ข้อมูลประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อมูลประเทศสวิตเซอร์แลนด์

(Switzerland)


สวิตเซอร์แลนด์ (อังกฤษ: Switzerland; เยอรมัน: die Schweiz; ฝรั่งเศส: la Suisse; อิตาลี: Svizzera; โรแมนช์: Svizra) มีชื่อทางการว่า สมาพันธรัฐสวิส (อังกฤษ: Swiss Confederation; ละติน: Confoederatio Helvetica) เป็นประเทศขนาดเล็กที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และตั้งอยู่ในทวีปยุโรปตะวันตก โดยมีพรมแดนติดกับ ประเทศเยอรมนี ประเทศฝรั่งเศส ประเทศอิตาลี ประเทศออสเตรีย และประเทศลิกเตนสไตน์ นอกจากจะมีความเป็นกลางทางการเมืองแล้ว สวิตเซอร์แลนด์นับว่ามีการร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติหลายแห่ง นอกจากนี้ลักษณะของประเทศยังคล้ายกับประเทศเบลเยียม

ภูมิศาสตร์ (Geography)

พื้นที่มากกว่า 70% เป็นเขตภูเขา คือ เทือกเขาแอลป์ มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำโรน แม่น้ำทิซิโน และแม่น้ำอิน ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมีเพียง หินแกรนิต หินปูน และหินที่ใช้ในการก่อสร้างเท่านั้น

สภาพภูมิอากาศ

  • ช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดกรกฎาคม (20 ° C เฉลี่ย)
  • ช่วงเดือนที่หนาวเย็นที่สุดมกราคม (1 ° C เฉลี่ย)
  • ช่วงเดือนที่มีฝนตกชุกที่สุดกรกฎาคม (เฉลี่ย 0 มม.)
  • ช่วงเดือนมีนาคมที่มีลมแรงที่สุด (8 กม. / ชม. โดยเฉลี่ย)

โซนเวลา

Daylight Savings time ตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม เวลาในสวิตเซอร์แลนด์จะเปลี่ยนจาก GMT+1 เป็น GMT+2 (ช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ) โดยเริ่มตั้งแต่คืนวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เวลา 02.00 น. ใช้เวลา GMT+2 และตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ สุดท้ายของเดือนตุลาคม เวลา 03.00 น. ใช้เวลา GMT+1

การเมืองการปกครอง

ในแต่ละรัฐมีรัฐธรรมนูญ และ รัฐบาลท้องถิ่นของตนเองโดยมีอิสระจากการบริหารราชการของส่วนกลาง อำนาจนิติบัญญัติของสมาพันธ์ฯ อยู่ที่รัฐสภาแห่งสมาพันธ์ (Federal Assembly)

รัฐและดินแดน (State and Territory)

 นับตั้งแต่ ค.ศ. 1848 (พ.ศ. 2391) สวิตเซอร์แลนด์ได้เริ่มใช้ระบบการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา แต่มีลักษณะการรวมตัวของรัฐต่าง ๆ อยู่ภายใต้รัฐบาลกลาง เรียกว่า สมาพันธรัฐ ซึ่งประกอบด้วย 26 รัฐ (อังกฤษ: cantons, เยอรมัน: Kanton) ได้แก่

