ข้อมูลประเทศสเปน

ข้อมูลประเทศสเปน (Spain)


สเปน (อังกฤษ: Spain; สเปน: España เอสปัญญา) หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรสเปน (อังกฤษ: Kingdom of Spain; สเปน: Reino de España) เป็นประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรียร่วมกับโปรตุเกสและอันดอร์รา สเปนมีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเทือกเขาพิรินี

ภูมิศาสตร์ 

ประเทศสเปนมีเนื้อที่ 505,955 ตารางกิโลเมตร (194,884 ตารางไมล์) มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 51 ของโลก (รองจากประเทศไทย) มีขนาดพอ ๆ กับประเทศเติร์กเมนิสถาน และค่อนข้างจะใหญ่กว่ารัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา โดยนอกจากจะมีพื้นที่บนคาบสมุทรไอบีเรียแล้ว อาณาเขตของประเทศยังรวมไปถึงหมู่เกาะแบลีแอริกในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หมู่เกาะคะแนรีในมหาสมุทรแอตแลนติก เมืองเซวตา และเมืองเมลียา ในทวีปแอฟริกาตอนเหนือ (สเปนจึงมีอาณาเขตติดต่อกับโมร็อกโกด้วย) และเกาะเล็ก ๆ เป็นจำนวนมากที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ทางด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของช่องแคบยิบรอลตาร์ ที่เรียกว่า ปลาซัสเดโซเบรานิอา (Plazas de soberanía) เช่น เกาะชาฟารีนัส เกาะอัลโบรัง โขดหินเบเลซเดลาโกเมรา โขดหินอาลูเซมัส และเกาะเปเรฆิล ทางทิศเหนือในแนวเทือกเขาพิรินี เมืองเล็ก ๆ ที่เป็นดินแดนส่วนแยก (exclave) ชื่อ ยิบิอา (Llívia) ในแคว้นกาตาลุญญา มีดินแดนประเทศฝรั่งเศสล้อมรอบอยู่

สภาพภูมิอากาศ

เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศสเปนเอง ที่ส่วนเหนือนั้นอยู่ในทิศทางของกระแสลมกรด รวมทั้งสภาพพื้นที่และภูเขา จึงทำให้ภูมิอากาศของประเทศนี้มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก โดยแบ่งหยาบ ๆ ได้ตามบริเวณต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • เขตภูมิอากาศหนาวแบบชื้นภาคพื้นทวีป ได้แก่ บริเวณพื้นที่ตอนในของคาบสมุทร เมืองใหญ่ในเขตนี้ ได้แก่ มาดริด
    (เขตภูมิอากาศนี้เป็นส่วนน้อยของประเทศสเปน) ผลการวิจัยทางภูมิอากาศวิทยาที่มหาวิทยาลัย Syracuse ประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่าส่วนในของหมู่เกาะทางตะวันตกจะมีอากาศชื้น จากการศึกษาของโทมัส วิตมอร์ (Thomas Whitmore) เมืองลัสปัลมัสเดกรันกานาเรีย (Las Palmas de Gran Canaria) มีภูมิอากาศที่ดีที่สุดในโลก
  • เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน กินพื้นที่ตั้งแต่ที่ราบอันดาลูซิอาตามชายฝั่งทางใต้และตะวันออก เมืองใหญ่ในเขตนี้ ได้แก่ บาร์เซโลนา
  • เขตภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทร ได้แก่ บริเวณแคว้นกาลิเซียทางตะวันตกเฉียงเหนือ และชายฝั่งทะเลกันตาเบรีย (อ่าวบิสเคย์) ซึ่งมักเรียกบริเวณนี้ว่า “สเปนเขียว (Green Spain)” เมืองใหญ่ในเขตนี้ ได้แก่ บิลเบา
การแบ่งเขตภูมิอากาศ
  • ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนเหนือและตะวันออก (กาตาลุญญา บาเลนเซียภาคเหนือ และหมู่เกาะแบลีแอริก): ฤดูร้อนมีอากาศอบอุ่นจนถึงร้อนจัด สัมพันธ์กับอากาศที่อบอุ่นจนถึงเย็นในฤดูหนาว มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 600 มิลลิเมตรต่อปีถือเป็นเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน
  • ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกเฉียงใต้ (อาลิกันเต มูร์เซีย และอัลเมริอา): ฤดูร้อนมีอากาศร้อน ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศอบอุ่นจนถึงเย็น กาโบเดกาตา (ได้รับรายงานว่าเป็นสถานที่ที่มีอากาศแห้งที่สุดในยุโรป) มีอากาศแห้งมากและกึ่งทะเลทรายอย่างแท้จริง ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีเพียง 150 มิลลิเมตรต่อปีส่วนใหญ่พื้นที่นี้จึงถูกจัดอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้งตามเกณฑ์ปริมาณน้ำฝน
  • ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนใต้ (พื้นที่มาลากาและชายฝั่งของกรานาดา): ฤดูร้อนมีอากาศอบอุ่น ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายไม่หนาวจัด อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 20 องศาเซเลเซียสและมีอากาศชื้น[ต้องการอ้างอิง] มีลักษณะใกล้เคียงภูมิอากาศแบบกึ่งโซนร้อน
  • หุบเขากวาดัลกีวีร์ (เซบิยาและกอร์โดบา): ฤดูร้อนมีอากาศแห้งและร้อนจัด ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศเย็นสบายไม่หนาวจัด
  • ชายฝั่งแอตแลนติกตะวันตกเฉียงใต้ (กาดิซและอวยลวา): ทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาวมีอากาศค่อนข้างสบาย ไม่รุนแรง อากาศชื้น
  • ที่ราบสูงภายใน: ฤดูหนาวอากาศหนาว (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับระดับความสูงของพื้นที่) ฤดูร้อนอากาศร้อน มีลักษณะใกล้เคียงภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีป และถือว่ามีอากาศแห้ง (ปริมาณฝนเฉลี่ยประจำปี 400-600 มิลลิเมตร)
  • หุบเขาเอโบร (ซาราโกซา): ฤดูร้อนมีอากาศร้อนจัด ส่วนฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น ใกล้เคียงกับภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีปเช่นกัน ถือว่ามีอากาศแห้งตามเกณฑ์ปริมาณน้ำฝน
  • ชายฝั่งแอตแลนติกเหนือ หรือ “สเปนเขียว” (กาลิเซีย อัสตูเรียส ชายฝั่งบาสก์): อากาศชื้นมาก (ปริมาณฝนเฉลี่ยประจำปี 1,000 มิลลิเมตร และบางจุดมากกว่า 1,200 มิลลิเมตร[ต้องการอ้างอิง]) ส่วนฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัดและฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย มักจัดอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทร
  • เทือกเขาพิรินี: โดยรวมมีอากาศชื้น ฤดูร้อนมีอากาศเย็น ส่วนในฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น จุดสูงสุดของเทือกเขามีภูมิอากาศแบบแอลป์
  • หมู่เกาะคะแนรี: เป็นเขตภูมิอากาศแบบกึ่งโซนร้อนตามเงื่อนไขของอุณหภูมิ โดยมีอากาศไม่หนาวจัดและค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี (18-24 องศาเซลเซียส; 64-75 องศาฟาเรนไฮต์) โดยในหมู่เกาะทางตะวันออกมีอากาศแบบทะเลทราย

