอาจมี SST 6% โดยคิดจากค่าเล่าเรียนสุทธิในแต่ละ Academic Year หลังจากหัก Scholarship, Bursary หรือ Waiver ที่นักศึกษาได้รับตามเงื่อนไข
สำหรับผู้สมัครที่คุณสมบัติด้านวิชาการผ่านเกณฑ์ แต่ระดับภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเงื่อนไขของหลักสูตรปริญญาตรี University of Reading Malaysia มี Pre-sessional English Programme หรือ PSE เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมด้าน Academic English ก่อนเริ่มเรียนระดับมหาวิทยาลัย
หลักสูตรที่ระบุในคู่มือคือ
Pre-sessional English 6 สัปดาห์: MYR 9,000
ค่าใช้จ่ายดังกล่าว รวม Exit Test Fee แล้ว และคู่มือระบุว่าค่า PSE อยู่ภายใต้ SST 6% จาก Gross PSE Fees
นักศึกษาที่เรียน PSE จะต้องผ่าน Exit Test ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดก่อนเข้าสู่ Undergraduate Programme
นอกจากนี้ คู่มือยังระบุว่า หากนักศึกษาผ่าน PSE และ Progression เข้าสู่ Undergraduate Programme ได้ จะได้รับ Rebate MYR 3,000 ตาม Terms & Conditions ของมหาวิทยาลัย
ผู้สมัครจะต้องชำระ Application Fee จำนวน MYR 530 ต่อใบสมัคร
ค่าธรรมเนียมนี้เป็น Non-refundable และตัวเลขที่ระบุในคู่มือรวม SST 6% แล้ว โดยคู่มือระบุเพิ่มเติมว่า Application Fee มี Rebate upon enrolment ตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย
ดังนั้น ผู้สมัครควรตรวจสอบเงื่อนไขของ Rebate ในช่วง Intake ที่ตนเองสมัครอีกครั้ง เพราะรายละเอียดโปรโมชั่นหรือเงื่อนไขทางการเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลง
นักศึกษาใหม่ที่ได้รับ Offer และตัดสินใจตอบรับเข้าเรียน จะต้องชำระเงินมัดจำจำนวน
MYR 2,000
ตามข้อมูลในคู่มือ เงินจำนวนนี้ต้องชำระหลังตอบรับ Offer และหลังจาก Student Visa ได้รับการอนุมัติ นักศึกษาจะต้องชำระ 50% ของค่าเล่าเรียนก่อน Enrolment
ในทางปฏิบัติ ผู้ปกครองจึงควรเตรียมเงินสำหรับขั้นตอนก่อนเริ่มเรียนไว้มากกว่าค่า Application Fee เพียงอย่างเดียว เพราะหลังได้รับ Offer และดำเนินการ Visa แล้วจะมีค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งที่ต้องชำระก่อนการลงทะเบียนเรียนจริง
International Guide 2026 ระบุว่า ค่าเล่าเรียนอยู่ภายใต้ Sales and Service Tax หรือ SST 6% ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
สำหรับค่าเล่าเรียนระดับ Foundation และ Undergraduate คู่มือระบุว่า SST คิดจาก Net Annual Tuition Fee ในแต่ละปีการศึกษา หลังจากหัก Scholarship, Bursary หรือ Tuition Fee Waiver ที่นักศึกษาได้รับแล้ว
ส่วน Pre-sessional English ระบุว่า SST 6% คิดจาก Gross PSE Fees
ผู้ปกครองจึงควรพิจารณาตัวเลขค่าเรียนใน Brochure เป็นค่าเล่าเรียนหลัก และเผื่องบสำหรับภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นที่อาจปรากฏใน Offer Letter ด้วย
แม้ค่า Accommodation จะไม่ใช่ Tuition Fee โดยตรง แต่เป็นค่าใช้จ่ายสำคัญสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งในคู่มือมีตัวเลขอ้างอิงของที่พักที่ University of Reading Malaysia แนะนำ ได้แก่
Hako Village: MYR 550–2,000
Hijauan Medini: MYR 880–1,600
EcoNest: MYR 950–1,300
คู่มือระบุว่า ราคาดังกล่าวยังไม่รวม Management Fees และค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประเภทห้องและผู้ให้บริการที่พัก