  • รัฐอาร์เกา (เยอรมัน: Aargau) เป็นหนึ่งในรัฐที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำอาเร จึงเป็นที่มาของชื่อรัฐที่เรียกว่า Aar-gau ที่หมายถึง เขตอาเร เป็นหนึ่งในรัฐที่มีความหนาแน่นประชากรมากที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ มีเมืองหลวงคือ อาเรา
  • รัฐอัพเพินท์เซลล์เอาส์เซอร์โรเดิน (เยอรมัน: Appenzell Ausserrhoden) เป็นรัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมืองหลวงชื่อ เฮริเซา รัฐอัพเพินท์เซลล์เอาส์เซอร์โรเดินตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ติดกับรัฐซังคท์กัลเลินและรัฐอัพเพินท์เซลล์อินเนอร์โรเดิน
  • รัฐอัพเพินท์เซลล์อินเนอร์โรเดิน (เยอรมัน: Appenzell Innerrhoden) เป็นรัฐที่มีประชากรน้อยที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นรัฐที่มีพื้นที่น้อยที่สุดอันดับ 2 ของประเทศ โดยรัฐที่มีพื้นที่น้อยที่สุดคือ รัฐบาเซิล-ชตัดท์ เป็นรัฐสุดท้ายที่ยินยอมให้ผู้หญิงเลือกตั้งได้ เมื่อปี ค.ศ. 1991
  • บาเซิล-ลันท์ชัฟท์ (เยอรมัน: Basel-Landschaft) เป็น 1 ใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองหลวงรัฐชื่อเมืองลีสทาล มีชายแดนติดกับรัฐบาเซิล-ชตัดท์ รัฐโซโลทวร์น รัฐฌูว์รา และรัฐอาร์เกา ยังติดกับแคว้นกร็องแต็สต์ของฝรั่งเศส และติดกับรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์คของเยอรมนี
  • รัฐบาเซิล-ชตัดท์ (เยอรมัน: Basel-Stadt) เป็น 1 ใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐแห่งนี้มีสถานะเป็นนครรัฐ ตั้งอยู่ชายแดนทางเหนือติดกับประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส ด้วยพื้นที่เพียง 37 ตารางกิโลเมตรทำให้รัฐแห่งนี้เป็นรัฐขนาดเล็กที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์
  • รัฐแบร์น (เยอรมัน: Bern; ฝรั่งเศส: Berne) เป็นรัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งทางด้านพื้นที่และประชากร ตั้งอยู่ทางตะวันตก-กลางของประเทศ อยู่ติดกับรัฐฌูว์ราและรัฐโซโลทวร์นทางทิศเหนือ ติดกับรัฐเนอชาแตล รัฐฟรีบูร์ และรัฐโว ทางทิศตะวันตก ติดกับรัฐวาเลทางทิศใต้ ติดกับรัฐอูรี รัฐนิดวัลเดิน รัฐออบวัลเดิน รัฐลูเซิร์น และรัฐอาร์เกา ทางทิศตะวันออก
  • รัฐฟรีบูร์ (ฝรั่งเศส: Fribourg) เป็นรัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศ มีเมืองหลวงของรัฐคือเมืองฟรีบูร์ ชื่อ Fribourg เป็นภาษาฝรั่งเศส ในขณะที่ Freiburg นั้นเป็นภาษาเยอรมัน ใช้เป็นชื่อของทั้งรัฐและเมือง
  • สาธารณรัฐแห่งรัฐเจนีวา (ฝรั่งเศส: République et Canton de Genève; เยอรมัน: Republik und Kanton Genf) เป็น 1 ใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในภูมิภาครอม็องดีทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ มีพรมแดนเกือบทั้งหมดติดกับประเทศฝรั่งเศส ประชากรเกือบทั้งหมดในรัฐนี้จึงพูดภาษาฝรั่งเศส
  • รัฐกลารุส (เยอรมัน: Glarus) เป็นรัฐทางตะวันออก ตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองหลวงคือ กลารุส รัฐมีประชากร 39,217 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2011) จากข้อมูลประชากรปี ค.ศ. 2007 มีประชากรชาวต่างชาติ 7,314 คน หรือคิดเป็น 19.13% ของประชากรทั้งหมด ส่วนข้อมูลประชากรปี ค.ศ. 2000 ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ (44%) และโรมันคาทอลิก (37%) ประชากรพูดภาษาเยอรมัน 83.6% และพูดภาษาอิตาลี 6.8%
  • รัฐเกราบึนเดิน (เยอรมัน: Graubünden; อิตาลี: Grigioni ; โรแมนช์: Grischun) เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ติดกับรัฐตีชีโน รัฐอูรี รัฐกลารุส รัฐซังคท์กัลเลิน มีเมืองหลวงชื่อ คูร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นรีเชียแห่งจักรวรรดิโรมันโบราณ พวกแฟรงก์เข้ายึดครองในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 6 ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเยอรมนี เข้าร่วมอยู่ในสมาพันธรัฐสวิสใน ค.ศ. 1803