โซนเวลา

ฤดูกาล
  • ฤดูหนาว (Winter) – (ธันวาคม-มีนาคม) อากาศจะหนาวมาก อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 0-9 องศา
  • ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) – (มีนาคม-มิถุนายน) อากาศกำลังเย็นสบาย อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 10-25 องศา
  • ฤดูร้อน (Summer) – (กรกฎาคม-กันยายน) เวลากลางวันจะยาวนานที่สุดในช่วงนี้ อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 25-45 องศา
  • ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) – (กันยายน-ธันวาคม) อากาศดี มีฝนตกเล็กน้อย อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 10-20 องศา
เวลา

ประเทศสเปนเวลาจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง ในช่วงฤดูร้อน (Daylight Saving time) และเวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ในช่วงฤดูหนาว

การเมืองการปกครอง

ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 สเปนมีการปกครองระบอบเผด็จการ แต่ปัจจุบันปกครองโดยพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญและรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่มีการผ่านรัฐธรรมนูญของสเปนเมื่อปี ค.ศ. 1978 หลังจากที่ถูกปกครองภายใต้ระบอบเผด็จการโดยจอมพลฟรังโกมา 36 ปี (ค.ศ. 1939-1978) ในปี ค.ศ. 1978 เมื่อสเปนเปลี่ยนมาปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยได้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี ค.ศ. 1978 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน

การแบ่งเขตการปกครองของราชอาณาจักรสเปน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหมวด 8 แห่งรัฐธรรมนูญสเปน ค.ศ. 1978 ซึ่งกำหนดให้มีการจัดระเบียบดินแดนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เทศบาล (municipio), จังหวัด (provincia) และแคว้นปกครองตนเอง (comunidad autónoma) โดยเทศบาลเป็นเขตการปกครองย่อยของจังหวัด และจังหวัดเป็นเขตการปกครองย่อยของแคว้นปกครองตนเอง ทั้งนี้ รัฐสเปนรับประกันการนำหลักความเป็นปึกแผ่นไปปฏิบัติในทั่วทุกส่วนของประเทศ

