เดอะเบสท์ ศูนย์ภาษาและแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศครบวงจร

Wilfrid Laurier International College หรือที่เรียกโดยย่อว่า WLIC เป็นวิทยาลัยสำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการเตรียมความพร้อมและเริ่มต้นการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา โดยทำหน้าที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อเข้าสู่หลักสูตรปริญญาตรีของ Wilfrid Laurier University มหาวิทยาลัยรัฐบาลในรัฐออนแทรีโอที่มีประวัติด้านการศึกษายาวนานมากกว่า 110 ปี
สถาบันเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและ Navitas ซึ่งเป็นองค์กรการศึกษานานาชาติที่มีประสบการณ์ด้านการจัดหลักสูตรเตรียมความพร้อมและ University Pathway ในหลายประเทศทั่วโลก ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการประกาศในเดือนมีนาคม 2021 และสถาบันเปิดรับนักเรียนกลุ่มแรกจำนวน 21 คนจาก 12 ประเทศในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน จึงสามารถกล่าวได้ว่าสถาบันเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในปี 2021
สถาบันแห่งนี้ไม่ใช่โรงเรียนมัธยมแบบ Boarding School ไม่ใช่ International School ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา และไม่ใช่มหาวิทยาลัยอิสระที่ออกวุฒิปริญญาตรีภายใต้ชื่อของตนเอง แต่เป็น International Pathway College หรือวิทยาลัยเตรียมความพร้อมเข้าสู่มหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนนานาชาติ
หน้าที่สำคัญของวิทยาลัยคือการช่วยให้นักเรียนที่ยังไม่พร้อมสมัครเข้าปริญญาตรีโดยตรง ไม่ว่าจะด้วยคุณวุฒิทางการศึกษา ระดับภาษาอังกฤษ หรือความพร้อมด้านทักษะการเรียน สามารถเริ่มต้นในหลักสูตรที่มีโครงสร้างชัดเจน ได้รับการดูแลมากกว่าการเข้าสู่มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ทันที และค่อย ๆ พัฒนาความพร้อมก่อนเข้าสู่ชั้นปีที่สูงขึ้นของมหาวิทยาลัย
นักเรียนจึงไม่ได้เรียนเพียงหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือหลักสูตรเตรียมมหาวิทยาลัยทั่วไปเท่านั้น แต่ในกรณีของ International Year One นักเรียนจะเรียนรายวิชาทางวิชาการที่สามารถนับเป็นหน่วยกิตปีแรกของปริญญาตรีได้ เมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์ของสาขาที่เลือก นักเรียนสามารถเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปเริ่มปริญญาตรีปีแรกใหม่
หลักสูตรสำคัญของวิทยาลัยแบ่งออกเป็นหลายเส้นทางตามพื้นฐานของผู้สมัคร โดยหลักสูตร Foundation หรือ UTP Stage I เหมาะสำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาประมาณ Year 11 หรือมีคุณวุฒิเทียบเท่า แต่ยังต้องการเตรียมพื้นฐานก่อนเรียนรายวิชาระดับมหาวิทยาลัย หลักสูตรมีระยะเวลาปกติ 2 ภาคการศึกษาและประกอบด้วย 8 รายวิชา เมื่อเรียนผ่านตามเงื่อนไขจึงสามารถเข้าสู่ International Year One ได้
ส่วน International Year One หรือ UTP Stage II เหมาะสำหรับผู้ที่สำเร็จ Year 12 หรือมัธยมศึกษาตอนปลายตามเกณฑ์ของสถาบัน หลักสูตรใช้เวลาปกติ 3 ภาคการศึกษา นักเรียนเรียนรายวิชาระดับมหาวิทยาลัยจำนวนอย่างน้อย 10 รายวิชา คิดเป็น 5.0 หน่วยกิต เมื่อเรียนครบและมีผลการเรียนตามเกณฑ์ของคณะหรือสาขา จะสามารถโอนเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยได้
สถาบันยังมี Academic Transition Pathway Program หรือ ATP สำหรับผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์ทางวิชาการของมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังมีภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์เข้ามหาวิทยาลัยโดยตรง โปรแกรมนี้รองรับผู้ที่มี IELTS ประมาณ 5.0-6.0 หรือเทียบเท่า โดยระยะเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิตที่โอนได้ขึ้นอยู่กับระดับภาษาอังกฤษของผู้เรียน