  • สาธารณรัฐและรัฐฌูว์รา (อังกฤษ: Republic and Canton of the Jura; ฝรั่งเศส: République et Canton du Jura) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นรัฐที่ใหม่ที่สุดใน 26 รัฐของสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1979 ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีเมืองหลวงคือเมือง เดอเลมง มีชายแดนติดกับรัฐบาเซิล-ลันท์ชัฟท์ รัฐแบร์น และจังหวัดดูของฝรั่งเศส
  • รัฐลูเซิร์น (อังกฤษ: Canton of Lucerne; เยอรมัน: Kanton Luzern) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ มีเมืองศูนย์กลางอยู่ที่นครลูเซิร์นซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของรัฐโดยอยู่ติดกับทะเลสาบลูเซิร์น ทางใต้ของรัฐลูเซิร์นยังเป็นที่ตั้งของชีวมณฑลเอ็นท์เลอบูคแห่งองค์การยูเนสโกซึ่งเป็นเขตสงวนทางธรรมชาติขนาดยักษ์ซึ่งตั้งอยู่เชิงเทือกเขาแอลป์ พื้นที่ส่วนใหญ่ในรัฐลูเซิร์นเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ซึ่งถือเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของรัฐ เช่น ปลูกข้าวโพด, ผลไม้ และการผสมพันธุ์วัว เป็นต้น ภายในรัฐลูเซิร์นก็มีอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม, เครื่องจักรกล, กระดาษ, ไม้, ยาสูบ และโลหการ ลูเซิร์นยังเป็นแหล่งที่เที่ยวที่นิยมในช่วงวันหยุดจากการที่อยู่ใกล้กับเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบลูเซิร์น ประชากรร้อยละ 70 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อีกร้อยละ 11 นับถือคริสตจักรสวิส และที่เหลือนับถือนิกายออร์ทอดอกซ์
  • รัฐเนอชาแตล (ฝรั่งเศส: Canton de Neuchâtel, สัทอักษรสากล: [kɑ̃tɔ̃ də nøʃɑtɛl]) เป็นรัฐในภาครอมังดีทางตะวันตกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส จากข้อมูลปี ค.ศ. 2007 มีประชากร 169,782 คน โดยประชากร 39,654 คน (หรือ 23.4%) เป็นชาวต่างชาติ เมืองหลวงของรัฐคือเมืองเนอชาแตล
  • รัฐนิดวัลเดิน (เยอรมัน: Nidwalden) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ มีประชากร 40,287 คน (ค.ศ. 2007) โดยประชากร 4,046 คน (หรือราว 10%) เป็นชาวต่างชาติ[2] เมืองหลวงของคือ ชตันส์
  • รัฐออบวัลเดิน (เยอรมัน: Kanton Obwalden) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศ มีเมืองหลวงคือซาร์เนิน เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 19 และมีประชากรมากที่สุดเป็นลำดับที่ 24 จาก 26 รัฐสวิส
  • รัฐชัฟเฮาเซิน (เยอรมัน: Kanton Schaffhausen) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของประเทศติดกับพรมแดนประเทศเยอรมนี มีเมืองศูนย์กลางอยู่ที่นครชัฟเฮาเซิน รัฐชัฟเฮาเซินในสมัยกลางมีสถานะเป็นนครรัฐ ตามเอกสารพบว่ารัฐชัฟเฮาเซินเริ่มใช้เงินเหรียญเป็นของตนเองตั้งแต่ปี ค.ศ. 1045 ซึ่งในขณะนั้นดินแดนในแถบนี้มีชื่อเรียกว่า วิลลาสกัฟฮูซูน (Villa Scafhusun)[2] ต่อมาในปี ค.ศ. 1049 เคานต์เอเบอร์ฮาร์ด ฟอน เนลเลินบูร์ก ได้สร้างอารามเบเนนิกต์ขึ้นซึ่งนำไปสู่วิถีชุมชนที่พัฒนาขึ้นจนมีอิสรภาพเป็นของตนเองในปี ค.ศ. 1190 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1330 รัฐแห่งนี้ก็สูญเสียดินแดนทั้งหมดและอิสรภาพแก่ราชวงศ์ฮับส์บูร์ก อย่างไรก็ตาม ในปี ค.ศ. 1418 ได้ใช้เงินซื้ออิสรภาพของตนเองมาจากฮับส์บูร์ก และประกาศตนเป็นพันธมิตรของสมาพันธรัฐสวิสในปี ค.ศ. 1454 และในปี ค.ศ. 1501 ก็ได้เข้าร่วมสมาพันธรัฐสวิสอย่างเป็นทางการ ถือเป็นรัฐที่เข้าร่วมสมาพันธ์เป็นลำดับที่ 12 ประชากรร้อยละ 88 พูดภาษาเยอรมัน
  • รัฐชวีซ (เยอรมัน: Schwyz) เป็นรัฐตอนกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ทางทิศใต้ ทะเลสาบลูเซิร์นทางทิศตะวันตกและทะเลสาบซูริกทางทิศเหนือ มีเมืองหลวงของรัฐคือ ชวีซ เป็นรัฐมีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในรัฐก่อตั้งของสวิตเซอร์แลนด์
  • โซโลทวร์น (เยอรมัน: Solothurn) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมืองหลวงคือเมืองโซโลทวร์น
  • ซังคท์กัลเลิน (เยอรมัน: Gallen, Sankt Gallen), แซ็ง-กาล (ฝรั่งเศส: Saint-Gall) หรือ ซันกัลโล (อิตาลี: San Gallo) เป็นรัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีพื้นที่ 2,026 กม² มีประชากร 483,101 คน (ข้อมูลวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2011) จากข้อมูลปี ค.ศ. 2007 มีชาวต่างชาติ 97,461 คนหรือคิดเป็น 20.9% ของประชากรทั้งหมด