แคว้นปกครองตนเองต่าง ๆ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นผู้ใช้สิทธิ์การปกครองตนเองที่รัฐธรรมนูญรับรองและรับประกันให้แก่ชาติทางประวัติศาสตร์และภูมิภาคต่าง ๆ ของสเปน ซึ่งในขณะเดียวกันก็ประกาศเอกภาพที่ไม่สามารถเพิกถอนได้ของชาติสเปนด้วยแคว้นปกครองตนเองเหล่านี้ประกอบกันเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดระเบียบดินแดนที่มีการกระจายอำนาจปกครอง (decentralization) ในระดับสูง แต่ก็มีพื้นฐานอยู่บนการคลายอำนาจจากส่วนกลางสู่ส่วนท้องถิ่น (devolution) ดังนั้นสเปนจึงมิใช่สหพันธรัฐเนื่องจากรัฐสเปนยังอยู่เหนือกว่าแคว้นต่าง ๆ และถือครองอำนาจอธิปไตยไว้โดยสมบูรณ์ ศาลรัฐธรรมนูญสเปนเรียกตัวแบบการจัดระเบียบดินแดนเช่นนี้ว่า “รัฐแห่งหน่วยการปกครองตนเอง” (Estado de las Autonomías)

รัฐและดินแดน (State and Territory)

ประเทศสเปนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 แคว้นปกครองตนเอง (autonomous communities; comunidades autónomas) และ 2 นครปกครองตนเอง (autonomous cities; ciudades autónomas) แต่ละแคว้นจะแบ่งย่อยออกไปอีกเป็น จังหวัด (provinces; provincias) รวมทั้งหมด 50 จังหวัด

ปัจจุบันประเทศสเปนได้ชื่อว่าเป็น “รัฐแห่งการปกครองตนเอง (State of Autonomies)” แม้ว่าโดยทางการจะถือว่าเป็นรัฐเดี่ยว แต่ในความเป็นจริงแล้วมีลักษณะเป็นรัฐรวมที่มีการกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางอย่างมาก โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดโอกาสให้แคว้นต่าง ๆ มีสิทธิในการปกครองตนเองได้ในระดับที่ต่างกันตามภูมิหลังการปกครองตนเองของแต่ละแคว้น เช่น ทุกแคว้นจะจัดการด้านสาธารณสุขและระบบการศึกษาของตนเอง บางแคว้น (เช่น บาสก์และนาวาร์) มีหน้าที่จัดการด้านการเงินสาธารณะเพิ่มเติม ในแคว้นประเทศบาสก์และกาตาลุญญา หน่วยงานตำรวจของแคว้นจะมีบทบาทหน้าที่มากกว่าหน่วยงานตำรวจของส่วนกลาง เป็นต้น โดยสมาชิกสภานิติบัญญัติของแต่ละแคว้นจะดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปีเช่นเดียวกับสมาชิกรัฐสภา โดยแคว้นปกครองตนเองและนครปกครองตนเอง* (อยู่ในทวีปแอฟริกา) ของประเทศสเปน ประกอบด้วย