มหาวิทยาลัยยังมี Shuttle Service เชื่อมระหว่างที่พัก Campus และพื้นที่สำคัญ โดยคิดค่าบริการประมาณ MYR 1 ต่อเที่ยว ตามข้อมูลในคู่มือปี 2026
International Guide 2026 ยังให้ตัวเลขประมาณการค่าครองชีพสำหรับนักศึกษาที่ใช้ชีวิตในมาเลเซีย โดยแยกเป็น
| ค่าใช้จ่าย | ต่อเดือน (MYR) | ต่อปี (MYR) |
|---|---|---|
| อาหาร | 900–1,500 | 10,800–18,000 |
| การเดินทาง | 150–200 | 1,800–2,400 |
| ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ | 200–500 | 2,400–6,000 |
| รวมโดยประมาณ | 1,250–2,200 | 15,000–26,400 |
ตัวเลขนี้เป็น ค่าครองชีพโดยประมาณเท่านั้น และไม่ได้รวมค่าเล่าเรียน รวมถึงไม่ได้หมายความว่านักศึกษาทุกคนจะมีค่าใช้จ่ายเท่ากัน เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ประเภทที่พัก และการเดินทางของแต่ละคนแตกต่างกัน
University of Reading Malaysia ยังมี Scholarship และ Bursary ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาได้ โดยใน International Guide 2026 ระบุว่ามีทุนบางประเภทมูลค่าสูงสุดถึง 100% ของค่าเล่าเรียน แต่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ การสมัคร การสัมภาษณ์ และ Terms & Conditions ของแต่ละทุน
สำหรับ High Achiever’s Scholarship คู่มือระบุระดับ Tuition Fee Waiver โดยประมาณดังนี้
ผู้ได้รับทุนต้องรักษาผลการเรียนตามเงื่อนไข โดยคู่มือระบุว่า ผู้ได้รับ Provost’s Award หรือ High Achiever’s Scholarship ต้องรักษาคะแนนเฉลี่ย 70% เพื่อให้ได้รับทุนต่อใน Year 2 และปีถัดไป
จากข้อมูลใน International Guide 2026 ค่าใช้จ่ายหลักที่ระบุไว้มีดังนี้
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| International Foundation Programme | MYR 31,000 |
| Undergraduate Programmes | MYR 48,000 ต่อปี |
| Pre-sessional English 6 สัปดาห์ | MYR 9,000 |
| Application Fee | MYR 530 ต่อใบสมัคร |
| Deposit หลังตอบรับ Offer | MYR 2,000 |
| SST | 6% ตามเงื่อนไข |
หมายเหตุ: ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อสอบถามราคาปัจจุบันและทุนการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ และค่าประกันสุขภาพ
University of Reading Malaysia มี Campus ขนาดประมาณ 27,000 ตารางเมตร ซึ่งออกแบบให้รวมพื้นที่เรียน การวิจัย และการใช้ชีวิตของนักศึกษาไว้ด้วยกัน ตัวอาคารได้รับการออกแบบให้เหมาะกับภูมิอากาศเขตร้อน และการออกแบบ Campus เคยผ่านเข้าสู่รอบ Final ของ World Architecture Festival Awards ในปี 2013
บริเวณกลาง Campus มีพื้นที่ที่เรียกว่า Heartspace ซึ่งได้รับแนวคิดมาจากพื้นที่สีเขียวของ Whiteknights Campus ในสหราชอาณาจักร แต่ปรับให้เข้ากับสภาพอากาศของมาเลเซีย พื้นที่นี้เต็มไปด้วยต้นไม้และใช้เป็นจุดพักผ่อน พบปะเพื่อน รวมถึงมี Amphitheatre สำหรับกิจกรรม การพูดคุย ดนตรีสด และ Events ต่าง ๆ
Campus มีพื้นที่การเรียนและการวิจัยแบบยืดหยุ่น รวมถึง Lecture Theatre 4 ห้อง และพื้นที่สำหรับการเรียนทั้งแบบ Lecture การทำงานกลุ่ม และกิจกรรมเชิงปฏิบัติ การออกแบบเน้นให้พื้นที่วิชาการกับพื้นที่สังคมอยู่ใกล้กัน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเปลี่ยนจากการเรียนในชั้นไปสู่การทำ Project หรือการพูดคุยกับเพื่อนได้สะดวก