แนวคิดที่สถาบันใช้สื่อสารกับนักเรียนคือ “You Belong Here” ซึ่งสะท้อนเป้าหมายในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้นักเรียนนานาชาติรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนมหาวิทยาลัยตั้งแต่เริ่มต้น สถาบันให้ความสำคัญกับบริการเฉพาะสำหรับนักเรียนนานาชาติ เจ้าหน้าที่ดูแลที่เข้าใจความท้าทายของการย้ายประเทศ และพื้นที่ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถขอคำแนะนำได้สะดวก
ระบบการเรียนของวิทยาลัยจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการช่วยให้นักเรียนสอบผ่าน แต่ให้ความสำคัญกับทักษะที่ต้องใช้จริงในมหาวิทยาลัยแคนาดา เช่น การเขียนเชิงวิชาการ การค้นคว้า การอ้างอิงแหล่งข้อมูล การทำงานเป็นทีม การคิดวิเคราะห์ การนำเสนอ และการบริหารเวลา นักเรียนจะได้ปรับตัวกับรูปแบบการประเมินของมหาวิทยาลัยในสภาพแวดล้อมที่มีขนาดชั้นเรียนเล็กกว่าและมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
เมื่อเริ่มก่อตั้งในปี 2021 วิทยาลัยเปิดดำเนินการที่ Brantford Campus และคู่มือนักเรียนนานาชาติปี 2024/2025 ยังใช้ Brantford เป็นสถานที่ตั้งหลัก อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ทางการของสถาบันในปี 2026 ประกาศอย่างชัดเจนว่าวิทยาลัยได้ย้ายมายัง Waterloo Campus โดยสำนักงานตั้งอยู่ที่ Alumni Hall, 75 University Avenue West, Waterloo, Ontario
การย้ายมายัง Waterloo ทำให้นักเรียนของวิทยาลัยได้เริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยภายในแคมปัสหลักของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของคณะศิลปศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ Faculty of Music และ Lazaridis School of Business and Economics รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัย นักเรียนจึงสามารถเรียน ใช้พื้นที่ศึกษา ทำกิจกรรม และสร้างเครือข่ายกับนักศึกษามหาวิทยาลัยได้ตั้งแต่ปีแรก
หลังจากเรียนที่วิทยาลัยสำเร็จแล้ว สถานที่เรียนตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 เป็นต้นไปจะขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เลือก หลายสาขาเรียนต่อที่ Waterloo Campus ขณะที่บางหลักสูตรในกลุ่ม Human and Social Sciences เช่น Criminology, Health Studies, Game Design and Development และ Leadership อาจย้ายไปเรียนที่ Brantford Campus ตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 นักเรียนควรตรวจสอบ campus progression ของสาขาที่สนใจก่อนสมัครเสมอ
แม้สถาบันจะเป็นวิทยาลัยที่มีระบบการบริหารและบริการนักเรียนของตนเอง แต่นักเรียนจะได้เรียนอยู่ภายในสภาพแวดล้อมของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมีนักศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่า 20,000 คน เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีมากกว่า 100 หลักสูตร และมีนักเรียนนานาชาติกว่า 1,400 คนจากมากกว่า 100 ประเทศ
จุดแข็งของโครงสร้างนี้คือ นักเรียนได้รับการดูแลในรูปแบบของวิทยาลัย Pathway แต่ยังสามารถใช้ชีวิตและทำความคุ้นเคยกับระบบของมหาวิทยาลัยจริง ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียน ห้องสมุด กิจกรรมนักศึกษา บริการด้านอาชีพ หรือชุมชน Golden Hawk การเปลี่ยนผ่านจากวิทยาลัยเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 จึงมีความต่อเนื่องมากกว่าการเรียน Foundation ในสถาบันที่แยกออกจากมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง
จุดเด่นสำคัญที่สุดของวิทยาลัยคือการเป็นเส้นทางเข้าสู่มหาวิทยาลัยที่ออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ นักเรียนสามารถเริ่มจาก Foundation หากจบการศึกษาระดับประมาณ Year 11 หรือเริ่ม International Year One ได้เลยหากจบมัธยมศึกษาตอนปลายและมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์
สำหรับนักเรียน International Year One รายวิชาที่เรียนไม่ได้เป็นเพียงบทเรียนเตรียมความพร้อมแบบไม่มีหน่วยกิต แต่เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดปีแรกของปริญญาตรี นักเรียนที่เรียนครบ 10 รายวิชา ได้ 5.0 หน่วยกิต และผ่านเกณฑ์ของหลักสูตร จะเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยได้ ส่งผลให้ระยะเวลารวมของการเรียนปริญญาตรีไม่จำเป็นต้องยาวกว่าการสมัครมหาวิทยาลัยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เส้นทางตรง” ไม่ได้หมายความว่านักเรียนจะได้เลื่อนขึ้นปี 2 โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องรักษาผลการเรียน แต่ละสาขากำหนดวิชาบังคับและ GPA ที่แตกต่างกัน นักเรียนต้องผ่านทุกเงื่อนไขก่อนจึงจะได้รับอนุมัติให้เข้าสู่คณะหรือสาขาที่เลือก ความชัดเจนของเงื่อนไขนี้ช่วยให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถวางแผนได้ตั้งแต่ต้น
การเริ่มเรียนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศอาจเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะนักเรียนที่ไม่เคยเรียนในระบบตะวันตกมาก่อน ชั้นเรียนขนาดใหญ่ การบ้านที่ต้องค้นคว้าด้วยตนเอง และวิธีการประเมินที่เน้นการคิดวิเคราะห์อาจทำให้นักเรียนใช้เวลาปรับตัวมากกว่าที่คาดไว้
วิทยาลัยวางรูปแบบการเรียนให้มีสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนผู้เรียนและใช้ชั้นเรียนขนาดเล็กกว่าในหลายหลักสูตร ตัวอย่างเช่น หลักสูตร Business Administration ระบุว่านักเรียนจะเรียนพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์ การบัญชี คณิตศาสตร์และการสื่อสารในสภาพแวดล้อมที่มีชั้นเรียนขนาดเล็กกว่า ทำให้มีโอกาสถามคำถาม รับคำแนะนำ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้มากขึ้น
คู่มือนักเรียนของสถาบันยังเน้นการมีเจ้าหน้าที่และ Student Peer Mentors ที่ให้คำปรึกษาได้ทั้งแบบออนไลน์และแบบพบหน้า รวมถึงทีมแนะแนวที่ช่วยเรื่องการเลือกวิชา การวางแผนสาขา การสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อน และการดูแลตนเอง การสนับสนุนในระดับนี้เหมาะกับนักเรียนที่มีศักยภาพ แต่ต้องการเวลาและคำแนะนำเพื่อปรับตัวเข้ากับระบบมหาวิทยาลัย
สถาบันมีช่วงเปิดเรียนหลายครั้งในแต่ละปี ช่วยให้นักเรียนไม่จำเป็นต้องรอเริ่มเรียนเฉพาะเดือนกันยายน หลักสูตร Arts, Liberal Arts, Science และหลายสาขามี Intake ในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน ส่วนหลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรที่มีข้อจำกัดด้านลำดับวิชา เช่น Business Administration อาจเปิดรับเฉพาะบาง Intake จึงต้องตรวจสอบตารางล่าสุดเป็นรายหลักสูตร
ความยืดหยุ่นนี้เป็นประโยชน์สำหรับนักเรียนที่ต้องการใช้เวลาปรับคะแนนภาษาอังกฤษ รอผลการศึกษา เตรียมเอกสารการเงิน หรือดำเนินการขอวีซ่านักเรียน หากพลาดรอบหนึ่ง นักเรียนอาจสามารถเลื่อนไปยังรอบถัดไปได้โดยไม่จำเป็นต้องรอครบหนึ่งปี
นอกจากนี้ ระบบ Foundation, International Year One และ Academic Transition Pathway ยังช่วยให้สถาบันสามารถพิจารณาผู้สมัครตามความพร้อมจริง แทนที่จะใช้เส้นทางเดียวกับนักเรียนทุกคน ผู้ที่มีพื้นฐานวิชาการดีแต่ภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ และผู้ที่ต้องเสริมทั้งพื้นฐานวิชาการและภาษา จึงได้รับแผนการเรียนที่แตกต่างกัน