แคว้นปกครองตนเอง
  • กันตาเบรีย (สเปน: Cantabria) เป็นแคว้นปกครองตนเองแคว้นหนึ่งของประเทศสเปน มีจังหวัดเพียงจังหวัดเดียวมีชื่อว่ากันตาเบรียเช่นกัน มีอาณาเขตทางทิศตะวันออกต่อกับแคว้นบาสก์ (จังหวัดบิซกายา) ทางทิศใต้ติดต่อกับแคว้นกัสติยาและเลออน (จังหวัดเลออน จังหวัดปาเลนเซีย และจังหวัดบูร์โกส) ทางทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นอัสตูเรียส ส่วนทิศเหนือจรดทะเลกันตาเบรีย มีเมืองซันตันเดร์เป็นเมืองหลักของแคว้น
  • กัสติยา-ลามันชา (สเปน: Castilla-La Mancha) เป็นแคว้นปกครองตนเองของประเทศสเปน มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นกัสติยาและเลออน แคว้นมาดริด แคว้นอารากอน แคว้นบาเลนเซีย แคว้นมูร์เซีย แคว้นอันดาลูซิอา และแคว้นเอซเตรมาดูรา
  • กัสติยาและเลออน (สเปน: Castilla y León), กัสติเอลยาและยิออง (เลออน: Castiella y Llión) หรือ กัสแตลาและเลโอง (กาลิเซีย: Castela e León) เป็นแคว้นปกครองตนเองแคว้นหนึ่งของประเทศสเปน อยู่ในบริเวณที่แต่เดิมเคยเป็นราชอาณาจักรเลออนและภูมิภาคกัสติยาเก่า (Castilla la Vieja) แคว้นกัสติยาและเลออนเป็นเขตการปกครองที่มีเนื้อที่กว้างขวางที่สุดในประเทศสเปนและใหญ่เกือบที่สุดในสหภาพยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ 94,223 ตารางกิโลเมตร และมีจำนวนประชากรอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 2.5 ล้านคน
  • กาตาลุญญา (กาตาลา: Catalunya; สเปน: Cataluña), กาตาลุญญอ (อารัน: Catalonha) หรือ แคทาโลเนีย (อังกฤษ: Catalonia) เป็นภูมิภาคหนึ่งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสุดของคาบสมุทรไอบีเรีย ภายใต้รัฐธรรมนูญสเปน กาตาลุญญาได้รับการกำหนดให้เป็น “ชาติทางประวัติศาสตร์” (historical nationality) ตามธรรมนูญการปกครองตนเองของแคว้น[3] กาตาลุญญาประกอบด้วยจังหวัด 4 จังหวัด ได้แก่ บาร์เซโลนา, ฌิโรนา, แยย์ดา และตาร์ราโกนา เมืองหลักและเมืองใหญ่ที่สุดในแคว้นคือบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสเปน (รองจากมาดริด) และเป็นแกนของเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหภาพยุโรป
  • กาลิเซีย (กาลิเซียและสเปน: Galicia) เป็นภูมิภาคหนึ่งของประเทศสเปนที่มีฐานะเป็นแคว้นปกครองตนเองตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรไอบีเรีย มีพรมแดนร่วมกับประเทศโปรตุเกสทางทิศใต้ และมีพรมแดนร่วมกับแคว้นกัสติยาและเลออนและแคว้นอัสตูเรียสทางทิศตะวันออก
  • นาวาร์ (อังกฤษ: Navarre), นาบาร์รา (สเปน: Navarra) หรือ นาฟาร์โรอา (บาสก์: Nafarroa) เป็นจังหวัดและแคว้นปกครองตนเองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน มีอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส ทิศตะวันออกติดต่อกับแคว้นอารากอน ทิศใต้ติดต่อกับแคว้นอารากอนและแคว้นลาริโอฆา ส่วนทางทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นประเทศบาสก์
  • บาเลนเซีย (สเปน: Comunidad Valenciana) หรือ แคว้นวาเล็นซิอา (บาเลนเซีย: Comunitat Valenciana) เป็นแคว้นปกครองตนเองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลาง-ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ประกอบด้วย 3 จังหวัดเรียงจากทิศเหนือไปทิศใต้ ได้แก่ จังหวัดกัสเตยอน/กัสเต็ลโย จังหวัดบาเลนเซีย/วาเล็นซิอา และจังหวัดอาลิกันเต/อาลากันต์ (ชื่อในภาษาสเปน/ภาษาบาเลนเซีย)
  • ประเทศบาสก์ (อังกฤษ: Basque Country), ประเทศบัสโก (สเปน: País Vasco) หรือ เอวส์กาดี (บาสก์: Euskadi)
    เป็นแคว้นปกครองตนเองแคว้นหนึ่งในภาคเหนือของราชอาณาจักรสเปน ประกอบด้วยจังหวัดกิปุซโกอา จังหวัดบิซกายา และจังหวัดอาลาบา และประเทศบาสก์หรือแคว้นประเทศบาสก์มีสถานะเป็น “ชาติ” (nationality) ภายในประเทศสเปนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสเปน ค.ศ. 1978 แคว้นปกครองตนเองแห่งนี้มีพื้นฐานอยู่บนธรรมนูญการปกครองตนเองแห่งประเทศบาสก์ ซึ่งเป็นกฎหมายมูลฐานที่กำหนดกรอบการพัฒนาของชาวบาสก์บนแผ่นดินสเปน อย่างไรก็ดี ดินแดนนาวาร์ซึ่งมีชาวบาสก์อาศัยอยู่เช่นกันก็ได้รับการจัดตั้งเป็นแคว้นปกครองตนเองแยกต่างหาก