  • ทัวร์เกา (เยอรมัน: Thurgau) เป็นรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2011 มีประชากร 250,640 คน จากข้อมูลปี ค.ศ. 2007 มีประชากรชาวต่างชาติ 47,390 คน (หรือ 19.9% ของจำนวนประชากร)[2] เมืองหลวงของรัฐคือเมือง เฟราเอินเฟ็ลท์
  • ตีชีโน (อิตาลี: Ticino, <onlyinclude>เสียงอ่านภาษาอิตาลี: [tiˈtʃiːno]; เยอรมัน: Tessin [tɛˈsiːn]) เป็นรัฐทางใต้สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รัฐตีชีโนติดกับรัฐอูรีทางทิศเหนือ ติดกับรัฐวาเลทางทิศตะวันตก (ผ่านทางช่องเขาโนเวนา) ติดกับรัฐเกราบึนเดินทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับแคว้นปีเยมอนเตและแคว้นลอมบาร์เดียของอิตาลีทางทิศใต้ รัฐตั้งชื่อตามแม่น้ำตีชีโน เป็นรัฐเดียวของสวิตเซอร์แลนด์ที่ใช้ภาษาทางการเป็นภาษาอิตาลี
  • รัฐอูรี (เยอรมัน: Kanton Uri) เป็นหนึ่งใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาพันธรัฐสวิส ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อาณาเขตของรัฐครอบคลุมพื้นที่หุบเขาลุ่มแม่น้ำร็อยส์ ระหว่างช่องเขาก็อทฮาร์ทกับทะเลสาบลูเซิร์น ภาษาทางการของรัฐอูรีคือ ภาษาเยอรมัน แต่ภาษาพูดส่วนใหญ่คือ ภาษาเยอรมันถิ่นสวิส ที่เรียกว่า “อูเนอร์เยอรมัน” (Urner German) รัฐอูรีเป็นรัฐเดียวที่เด็ก ๆ ในโรงเรียนจะต้องเรียนภาษาอิตาลีเป็นภาษาต่างประเทศภาษาแรก แต่ในปี 2005/2006 เปลี่ยนมาเป็นภาษาอังกฤษแทน เช่นเดียวกับรัฐส่วนใหญ่ ประชากรของรัฐมีราว 35,000 คน และจำนวน 3,046 คน (หรือ 8.7%) เป็นชาวต่างชาติ
  • รัฐวาเล (ฝรั่งเศส: Valais) เป็น 1 ใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นต้นน้ำของแม่น้ำโรน เป็นสถานีที่มีรีสอร์ตสกี ประกอบด้วย 13 เขต โดยมีเมืองหลวงคือเมืองซียง
  • รัฐโว (ฝรั่งเศส: Canton de Vaud) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นรัฐที่มีประชากรมากสุดเป็นอันดับสาม และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในประเทศ รัฐโวตั้งอยู่ในภาครอม็องดีซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักเนื่องจากมีพรมแดนทางตะวันตกติดกับแคว้นบูร์กอญ-ฟร็องช์-กงเตของประเทศฝรั่งเศส เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่สุดของรัฐคือโลซาน ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็น “เมืองหลวงโอลิมปิก” โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล[4] และยังเป็นที่ตั้งขององค์กรทางการกีฬาระหว่างประเทศหลายแห่ง รัฐโวมีประชากรทั้งสิ้น 725,944 คนในปี ค.ศ. 2011 และรัฐโวเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในสวิตเซอร์แลนด์ ไวน์ส่วนมากที่ผลิตในรัฐนี้เป็นไวน์ขาว แหล่งผลิตไวน์ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของทะเลสาบเจนีวาซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของรัฐ แหล่งผลิตไวน์นี้เรียกว่า ไร่องุ่นขั้นบันไดลาโว (Lavaux Vineyard Terraces) และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
  • รัฐซูค (เยอรมัน: Zug) เป็นหนึ่งใน 26 รัฐของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ มีเมืองหลวงคือเมือง ซูค รัฐมีพื้นที่ 239 กม² เป็นหนึ่งในรัฐที่มีพื้นที่น้อยที่สุด เมืองนี้ค่อนข้างเล็ก แต่มีความหลากหลายมากและเป็นเรื่องง่ายที่จะเดินทางไปรอบๆ เนื่องจากทางเลือกในการคมนาคมสาธารณะที่ยอดเยี่ยม เมืองแห่งนี้มีวัฒนธรรมหลากหลายและเป็นที่อยู่ของผู้คนจากทั่วโลก เมืองเก่าของเมืองมีทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบ Zug และทัศนียภาพภูเขาที่สวยงาม
  • ซือริช (เยอรมัน: เกี่ยวกับเสียงนี้ Zürich (วิธีใช้ข้อมูล) ) หรือ ซูริก (อังกฤษ: Zurich) เป็นรัฐในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ มีเมืองหลวงของรัฐคือเมืองซือริช ภาษาราชการใช้ภาษาเยอรมันแต่คนพื้นเมืองพูดสำเนียงท้องถิ่นที่เรียกว่า Züritüütsch และรัฐซือริชอยู่บริเวณตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ โดยมีทิศเหนือติดกับรัฐชัฟเฮาเซิน ทิศตะวันตกติดรัฐอาร์เกา ทิศใต้ติดรัฐซุกและชวีซ ส่วนทางตะวันออกติดกับรัฐทัวร์เกาและซังคท์กัลเลิน นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบซือริชซึ่งบริเวณเกือบทั้งหมดอยู่ภายในรัฐ