วิทยาลัยตั้งอยู่ภายใน Waterloo Campus ซึ่งเป็นแคมปัสหลักของมหาวิทยาลัย นักเรียนอยู่ใกล้ห้องเรียน ที่พัก พื้นที่อ่านหนังสือ ศูนย์บริการนักศึกษา ร้านอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย Waterloo Campus มีนักศึกษามากกว่า 17,500 คน แต่พื้นที่หลักของแคมปัสมีลักษณะกะทัดรัด ทำให้นักเรียนสามารถเดินระหว่างอาคารสำคัญได้สะดวก
หลังจากผ่านเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้ว นักเรียนในหลักสูตรที่มี Co-op และผ่านกระบวนการคัดเลือกจะมีโอกาสเรียนสลับกับการทำงานแบบได้รับค่าตอบแทน หลักสูตรปริญญาตรีมากกว่า 40 หลักสูตรของมหาวิทยาลัยมีตัวเลือก Co-op และโดยทั่วไปนักเรียนจะสมัครเข้าสู่ระบบหลังจากเรียนปีแรก Co-op ของหลายสาขาช่วยให้นักเรียนสะสมประสบการณ์ทำงานเต็มเวลาในแคนาดาได้ประมาณ 8-16 เดือน
สำหรับนักเรียนสายธุรกิจ Lazaridis School of Business and Economics มีระบบ Business Degree Co-op ขนาดใหญ่ โดยหลักสูตร BBA ผ่านวิทยาลัยระบุว่านักเรียนอาจมีโอกาสสะสมประสบการณ์ Co-op แบบได้รับค่าตอบแทนได้สูงสุด 16 เดือนหลังผ่านเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ Co-op ไม่ใช่สิทธิ์อัตโนมัติ นักเรียนต้องสมัครและผ่านเกณฑ์การแข่งขันของแต่ละโปรแกรม
วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมีบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเดินทางจนถึงการสำเร็จการศึกษา International Student Support ของมหาวิทยาลัยให้ความช่วยเหลือด้านการปรับตัว การปฐมนิเทศ คำแนะนำทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และประเด็นด้านตรวจคนเข้าเมืองโดยเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
นักเรียนสามารถเข้าร่วม Orientation เพื่อทำความรู้จักสถานที่เรียน ตารางเรียน บริการธนาคาร การเดินทาง ที่พัก และข้อควรรู้เกี่ยวกับสถานะวีซ่า นอกจากนี้ยังมี Ambassadors ของวิทยาลัยและชุมชนนักเรียนจากหลายประเทศที่ช่วยให้นักเรียนใหม่เริ่มสร้างเครือข่ายตั้งแต่วันแรก
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญสำหรับผู้ปกครองคือสถาบันประกาศทางเลือก รับประกันที่พักระยะเวลา 4 ปีสำหรับนักเรียนของวิทยาลัยภายใต้เงื่อนไขของสถาบัน ที่พักเป็นห้องชุดแบบ Apartment-style มีเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ส่วนกลาง ช่วยลดภาระเรื่องการหาที่พักใหม่ทุกปี โดยนักเรียนยังคงต้องยื่นใบสมัคร ชำระเงิน และปฏิบัติตามกำหนดเวลาที่ประกาศ
คุณภาพทางวิชาการของ WLIC ควรพิจารณาจากบทบาทของสถาบันในฐานะวิทยาลัย Pathway มากกว่าการเปรียบเทียบกับโรงเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบ เป้าหมายของ WLIC คือการทำให้นักเรียนสามารถเรียนรายวิชาปีแรกของมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ และมีความพร้อมเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 โดยไม่สูญเสียความต่อเนื่องของแผนการศึกษา
ใน International Year One นักเรียนต้องเรียนอย่างน้อย 10 รายวิชา รวม 5.0 หน่วยกิต รายวิชาที่เรียนสัมพันธ์กับสาขาที่ต้องการศึกษาต่อ เช่น นักเรียน Arts อาจเรียน Academic Writing, Psychology, Economics, Indigenous Studies และ Design Thinking ขณะที่นักเรียน Business Administration จะเรียนวิชาหลักอย่าง Business Environment, Financial Accounting, Microeconomics, Macroeconomics, Calculus และ Academic Writing