สำหรับผู้เรียนระดับมหาวิทยาลัย การมีพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับการทำงานแบบ Collaborative มีความสำคัญ เพราะรูปแบบการประเมินในมหาวิทยาลัยอังกฤษไม่ได้พึ่งการสอบเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Assignment, Presentation, Group Project, Independent Research และการค้นคว้านอกเวลาเรียนด้วย
UoRM มี Learning Resource Centre สำหรับการเรียนรู้และค้นคว้า รวมทั้งทรัพยากรทางวิชาการของ University of Reading นักศึกษายังสามารถใช้งานระบบดิจิทัลและแหล่งข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการทำ Assignment และ Research
มหาวิทยาลัยมีระบบ Wi-Fi ทั่ว Campus และรองรับ eduroam ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายสำหรับสถาบันการศึกษาและงานวิจัยที่ใช้งานในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วโลก ผู้ที่มาจากสถาบันซึ่งเข้าร่วม eduroam สามารถใช้ข้อมูลบัญชีของสถาบันเดิมเพื่อเชื่อมต่อได้ตามเงื่อนไขของระบบ
จุดน่าสนใจของ UoRM คือไม่ได้มีเพียงห้องเรียนทั่วไป แต่มีพื้นที่ที่จำลองการใช้งานจริงตามแต่ละสาขา ตัวอย่างเช่น นักศึกษากลุ่ม Built Environment มี Building Information Modelling Lounge หรือ BIM Lounge เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีการออกแบบและบริหารอาคารที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ด้าน Business และ Finance มี Dealing Room ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้สัมผัสบรรยากาศของ Trading Floor ส่วนสายกฎหมายมี Purpose-built Moot Court สำหรับฝึกการว่าความ การนำเสนอข้อโต้แย้ง และการจำลองสถานการณ์ในกระบวนการทางกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนการเรียนจากการอ่านตำราเพียงอย่างเดียวไปสู่การทดลองใช้ความรู้ในบริบทที่ใกล้เคียงกับวิชาชีพจริง
Campus ยังมี Teaching and Research Laboratories สำหรับวิชาที่ต้องใช้การทดลองหรืออุปกรณ์เฉพาะ ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญสำหรับนักศึกษา Psychology และสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย
ชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเข้า Lecture ปัจจุบัน UoRM ระบุว่ามี ชมรมและสมาคมมากกว่า 30 กลุ่ม ครอบคลุมกีฬา ดนตรี ศิลปะ ภาษา ธุรกิจ Debate, Psychology, Law, Built Environment และกิจกรรมอื่น ๆ โดยมี Reading University Malaysia Students’ Association หรือ RUMSA เป็นองค์กรตัวแทนนักศึกษา
กิจกรรมเหล่านี้มีความสำคัญกับนักศึกษาต่างชาติ เพราะช่วยให้สามารถสร้างเพื่อนใหม่ได้เร็วกว่าการใช้ชีวิตเฉพาะในห้องเรียน โดยเฉพาะช่วงแรกที่ยังไม่คุ้นเคยกับภาษา วัฒนธรรม หรือระบบมหาวิทยาลัย
ภายใน Campus ยังมีพื้นที่สำหรับ Student Association, Cafe, Food Arena และพื้นที่สีเขียว ส่วน Heartspace เป็นพื้นที่พักผ่อนและพบปะเพื่อน นักศึกษาจึงสามารถใช้ Campus ได้ทั้งเพื่อเรียน ทำงานกลุ่ม หรือทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน
เนื่องจาก UoRM อยู่ภายใน EduCity นักศึกษาจึงสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของพื้นที่ได้ ซึ่งรวมถึงสนามกีฬา Indoor Arena และ Aquatic Centre
ข้อมูล UoRM ระบุถึง Stadium ขนาดประมาณ 12,000 ที่นั่ง, Indoor Arena สำหรับ Basketball, Badminton, Squash, Volleyball และ Futsal รวมถึง Aquatic Centre ที่มี Olympic-sized swimming pool