รัฐเหล่านี้มีประชากรเป็นจำนวนระหว่าง 15,000 คน (รัฐอัพเพินท์เซลล์ อินเนอร์โรเดิน) และ 1,253,500 คน (รัฐซือริช) และมีขนาดพื้นที่ระหว่าง 37 ตารางกิโลเมตร (รัฐบาเซิล-ชตัดท์) และ 7,105 ตารางกิโลเมตร (รัฐเกราบึนเดิน) รัฐแต่ละแห่งจะมีเทศบาล (อังกฤษ: communes, เยอรมัน: Gemeinden) รวมทั้งหมด 2,889 เขตเทศบาล

โครงสร้างทางเศรษฐกิจ (Economy)

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 – 20 ได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ การจ้างงานในภาคเกษตรกรรมลดลงจากร้อยละ 60 ของปี ค.ศ. 1850 เหลือเพียงร้อยละ 30 ในปี ค.ศ. 1911 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา มีแรงงานเพียงร้อยละ 5 ที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ส่วนภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีบทบาทตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 และภาคบริการเริ่มเข้ามาตั้งแต่ช่วงทศวรรษแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงปี ค.ศ. 1991 – 1996 เป็นผลจากมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดของสวิตเซอร์แลนด์เองและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักของสวิตเซอร์แลนด์ และในช่วงปี ค.ศ. 1997 – 1999 สภาวะเศรษฐกิจสวิตเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องในอัตราร้อยละ 1.8 ต่อปี มาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ธนาคารชาติสวิสนำมาใช้ทำให้ค่าของเงินฟรังก์สวิตลดลงเกือบร้อยละ 10 รวมทั้งสภาวะการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยที่เอื้อให้การส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันภาวะการจ้างงานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นก็ช่วยให้การบริโภคภายในประเทศสูงขึ้นด้วย