  • ภูมิภาคมูร์เซีย (สเปน: Región de Murcia) เป็นหนึ่งในแคว้นปกครองตนเองสิบเจ็ดแห่งของประเทศสเปน ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศระหว่างแคว้นอันดาลูซิอากับแคว้นบาเลนเซีย มีพื้นที่ 11,313 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งหนึ่งในสามอาศัยอยู่ในเมืองหลักของแคว้นคือมูร์เซีย และแคว้นภูมิภาคมูร์เซียประกอบด้วยเขตการปกครองระดับรองหนึ่งจังหวัด (คือจังหวัดมูร์เซีย) ซึ่งต่างจากแคว้นส่วนใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายจังหวัด ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ทางแคว้นปกครองตนเองและทางจังหวัดจึงเปิดทำการในหน่วยงานเดียว โดยมูร์เซียเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ยกเว้นสภานิติบัญญัติของแคว้นซึ่งตั้งอยู่ที่การ์ตาเฆนา
  • แคว้นมาดริด (สเปน: Comunidad de Madrid) เป็นหนึ่งในแคว้นปกครองตนเองสิบเจ็ดแคว้นของประเทศสเปน ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับจังหวัดมาดริดและเป็นที่ตั้งของกรุงมาดริดซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดและของแคว้น และเป็นเมืองหลวงของประเทศ แคว้นมาดริดนี้มีเทศบาลอยู่ 179 แห่ง และแคว้นมาดริดมีอาณาเขตทางทิศเหนือและทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นกัสติยาและเลออน (จังหวัดอาบิลาและจังหวัดเซโกเบีย) ส่วนทางทิศตะวันออกและทิศใต้ติดต่อกับแคว้นกัสติยา-ลามันชา (จังหวัดกัวดาลาฆารา จังหวัดกูเองกา และจังหวัดโตเลโด)
  • ลาริโอฆา (สเปน: La Rioja) หรือ เอร์ริโอชา (บาสก์: Errioxa) เป็นจังหวัดและแคว้นปกครองตนเองในภาคเหนือของประเทศสเปน เมืองหลักคือโลกรอญโญ ส่วนเมืองสำคัญอื่น ๆ ในเขตการปกครองนี้ได้แก่ กาลาออร์รา, อาร์เนโด, อัลฟาโร, อาโร, ซานโตโดมิงโกเดลากัลซาดา และนาเฆรา และลาริโอฆามีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นประเทศบาสก์ (จังหวัดอาลาบา) แคว้นนาวาร์ แคว้นอารากอน (จังหวัดซาราโกซา) และแคว้นกัสติยาและเลออน (จังหวัดโซเรียและจังหวัดบูร์โกส) แม่น้ำเอโบร ไหลผ่านในพื้นที่เช่นเดียวกับแม่น้ำโอฆา (Río Oja) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเขตการปกครอง
  • หมู่เกาะคะแนรี (อังกฤษ: Canary Islands), คะแนรีส์ (อังกฤษ: Canaries) หรือ กานาเรียส (สเปน: Canarias) เป็นหมู่เกาะของราชอาณาจักรสเปน ประกอบด้วยเกาะภูเขาไฟ 7 เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติก ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา (โมร็อกโกและเวสเทิร์นสะฮารา) และมีฐานะเป็นแคว้นปกครองตนเองของสเปน และหมู่เกาะมีเกาะใหญ่อยู่แปดเกาะ (เรียงจากใหญ่ไปเล็ก) ได้แก่ เตเนริเฟ, ฟูเอร์เตเบนตูรา, กรันกานาเรีย, ลันซาโรเต, ลาปัลมา, ลาโกเมรา, เอลอิเอร์โร และลากราซิโอซา หมู่เกาะยังมีเกาะเล็กได้แก่ อาเลกรันซา, อิสลาเดโลโบส, มอนตัญญากลารา, โรเกเดลโอเอสเต และโรเกเดลเอสเต ในอดีตหมู่เกาะคะแนรีถือเป็นทางเชื่อมระหว่าง 4 ทวีป คือแอฟริกา อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป
  • หมู่เกาะแบลีแอริก (อังกฤษ: Balearic Islands), หมู่เกาะบาลาอัส (กาตาลา: Illes Balears) หรือ หมู่เกาะบาเลอาเรส (สเปน: Islas Baleares) เป็นกลุ่มเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ใกล้ชายฝั่งประเทศสเปน เป็นหนึ่งในแคว้นปกครองตนเองของสเปน เมืองหลักคือปัลมา จังหวัดที่แคว้นนี้มีอยู่แห่งเดียวก็มีชื่อเดียวกับชื่อแคว้น
  • อันดาลูซิอา (สเปน: Andalucía) เป็นแคว้นปกครองตนเองของประเทศสเปน โดยเป็นแคว้นที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในจำนวนแคว้นปกครองตนเอง 17 แห่งที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศสเปน เมืองหลักของแคว้นคือเซบิยา แคว้นอันดาลูซิอาแบ่งออกเป็น 7 จังหวัด คือ จังหวัดอูเอลบา จังหวัดเซบิยา จังหวัดกาดิซ จังหวัดกอร์โดบา จังหวัดมาลากา จังหวัดฆาเอน จังหวัดกรานาดา และจังหวัดอัลเมริอา