จุดนี้ทำให้สภาพแวดล้อมของ UoRM แตกต่างจาก Campus ขนาดเล็กที่มีเฉพาะอาคารเรียน เพราะนักศึกษาสามารถใช้ Infrastructure ของ EduCity ควบคู่กับพื้นที่ของมหาวิทยาลัย และยังมีกิจกรรมระหว่างสถาบันภายใน EduCity อีกด้วย
สำหรับนักศึกษานานาชาติ UoRM มี International Student Office ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่อง Student Visa, การเดินทางเข้าประเทศ และคำแนะนำสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยกระบวนการ Visa Application จะมีเจ้าหน้าที่ International Office ตรวจเอกสารก่อนดำเนินการผ่าน Education Malaysia Global Services หรือ EMGS
นอกจากนี้ยังมีบริการด้าน Career ซึ่งให้คำแนะนำเรื่อง CV, Internship, Work Placement และการเตรียมตัวเข้าสู่การทำงาน รวมทั้งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเชื่อมต่อกับนายจ้างหรือผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม
สำหรับผู้ปกครอง จุดสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงระบบที่ช่วยให้นักเรียนจัดการเรื่องเรียน การปรับตัว ชีวิตในต่างประเทศ และเส้นทางอาชีพได้เป็นขั้นตอนมากขึ้น
University of Reading Malaysia ไม่มีรูปแบบ Boarding School ที่นักเรียนทุกคนต้องพักในหอของสถาบัน แต่มีตัวเลือกที่พักสำหรับนักศึกษาบริเวณ EduCity และพื้นที่ใกล้เคียง โดย International Guide 2026 ระบุที่พักหลัก ได้แก่ Hako Village @EduCity, Hijauan Medini และ EcoNest นักศึกษาสามารถเลือกที่พักที่มหาวิทยาลัยแนะนำหรือจัดหาที่พักด้วยตนเองได้
ข้อมูลสำหรับปี 2026 ระบุช่วงราคาที่พัก Hako Village ประมาณ MYR 550–2,000, Hijauan Medini MYR 880–1,600 และ EcoNest MYR 950–1,300 โดยราคาที่ระบุยังไม่รวม Management Fees และอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนทำสัญญา
Hako Village มีตัวเลือกตั้งแต่ห้องแชร์ไปจนถึงห้องเดี่ยวและ Studio ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถเลือกตามงบประมาณและระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการได้ ข้อมูลที่พักล่าสุดของ Hako ระบุสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น Wi-Fi, Study Hub, Lounge, Gym และพื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ
การมีหลายระดับราคาเหมาะกับนักศึกษาต่างชาติ เพราะบางคนอาจต้องการเริ่มต้นด้วยห้องแชร์เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างเพื่อน ขณะที่บางคนต้องการห้องเดี่ยวเพื่อความเป็นส่วนตัวและการเรียน
Hako Village มี Study Hub, Lounge, Meeting Rooms และพื้นที่พักผ่อน ทำให้นักศึกษาไม่จำเป็นต้องกลับ Campus ทุกครั้งเมื่อต้องการทำ Assignment หรือประชุมงานกลุ่ม
พื้นที่ส่วนกลางยังช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวในช่วงแรกของการอยู่ต่างประเทศ เพราะนักศึกษามีโอกาสพบเพื่อนจากหลายประเทศและหลายสถาบันที่พักอยู่ใน EduCity
Hako Village มี Gym, Basketball Court และพื้นที่กิจกรรม ขณะที่ Hijauan Medini มี Swimming Pool และ Gym รวมอยู่ใน Shared Apartment Facilities
นอกจากนี้นักศึกษา UoRM ยังอยู่ใกล้ EduCity Sports Complex จึงมีตัวเลือกด้านกีฬาและกิจกรรมมากกว่าการพึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารที่พักเพียงอย่างเดียว