ศาสนา (Religion)

ศาสนาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้กำหนดศาสนาประจำชาติไว้ แต่อย่างไรก็ตามรัฐส่วนใหญ่ในประเทศ (ยกเว้นรัฐ Geneva และ Neuchâtel) ต่างก็มีโบสถ์ประจำรัฐ ซึ่งประชากรในประเทศจะนับถือศาสนาคริสต์เป็นส่วนใหญ่แบ่งเป็น นิกายโปแตสแตนท์ร้อยละ 42.5 และนิกายคาทอลิก ร้อยละ 41 และอื่น ๆ

สกุลเงิน

ฟรังก์สวิส (CHF) เป็นสกุลเงินทางการเพียงสกุลเดียวในสวิตเซอร์แลนด์ (และในลิกเตนสไตน์) ฟรังก์เป็นสกุลเงินเดียวที่ยอมรับทุกที่ ยูโรเป็นสกุลเงินในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลีและออสเตรียและในหลายประเทศในยุโรป

เชื้อชาติ

ในวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 ประชากรประมาณ 7,908,000 ล้านคน เป็นชาวสวิตเยอรมันร้อยละ 65 สวิตฝรั่งเศสร้อยละ 18 สวิตอิตาเลียน ร้อยละ 10 โรมานช์ ร้อยละ 1 อื่น ๆ ร้อยละ 9

วัฒนธรรม (Culture)

วัฒนธรรมของชาวสวิสมีความโดดเด่นด้วยความหลากหลายเนื่องจากประเทศนี้ตั้งอยู่บนทางแยกของวัฒนธรรมยุโรปที่โดดเด่นหลายประการ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่พูดได้หลายภาษาเช่นกันเนื่องจากต่างก็เป็นภาษาประจำชาติ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลีและโรมัน นอกจากนี้ยังมีการพูดภาษาถิ่นมากมายในทุกภูมิภาค แต่ละรัฐมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกันไปในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเนื่องจากแต่ละเขตและเทศบาลมีเอกราชทางวัฒนธรรม ดังนั้นในปัจจุบันประเทศสวิตเซอร์แลนด์จึงมีประเพณีการดำรงชีวิตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตลอดจนประเพณีท้องถิ่น เทือกเขาแอลป์สวิสมีบทบาทสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์

วัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ยังมีชื่อเสียงในด้านศิลปะและงานฝีมือ: ส่วนใหญ่การผลิตนาฬิกา อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสได้รับชื่อเสียงที่น่ายกย่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์นาฬิกานานาชาติใน La-Chaux-de-Fond จัดแสดงคอลเลคชันนาฬิกาจำนวนมากถึง 4,500 เรือนรวมทั้งนาฬิกาแขวนมากกว่า 700 เรือน แม้ว่าอาจมีเสียงรบกวนจากการกดนาฬิกา แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ที่ผ่อนคลายในการเยี่ยมชม