  • ราชรัฐอัสตูเรียส (สเปน: Principado de Asturias; กาลิเซีย-อัสตูเรียส: Principao d’Asturias) หรือ ราชรัฐอัสตูริเอส (อัสตูเรียส: Principáu d’Asturies) เป็นแคว้นปกครองตนเองแคว้นหนึ่งภายในราชอาณาจักรสเปน ตั้งอยู่ริมชายฝั่งภาคเหนือจรดทะเลกันตาเบรีย มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นกันตาเบรียทางทิศตะวันออก ติดต่อกับแคว้นกัสติยาและเลออนทางทิศใต้ และติดต่อกับแคว้นกาลิเซียทางทิศตะวันตก
  • อารากอน (สเปนและอารากอน: Aragón) หรือ อะราโก (กาตาลา: Aragó) เป็นแคว้นปกครองตนเองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน มีอาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับประเทศฝรั่งเศส ทางทิศตะวันออกติดต่อกับแคว้นกาตาลุญญา ทางทิศใต้ติดต่อกับแคว้นบาเลนเซีย และทางทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นกัสติยา-ลามันชา แคว้นกัสติยาและเลออน แคว้นลาริโอฆา และแคว้นนาวาร์ ประกอบด้วยจังหวัดซาราโกซา จังหวัดอูเอสกา และจังหวัดเตรูเอล มีแม่น้ำเอโบรไหลผ่านในพื้นที่ ตอนเหนือเป็นภูเขาสูง มีหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม ส่วนตอนใต้ค่อนข้างแห้งแล้ง นอกจากจังหวัดทั้งสามแล้ว แคว้นอารากอนยังแบ่งย่อยออกเป็น 33 เทศมณฑล (comarcas) อีกด้วย
  • เอซเตรมาดูรา (สเปน: Extremadura) หรือ เอห์ทเทรมาอูรา (เอซเตรมาดูรา: Estremaúra) เป็นแคว้นปกครองตนเองทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ประกอบด้วย 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาเซเรสและจังหวัดบาดาโฆซ แคว้นเอซเตรมาดูรามีอาณาเขตติดต่อกับประเทศโปรตุเกสทางทิศตะวันตก เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าที่สำคัญ โดยเฉพาะเขตสงวนใหญ่ที่เมืองมอนฟรากูเอ ซึ่งเพิ่งได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติแม่น้ำเทกัสนานาชาติ (Parque Natural Río Tajo internacional) ส่วนทางทิศเหนือมีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นกัสติยาและเลออน (จังหวัดซาลามังกาและจังหวัดอาบิลา) ทางทิศใต้ติดต่อกับแคว้นอันดาลูซิอา (จังหวัดอูเอลบา จังหวัดเซบิยา และจังหวัดกอร์โดบา) และทางทิศตะวันตกติดต่อกับแคว้นกัสติยา-ลามันชา (จังหวัดโตเลโดและจังหวัดซิวดัดเรอัล)
นครปกครองตนเอง
  • เซวตา (สเปน: Ceuta) หรือ ซับตะฮ์ (อาหรับ: سبتة‎) เป็นนครปกครองตนเองแห่งหนึ่งของประเทศสเปนในแอฟริกาเหนือ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งด้านใต้ของช่องแคบยิบรอลตาร์ มีเนื้อที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ประเทศโมร็อกโกได้อ้างกรรมสิทธิ์เหนือเมืองนี้รวมทั้งเมลียาและหมู่เกาะเล็ก ๆ ของสเปนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และนครปกครองตนเองเซวตามีสถานะอยู่ระหว่างเมืองทั่วไปกับแคว้นปกครองตนเองในประเทศสเปน ก่อนหน้าที่จะได้รับสิทธิ์ในการปกครองตนเองนั้น เมืองนี้เคยขึ้นอยู่กับจังหวัดกาดิซในแคว้นปกครองตนเองอันดาลูซิอามาก่อนเซวตาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนในสหภาพยุโรป และเคยเป็นเมืองท่าปลอดภาษีก่อนที่จะสเปนจะเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปี ค.ศ. 1986 ปัจจุบันเมืองนี้มีระบบอัตราภาษีต่ำภายในระบบการเงินยุโรป (European Monetary System)
  • เมลียา (สเปน: Melilla), มริตช์ (เบอร์เบอร์: ⵎⵔⵉⵞ) หรือ มะลีลียะฮ์ (อาหรับ: مليلية‎) เป็นเมืองหนึ่งของประเทศสเปน ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของแอฟริกาเหนือ ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ติดต่อกับประเทศโมร็อกโก ชาวสเปนมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองนี้ในปี ค.ศ. 1497 แต่เดิมเมืองนี้จัดอยู่ในแคว้นอันดาลูซิอาเนื่องจากเหตุผลทางประวัติศาสตร์ ต่อมาจึงถูกปกครองในฐานะส่วนหนึ่งของจังหวัดมาลากา ก่อนจะได้รับสิทธิ์ในการปกครองตนเองเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1995 และเมืองนี้ยังเคยเป็นเมืองท่าปลอดภาษีก่อนที่สเปนจะเข้าร่วมสหภาพยุโรป พลเมืองประกอบด้วยคริสต์ศาสนิกชน ชาวมุสลิม ชาวยิว และชนกลุ่มน้อยชาวฮินดู ใช้ภาษาสเปนและ/หรือภาษาเบอร์เบอร์ในการสื่อสาร