Hako Village ระบุว่ามี 24/7 Security เช่นเดียวกับ Hijauan Medini ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีบริการด้านการดูแลอาคาร ซักรีด ร้านสะดวกซื้อ และบริการสนับสนุนอื่น ๆ แตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการที่พัก
สำหรับนักศึกษาที่เดินทางมาอยู่ต่างประเทศครั้งแรก การเลือกที่พักซึ่งมีฝ่ายจัดการและระบบรักษาความปลอดภัยชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าราคาค่าเช่า
UoRM มีบริการ Shuttle Bus สำหรับนักศึกษาโดยคิดค่าโดยสาร MYR 1 ต่อเที่ยว เส้นทางวันธรรมดาเชื่อม Hako Village, UoRM, Eco Galleria, Medini และ Sunway Big Box ส่วนวันหยุดมีเส้นทางไป Johor Bahru City Square และ Mid Valley Southkey
จุดนี้เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ยังไม่มีรถยนต์ เพราะสามารถใช้รถ Shuttle ในการเดินทางระหว่างหอ Campus แหล่งซื้อของ และพื้นที่เมืองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง Grab สำหรับทุกการเดินทาง
โดยรวมแล้ว ระบบที่พักของ UoRM เน้นความยืดหยุ่น นักศึกษาสามารถเลือกทั้ง Student Residence หรือ Apartment ตามรูปแบบการใช้ชีวิต และไม่ได้ถูกจำกัดให้ต้องอยู่หอแบบ Boarding ตลอดหลักสูตร
สามารถวางแผนเส้นทางได้ แต่ต้องดูระดับหลักสูตรและคะแนนภาษาอังกฤษของผู้สมัครเป็นรายกรณี โดยสถาบันกำหนด English Language Requirement แตกต่างกันระหว่าง International Foundation Programme และ Undergraduate Programme
สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด มหาวิทยาลัยมี Pre-sessional English Programme ซึ่งออกแบบมาเพื่อเตรียมผู้เรียนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับมหาวิทยาลัย เนื้อหาครอบคลุม Academic Writing, การอ่านบทความวิชาการ, Independent Research, Critical Thinking และการประเมินข้อโต้แย้ง
International Guide 2026 ระบุว่า Pre-sessional English มีระยะเวลา 6 สัปดาห์สำหรับ PSE 6 และผู้เรียนต้องผ่าน Exit Test ก่อนเข้าสู่ Undergraduate Programme ตามเส้นทางที่กำหนด
ดังนั้น นักเรียนที่ภาษาอังกฤษยังไม่ถึงระดับปริญญาไม่จำเป็นต้องตัดสถาบันแห่งนี้ออกจากตัวเลือกทันที แต่ควรประเมินผลการเรียนและคะแนนภาษาอังกฤษก่อน เพื่อดูว่าเหมาะกับ Direct Entry, Foundation หรือ Pre-sessional English มากที่สุด
มหาวิทยาลัยมี International Student Office สำหรับประสานงานนักศึกษาต่างชาติ โดยเฉพาะขั้นตอน Visa, การเดินทางเข้าประเทศ และการเตรียมตัวก่อนเริ่มเรียน
ในกระบวนการ Student Visa เจ้าหน้าที่ International Office จะตรวจเอกสารก่อนดำเนินการกับ EMGS และหลังได้รับ Electronic Visa Approval Letter หรือ e-VAL จะมีขั้นตอนเกี่ยวกับ Student Visa, Malaysia Digital Arrival Card และข้อมูลเที่ยวบินก่อนเดินทางเข้าประเทศ
หลังเริ่มเรียน นักศึกษายังมีระบบด้าน Academic Support, Student Services, Career Services และกิจกรรมของ Student Association ขณะที่การพักในที่พักที่มหาวิทยาลัยแนะนำ เช่น Hako Village หรือ Hijauan Medini จะมีฝ่ายบริหารที่พักและระบบรักษาความปลอดภัยของตนเอง
อย่างไรก็ตาม สถาบันแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัย ไม่ใช่ Boarding School ดังนั้นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจะได้รับการสนับสนุนควบคู่กับการฝึกใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่ใช่การดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแบบโรงเรียนประจำ
ตาม International Guide 2026 ค่าเรียน International Foundation Programme อยู่ที่ MYR 31,000 ขณะที่ Undergraduate Programmes ระบุค่าเรียน MYR 48,000 ต่อปี และนักศึกษาใหม่ต้องชำระ Deposit MYR 2,000 หลังตอบรับ Offer นอกจากนี้ Application Fee สำหรับนักศึกษาต่างชาติอยู่ที่ MYR 530 รวม SST ตามเงื่อนไขที่ระบุในคู่มือ
ด้านค่าครองชีพ มหาวิทยาลัยประมาณค่าอาหาร MYR 900–1,500 ต่อเดือน ค่าเดินทาง MYR 150–200 และค่าใช้จ่ายอื่น MYR 200–500 ทำให้รวมประมาณ MYR 1,250–2,200 ต่อเดือน โดยยังไม่รวมค่าเช่าที่พัก และเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ
ค่าที่พักในคู่มือ 2026 มีตั้งแต่ประมาณ MYR 550 ไปจนถึง MYR 2,000 ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเภทห้อง นอกจากนี้ควรเตรียมงบสำหรับประกันสุขภาพ Student Visa, ค่ามัดจำห้องพัก ค่าอุปกรณ์การเรียน โทรศัพท์ ค่าเดินทางกลับประเทศไทย และค่าใช้จ่ายส่วนตัวด้วย
ค่าเทอม ภาษี SST ทุนการศึกษา และราคาที่พักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละ Intake ดังนั้นก่อนสมัครจริงควรตรวจสอบ Offer Letter และ Fee Schedule ล่าสุดของสถาบันอีกครั้ง
มาเลเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง และภาษาอังกฤษถูกใช้แพร่หลายในบริบทการศึกษาและชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยนานาชาติ ดังนั้นสำหรับนักเรียนไทยจึงถือเป็นสภาพแวดล้อมที่สามารถเริ่มปรับตัวได้ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับการย้ายไปประเทศที่มีระยะทางและวัฒนธรรมแตกต่างจากไทยมากกว่า
วิทยาเขตแห่งนี้ยังอยู่ภายใน EduCity ทำให้นักศึกษาได้พบกับผู้เรียนจากสถาบันและประเทศต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดสังคมอยู่เฉพาะนักศึกษาจากหลักสูตรเดียวกัน มหาวิทยาลัยมีชมรมและสมาคมมากกว่า 30 กลุ่ม รวมถึงกิจกรรมกีฬา ดนตรี ภาษา ศิลปะ Debate และกิจกรรมทางวิชาการ
ช่วงเริ่มต้นมหาวิทยาลัยยังมี Welcome Week และกิจกรรม Induction สำหรับนักศึกษาใหม่ โดยเว็บไซต์ของสถาบันมีประกาศกิจกรรมสำหรับ IFP และ Undergraduate Intake ในปี 2026 อย่างต่อเนื่อง
นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมและเปิดโอกาสให้ตนเองสร้างเครือข่ายตั้งแต่ช่วงแรก มักจะมีโอกาสปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ง่ายกว่าการใช้ชีวิตเฉพาะห้องพักและห้องเรียน
นักศึกษาที่สำเร็จปริญญาตรีจากวิทยาเขตมาเลเซียจะได้รับปริญญาจาก University of Reading และสามารถใช้คุณวุฒิสมัครศึกษาต่อระดับ Postgraduate ตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยปลายทาง ไม่ว่าจะเป็น University of Reading เอง มหาวิทยาลัยอื่นในสหราชอาณาจักร มาเลเซีย หรือประเทศอื่น
มหาวิทยาลัยเองก็มีหลักสูตรระดับสูงขึ้น เช่น MSc Project Management และหลักสูตร PhD ในบางสาขา จึงสามารถใช้เป็นเส้นทางต่อเนื่องภายในสถาบันได้เช่นกัน
สำหรับนักศึกษาที่ยังอยู่ในช่วง Foundation เส้นทางมีความยืดหยุ่นมากเป็นพิเศษ เพราะ International Foundation Programme สามารถต่อ Undergraduate ที่ Malaysia Campus หรือเลือกสาขาที่ UK Campus ตามเงื่อนไขของหลักสูตร และในบางกรณีมีทางเลือกมากกว่าสาขาที่เปิดในมาเลเซีย
Website : https://www.reading.edu.my/






Use the form below to contact us!