วัฒนธรรมสวิสยังแสดงถึงการทำอาหารของสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับนักชิมในชีวิตจริง คุณสามารถลิ้มรสอาหารประจำชาติจำนวนมากรวมทั้งอาหารประจำภูมิภาคจานพิเศษโดยไม่คำนึงว่าพวกเขาจะไปเยือนที่ใด และในขณะที่พูดถึงวัฒนธรรมของสวิสเราต้องพิจารณาว่าพวกเขารักษาประเพณีเก่าแก่ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว พวกเขารักษาประเพณีเหล่านั้นไว้ด้วยความภาคภูมิใจ พวกเขาแสดงดนตรีพื้นบ้านและเต้นรำสวมชุดประจำชาติและในระดับหนึ่งอาจดูเหมือนอนุรักษ์นิยมเกินไป และชาวสวิตเซอร์แลนด์มีฉากดนตรีที่กระตือรือร้นกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ดนตรีพื้นเมืองของอัลไพน์เบ่งบานในรูปแบบของทักษะและการเรียบเรียงที่ไม่ได้เขียน มันตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นเป็นเวลาหลายทศวรรษและหลายศตวรรษ ที่สำคัญดนตรีพื้นเมืองของสวิสโดยทั่วไปเป็นดนตรีเต้นรำที่มีชีวิตชีวา เครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ หีบเพลง (Schwyzeroergeli) ไวโอลินเบสไวโอลินขิมคลาริเน็ต (Jew’s harp) แน่นอนในบรรทัดนี้เราไม่ควรลืมเกี่ยวกับอัลฟอร์นซึ่งสมัยก่อนยังใช้เป็นเครื่องส่งสัญญาณในหมู่คนเลี้ยงสัตว์ด้วย ตามกฎแล้วทุกหมู่บ้านจะมีคณะนักร้องประสานเสียงหรือวงดนตรีพื้นเมืองเป็นอย่างน้อย

ภาษา

ภาษาราชการ มี 4 ภาษา คือ

  • เยอรมัน(ร้อยละ 64) เป็นภาษาที่มีการพูดกว้างขวางที่สุดในประเทศ ทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 19 รัฐใน 26 รัฐ
  • ฝรั่งเศส (ร้อยละ 19) คนส่วนใหญ่ที่พูดภาษาฝรั่งเศสในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นจะอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศ โดยมี 4 รัฐด้วยกันคือ เจนีวา, ชูรา, นิดวัลเดิน และโว และมีอีก 3 รัฐ (เบิร์น, ฟรีบูร์ก และวาเล) ที่ใช้ทั้งภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสในการสื่อสาร
  • อิตาเลียน (ร้อยละ 8 ) ทางภาคใต้ในรัฐทีชิโน และอีก 4 หมู่บ้านทางใต้ของรัฐเกราบึนเดิน
  • โรมันช์ (ร้อยละ 1) (Rhaeto-Romanic – ภาษาละตินโบราณ) ส่วนใหญ่จะถูกใช้ในรัฐเกราบึนเดินซึ่งใช้ภาษาในการสื่อสารมากถึง 3 ภาษา (ภาษาโรมาเนีย, ภาษาเยอรมัน และภาษาอิตาลี) ซึ่งภาษาโรมาเนียนั้นจะคล้ายกับภาษาอิตาเลียนและฝรั่งเศส ซึ่งมีรากฐานของภาษามาจากละติน และยังใช้พูดกันในชนกลุ่มน้อยของมณฑล กริซองส์ (Grisons)
  • ภาษาอื่น ๆ ก็คือ ภาษาอังกฤษ ไม่ต้องกังวลไปเพราะคนที่นี่ก็พูดภาษาอังกฤษได้ทั่วไปโดยเฉพาะในเมืองและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

การคมนาคม

สวิตเซอร์แลนด์มีเครือข่ายถนนและทางรถไฟที่หนาแน่น เครือข่ายระบบขนส่งสาธารณะของสวิสมีความยาวรวม 24,500 กิโลเมตรและมีสถานีและจุดจอดมากกว่า 2,600 แห่ง