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ

สเปนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มากที่สุดประเทศหนึ่งของยุโรป ในปี ค.ศ. 2005 มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 1,123,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี ค.ศ. 2006 มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 27,542 ดอลลาร์สหรัฐ ตามการจัดอันดับของธนาคารโลกในปี ค.ศ. 2004 และ 2005 สเปนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก

ศาสนา

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีผู้นับถือมากที่สุดในประเทศจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ (เช่น เวิลด์แฟกต์บุ๊ก 2005 ของซีไอเอ ผลการสำรวจอย่างเป็นทางการของสเปน และแหล่งอื่น ๆ) ชาวสเปนร้อยละ 81-94 นับถือศาสนาคริสต์นิกายดังกล่าว ในขณะที่ประมาณร้อยละ 6-19 นับถือศาสนาอื่นหรือไม่นับถือศาสนาใดเลย อย่างไรก็ตามชาวสเปนจำนวนมากที่ระบุว่าตนเองเป็นชาวคาทอลิกเนื่องจากได้เข้าพิธีศีลล้างบาปเท่านั้น ไม่ได้เคร่งศาสนาเท่าใดนัก อีกการสำรวจหนึ่งในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2006 โดยศูนย์สืบสวนทางสังคมวิทยาสเปนแสดงให้เห็นว่าชาวสเปนร้อยละ 54 แทบจะไม่หรือไม่เคยไปโบสถ์เลย ในขณะที่ร้อยละ 15 ไปโบสถ์บางครั้งต่อปี ร้อยละ 10 ไปบางครั้งต่อเดือน และร้อยละ 19 ไปเป็นประจำทุกวันอาทิตย์หรือหลายครั้งต่อสัปดาห์ และชาวคริสต์โปรเตสแตนต์ก็มีเช่นกันในสเปน แต่มีจำนวนน้อยกว่า 5 หมื่นคน เช่น นิกายอีแวนเจลิคัล (Evangelism) ซึ่งนับถือกันในหมู่ชาวยิปซี นิกายมอร์มอน (Mormons) และลัทธิพยานพระยะโฮวาห์ (Jehovah’s Witnesses)

สกุลเงิน

  • สกุลเงินยูโร (Euro) เป็นสกุลเงินของสเปนจนถึงปัจจุบันตั้งแต่ปีค.ศ. 2002
  • สกุลเงิน  Peseta (ESP)  เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1986 และปีที่สิ้นสุด ค.ศ. 2002
  • สกุลเงิน  Silver escudo  เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1864 และปีที่สิ้นสุด ค.ศ. 1869
  • สกุลเงิน  Gold escudo  เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1535/1537 และปีที่สิ้นสุด ค.ศ. 1849
  • สกุลเงิน  Spanish real เริ่มใช้เมื่อ กลางศตวรรษที่ 14 และปีที่สิ้นสุด ค.ศ. 1864
  • สกุลเงิน  Maravedí เริ่มใช้เมื่อ ศตวรรษที่ 11 และสิ้นสุดศตวรรษที่ 14
  • สกุลเงิน  Spanish dinero เริ่มใช้เมื่อ ศตวรรษที่ 10 และสิ้นสุดศตวรรษที่ 10

เชื้อชาติ (Ancestry and immigration)

ชนชาติต่าง ๆ ได้เข้ามามีอิทธิพลในดินแดนที่เป็นประเทศสเปนตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น เคลต์ ไอบีเรียน โรมัน วิซิกอท และมัวร์ ในยุคกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การปกครองของชาวมุสลิมเป็นเวลาอย่างน้อยห้าร้อยปี ชาวมัวร์ยังคงหลงเหลืออยู่ในคาบสมุทรไอบีเรียจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1492 ซึ่งเป็นปีที่ราชอาณาจักรกัสติยาและอารากอนสามารถขับไล่ชาวมัวร์ออกไปได้สำเร็จหลังจากเกิดกระบวนการพิชิตดินแดนคืนที่ยาวนานถึง 770 ปี และในปีเดียวกัน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสยังได้ค้นพบโลกใหม่ นำไปสู่การกำเนิดจักรวรรดิสเปนที่แผ่ขยายไปทั่วโลก สเปนกลายเป็นประเทศที่มีอำนาจมากที่สุดในยุโรปขณะนั้น แต่สงครามที่มีอย่างต่อเนื่องและปัญหาอื่น ๆ ก็ทำให้ความยิ่งใหญ่ของประเทศลดลงไป

ประชากรสเปนส่วนใหญ่มีลักษณะผสมระหว่างชาติพันธุ์นอร์ดิกและชาติพันธุ์เมดิเตอร์เรเนียน ประกอบด้วยเชื้อชาติต่าง ๆ ได้แก่ ชาวสเปน มีจำนวนมากที่สุดประมาณร้อยละ 74 รองลงมาเป็นชาวกาตาลา ชาวกาลิเซีย และชาวบาสก์ตามลำดับ

วัฒนธรรม

วัฒนธรรมสเปนมีรากฐานมาจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ อิทธิพลของชาวไอบีเรียนเดิมและชาวละตินในคาบสมุทรไอบีเรีย ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ศาสนาอิสลามของชาวมัวร์ ความตึงเครียดในระหว่างการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางของแคว้นกัสติยา และชนกลุ่มน้อย นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ของชาติ รวมทั้งสภาพทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนยังมีบทบาทสำคัญในการก่อร่างวัฒนธรรมสเปนด้วย

ภาษา

แม้ว่ารัฐธรรมนูญของสเปนจะยืนยันอำนาจอธิปไตยของชาติก็ตาม แต่ก็ยังรับรองเชื้อชาติอื่น ๆ ที่มีมาในประวัติศาสตร์ด้วย

  • ภาษาสเปน/ภาษากัสติยา (Spanish/Castilian; español/castellano) เป็นภาษาทางการทั่วทั้งประเทศ แต่ในบางท้องถิ่นก็ยังใช้ภาษาถิ่นอื่น ๆ ซึ่งภาษาแรกที่ใช้พูดอีกด้วย รัฐธรรมนูญสเปนให้การรับรองภาษาท้องถิ่น (ที่อาจจะมี) ให้เป็นภาษาทางการร่วมตามแต่ละภูมิภาค โดยไม่ได้บอกชื่อภาษาไว้ ภาษาต่อไปนี้เป็นภาษาทางการร่วมกับภาษาสเปน (กัสติยา)
  • ภาษากาตาลา (Catalan; català) พูดในแคว้นกาตาลุญญา หมู่เกาะแบลีแอริก และบางส่วนของแคว้นบาเลนเซีย (เรียกว่าภาษาบาเลนเซีย)
  • ภาษากาลิเซีย (Galician; galego) พูดในแคว้นกาลิเซีย
  • ภาษาบาสก์ (Basque; euskara) พูดในแคว้นประเทศบาสก์และบางส่วนของแคว้นนาวาร์ ภาษานี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับภาษาอื่น ๆ เลย
  • ภาษาอ็อกซิตัน (Occitan) (ภาษาถิ่นอารัน) พูดกันในอารัน แคว้นกาตาลุญญา

การคมนาคม

การคมนาคมในสเปนโดดเด่นด้วยเครือข่ายถนนทางรถไฟที่กว้างขวาง (รวมถึงเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ยาวเป็นอันดับสองของโลก) การขนส่งด่วนเส้นทางทางอากาศและท่าเรือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ทำให้เป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างยุโรปแอฟริกาและอเมริกา รูปแบบการขนส่งที่สำคัญโดยทั่วไปแผ่ออกมาจากเมืองหลวงมาดริดซึ่งตั้งอยู่ใจกลางประเทศเพื่อเชื่อมโยงกับเมืองหลวงของชุมชนในปกครองตนเอง และการขนส่งของสเปนมีการผสมผสานระดับสูงระหว่างระบบรถไฟทางไกลและระบบรถไฟใต้ดินในเมืองแม้ว่าการใช้มาตรวัดแบบกว้างในอดีตจะมีการผสมผสานที่ จำกัด กับเพื่อนบ้าน ขณะนี้สเปนกำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มและปรับปรุงการเชื่อมโยงกับระบบรางของฝรั่งเศสและโปรตุเกสรวมถึงเส้นทางรถไฟความเร็วสูงระหว่างมาดริดและลิสบอน ส่วนระบบทางหลวงของสเปนได้รับการพัฒนาอย่างมากโดยมีทั้งทางด่วนและมอเตอร์เวย์ฟรี และระบบการจราจรทางอากาศถูกส่งผ่านสนามบินระหว่างประเทศและภูมิภาคหลายแห่งสนามบินที่ใหญ่ที่สุดคือสนามบินนานาชาติบาราคัสในมาดริด

ระบบน้ำประปา 

คุณภาพน้ำและความพร้อมใช้งานเป็นสิ่งที่ดีในสเปนโดยมีการเข้าถึงแบบสากลและมีน้ำประปามากกว่า 99.5% ที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับการดื่ม พื้นที่ทางตอนใต้ของสเปนประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำและอาจมีบางครั้งที่เทศบาลอาจ จำกัด ปริมาณการใช้น้ำ (เช่นห้ามรดน้ำสวนหรือล้างรถโดยใช้น้ำประปาสาธารณะ)

ระบบไฟฟ้า

แหล่งจ่ายไฟฟ้าในสเปนส่วนใหญ่คือ 220 โวลต์ AC ความถี่ 50 เฮิรตซ์ (รอบ) อย่างไรก็ตามบางพื้นที่ยังคงมีแหล่งจ่ายไฟ 110 โวลต์และยังเป็นไปได้ที่จะพบระบบแรงดันไฟฟ้าคู่ 110 และ 220 โวลต์ในบ้านหลังเดียวกันหรือในห้องเดียวกัน โปรดทราบว่าเครื่องใช้ส่วนใหญ่ เช่น โทรทัศน์ที่ผลิตสำหรับ 240 โวลต์จะทำงานด้วยแหล่งจ่ายไฟ 220 โวลต์

ระบบโทรศัพท์

เบอร์ติดต่อฉุกเฉินในประเทศสเปน

112 – หมายเลขฉุกเฉิน คือ ตำรวจ ดับเพลิง รถพยาบาล ที่สำคัญมีบริการด้านหลายภาษา

963 695 899 – หมายเลขติดต่อตำรวจจราจร

96 525 2525 – หมายเลขติดต่อบริการรถฉุกเฉินจากสภากาชาดในประเทศสเปน

ที่มา:

Wikipedia website: https://th.wikipedia.org/

Time and Date Website: https://www.timeanddate.com/

Educate Park Website: https://www.educatepark.com/

Expatica Website: https://www.expatica.com/ 

Scroll to Top