การข้ามเทือกเขาแอลป์เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการคมนาคมของยุโรปเนื่องจากเทือกเขาแอลป์แยกยุโรปเหนือออกจากยุโรปใต้ เส้นทางรถไฟอัลไพน์เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1882 ด้วยรถไฟก็อทธาร์ดที่มีอุโมงค์รถไฟกลางกอทธาร์ดตามมาในปี ค.ศ. 1906 โดยอุโมงค์ซิมพลิงและอุโมงค์เลิทช์เบิร์กในปี ค.ศ. 1913 ในฐานะส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายใหม่ผ่านเทือกเขาแอลป์ (NRLA) ในปี ค.ศ. 2007 ฐาน Lötschberg อุโมงค์เปิดและในปีค.ศ. 2016 Gotthard Base Tunnel เปิดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2016 และสำหรับเครือข่ายถนนของสวิสได้รับเงินสนับสนุนจากค่าผ่านทางและภาษียานพาหนะ ระบบมอเตอร์เวย์ของสวิสกำหนดให้ต้องซื้อดิสก์ภาษีถนนซึ่งมีราคา 40 ฟรังก์สวิสเป็นเวลาหนึ่งปีปฏิทินเพื่อใช้สัญจรทั้งรถยนต์นั่งและรถบรรทุก เครือข่ายมอเตอร์เวย์ของสวิสมีความยาวรวม 1,638 กิโลเมตร (ณ ปีค.ศ. 2000) และยังมีพื้นที่ 41,290 ตร.กม. ซึ่งเป็นหนึ่งในความหนาแน่นของมอเตอร์เวย์ที่สูงที่สุดในโลก

สนามบินซูริกเป็นประตูการบินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์โดยรองรับผู้โดยสารได้ 24.9 ล้านคนในปีค.ศ. 2013 สนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองคือ Geneva Cointrin รองรับผู้โดยสารได้ 14.4 ล้านคน และ Euro Airport Basel Mulhouse Freiburg ที่ใหญ่เป็นอันดับสามผู้โดยสาร 6.5 ล้านคน สนามบินทั้งสองแห่งใช้ร่วมกันกับฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ได้อนุมัติเงินหลายพันล้านฟรังก์สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งสาธารณะ การแบ่งรูปแบบสำหรับระบบขนส่งสาธารณะเป็นหนึ่งในสิ่งที่สูงที่สุดในยุโรปโดยอยู่ที่ 21.3% ในปีค.ศ. 2010  ในหลาย ๆ เมืองที่มีประชากรมากกว่า 100,000 คนการแบ่งโมดอลสำหรับระบบขนส่งสาธารณะนั้นสูงกว่า 50%

ระบบน้ำประปา 

น้ำประปาในสวิตเซอร์แลนด์มีความบริสุทธิ์อุดมไปด้วยแร่ธาตุและปลอดภัยต่อการดื่มอันที่จริงแล้วมักจะดีพอ ๆ กับของที่ซื้อเป็นขวด ๆ อย่างไรก็ตามอย่าคาดหวังว่าจะได้ฟรีในร้านอาหาร น้ำดื่มบรรจุขวด (ทั้งแบบนิ่งหรือแบบมีฟอง) เป็นเรื่องปกติ

ระบบไฟฟ้า

กระแสไฟฟ้าในสวิตเซอร์แลนด์คือ 230V, 50Hz ซ็อกเก็ตของสวิสปิดภาคเรียนเป็นสามรูรูปหกเหลี่ยมและไม่สามารถใช้ได้กับปลั๊กหลายตัวจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามโดยปกติแล้วจะใช้ปลั๊กสองง่ามมาตรฐานของยุโรป

ระบบโทรศัพท์

  • รหัสประเทศของสวิตเซอร์แลนด์คือ +41
  • หมายเลขโทรศัพท์ในสวิสส่วนใหญ่มี 7 หลักนำหน้าด้วยรหัสพื้นที่ 2 หลัก:
  • โทรหา CERN จากต่างประเทศ: 00 + 41-22-767-6111
  • โปรดทราบว่าคุณต้องกด 0 เมื่อโทรเข้าโทรศัพท์สวิสเครื่องอื่นโดยไม่คำนึงถึงรหัสพื้นที่:
  • หากต้องการโทรไปที่ CERN จากโทรศัพท์สวิสเครื่องอื่น: 022-767-6111

ที่มา:

Wikipedia Website: https://th.wikipedia.org/

Google Sites: https://sites.google.com/

Time and Date Website: https://www.timeanddate.com/

My Swiss Alps Website: https://www.myswissalps.com/

Switzerland Tour Website: https://switzerland-tour.com/

Lonely Planet Website: https://www.lonelyplanet.com/

USCMS Web Cern Ch Website: http://uscms.web.cern.ch/

Scroll to Top