เงื่อนไขการเลื่อนเข้าสู่ปี 2 มีมาตรฐานแตกต่างกันตามหลักสูตร ตัวอย่างเช่น Arts กำหนดให้นักเรียนเรียนครบ 10 รายวิชาและมี GPA โดยรวมอย่างน้อย 4.00 หรือระดับ C- พร้อมผ่านวิชาเขียนตามที่กำหนด ส่วน Liberal Arts และ User Experience Design มีข้อกำหนดด้านรายวิชาและ CGPA เฉพาะของตนเอง
หลักสูตร BBA มีการแข่งขันสูงกว่าเส้นทางทั่วไป นักเรียนต้องมี GPA อย่างน้อย 7.00 หรือ B- ในกลุ่มวิชา Business และอย่างน้อย 5.00 หรือ C ในวิชาที่ไม่ใช่ Business พร้อมเรียนวิชาบังคับครบทั้งหมด แม้จะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ การรับเข้า BBA ยังขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งและผลการเรียนของผู้สมัครรายอื่นด้วย หากไม่ได้รับเลือกเข้า BBA นักเรียนอาจได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนไปยังสาขา Economics, Economics and Accounting หรือ Economics and Financial Management ที่สอดคล้องกับวิชาที่เรียนมา
ในแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบ ไม่พบการประกาศ อัตราสอบผ่านรวมของ WLIC หรืออัตราที่นักเรียน WLIC ทุกคนสามารถเข้าสู่ปี 2 เป็นตัวเลขเดียว จึงไม่ควรกล่าวอ้างเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จโดยไม่มีหลักฐาน เนื่องจากผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสาขา Intake รายวิชา และผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม คุณภาพของมหาวิทยาลัยปลายทางสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ เว็บไซต์ WLIC ระบุว่า Wilfrid Laurier University อยู่ในกลุ่ม Top 13% ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกตามข้อมูลที่สถาบันอ้างอิงจาก Times Higher Education ปี 2025 และอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยแบบ Comprehensive ชั้นนำของแคนาดาตาม Maclean’s
Laurier ยังรายงานว่า 88% ของนักเรียนนานาชาติที่สำเร็จการศึกษาในปี 2024 ได้งานทำหรือศึกษาต่อระดับสูงขึ้น มีนายจ้างมากกว่า 1,400 แห่งเข้าร่วมรับนักเรียน Co-op ในแต่ละปี และมีตำแหน่งงานมากกว่า 6,000 ตำแหน่งเผยแพร่ผ่านเครือข่ายของมหาวิทยาลัย ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ในระดับ Wilfrid Laurier University ไม่ใช่ผลเฉพาะของ WLIC แต่แสดงให้เห็นถึงทรัพยากรด้านอาชีพที่นักเรียนสามารถเข้าถึงหลังผ่านเข้าสู่มหาวิทยาลัยแล้ว
จุดแข็งของ WLIC จึงไม่ได้อยู่ที่การลดมาตรฐานเพื่อให้นักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ง่าย แต่เป็นการสร้างเส้นทางที่ช่วยให้นักเรียนค่อย ๆ พัฒนาความพร้อม มีอาจารย์และที่ปรึกษาคอยติดตาม และเข้าใจอย่างชัดเจนว่าต้องรักษาผลการเรียนระดับใดจึงจะไปถึงสาขาเป้าหมาย
Wilfrid Laurier International College ตั้งอยู่ภายใน Waterloo Campus ของ Wilfrid Laurier University เมือง Waterloo รัฐ Ontario ประเทศแคนาดา โดยสำนักงานของวิทยาลัยอยู่ที่ Alumni Hall, 75 University Avenue West, Waterloo, Ontario N2L 3C5
Waterloo เป็นเมืองที่มีบรรยากาศของเมืองมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของทั้ง Wilfrid Laurier University และ University of Waterloo ในขณะเดียวกันก็เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยี สตาร์ตอัป วิศวกรรม การเงิน และนวัตกรรม
เว็บไซต์ WLIC อธิบายว่า Waterloo อยู่ใจกลาง Canada’s Technology Triangle และเป็นส่วนสำคัญของ Toronto-Waterloo Corridor ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ ภูมิภาคนี้มีทั้งบริษัทที่เติบโตจากท้องถิ่นและสำนักงานของบริษัทระดับโลก เช่น Google, SAP, Oracle NetSuite และ OpenText
สภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะกับนักเรียนสาย Computer Science, Data Science, Business, Economics และ Technology Management เพราะนอกจากการเรียนในห้องเรียนแล้ว นักเรียนยังอยู่ใกล้เครือข่ายบริษัท งานกิจกรรมด้านเทคโนโลยี โอกาสฝึกงาน และตลาดงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร
Waterloo Campus มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษารวมกันมากกว่า 17,500 คน แต่พื้นที่หลักของแคมปัสมีขนาดประมาณหนึ่งบล็อกเมือง อาคารเรียน ที่พัก ร้านอาหาร ห้องสมุด ศูนย์กีฬา และพื้นที่กิจกรรมนักศึกษาจึงอยู่ใกล้กัน นักเรียนสามารถเดินระหว่างชั้นเรียนกับบริการสำคัญได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล
บริเวณรอบมหาวิทยาลัยมีร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา และบริการที่รองรับนักศึกษา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะ Grand River Transit เพื่อเดินทางไปยัง Kitchener, Uptown Waterloo ศูนย์การค้า สถานีรถไฟ และพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ของภูมิภาคได้
เมือง Waterloo ยังมีสวนสาธารณะ เส้นทางเดินและปั่นจักรยาน ศูนย์นันทนาการ กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม และงานของชุมชนตลอดปี จึงเป็นเมืองที่สามารถผสมผสานการเรียน การใช้ชีวิต และกิจกรรมนอกห้องเรียนได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในมหานครขนาดใหญ่ตลอดเวลา
สนามบินนานาชาติหลักที่นักเรียนจากประเทศไทยนิยมใช้คือ Toronto Pearson International Airport หรือ YYZ การเดินทางโดยรถยนต์จากสนามบินมายัง Waterloo Campus ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง โดยอาจนานขึ้นในช่วงที่การจราจรหนาแน่น
นักเรียนสามารถเลือกใช้รถรับส่งที่จองล่วงหน้า รถแท็กซี่ รถเช่า หรือบริการ Rideshare ส่วนผู้ที่ต้องการใช้ขนส่งสาธารณะสามารถวางแผนผ่าน GO Transit, VIA Rail และ Grand River Transit ตามตารางในวันที่เดินทาง เนื่องจากผู้ให้บริการ เส้นทางและค่าโดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนออกเดินทาง
อีกทางเลือกหนึ่งคือ Region of Waterloo International Airport หรือ YKF ซึ่งอยู่ใกล้ Waterloo มากกว่าและมีเที่ยวบินภายในประเทศกับบางเส้นทางระหว่างประเทศ นอกจากนี้ Air Canada มีบริการ Landline เชื่อมต่อระหว่าง YKF และ Toronto Pearson หลายเที่ยวต่อวัน แต่การใช้บริการดังกล่าวขึ้นอยู่กับสายการบินและรูปแบบการจองของผู้โดยสาร
Waterloo อยู่ห่างจาก Toronto โดยรถยนต์ประมาณ 60-90 นาที ขึ้นอยู่กับการจราจร จึงสามารถเดินทางไปยังเมืองใหญ่เพื่อท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรม หรือพบปะบริษัทและเครือข่ายทางธุรกิจได้ ขณะเดียวกัน ค่าใช้ชีวิตและบรรยากาศโดยทั่วไปยังแตกต่างจากการอาศัยอยู่ใจกลาง Toronto
นักเรียนยังสามารถเดินทางไปยัง Kitchener, Cambridge, Hamilton และ Niagara Falls ได้จากภูมิภาค Waterloo ทำให้มีโอกาสสัมผัสทั้งเมืองเทคโนโลยี เมืองอุตสาหกรรม ธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของรัฐออนแทรีโอ
ไม่ควรกล่าวว่าเมืองหรือแคมปัสใดปลอดภัย 100% แต่ Laurier มีระบบสนับสนุนความปลอดภัยที่ชัดเจน ได้แก่ Special Constable Service ซึ่งมีศูนย์สื่อสารเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แอป SAFEHawk สำหรับรับการแจ้งเตือนและติดต่อฉุกเฉิน และ HawkWalk ซึ่งเป็นบริการเดินเป็นเพื่อนจากบริเวณมหาวิทยาลัย
สำหรับผู้ปกครอง จุดสำคัญคือควรให้นักเรียนเรียนรู้เส้นทางระหว่างที่พักกับมหาวิทยาลัย บันทึกหมายเลขฉุกเฉิน เปิดการแจ้งเตือนใน SAFEHawk และเข้าร่วม Orientation ของสถาบัน เพื่อให้เข้าใจระบบความปลอดภัยและบริการที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่เริ่มเรียน
Wilfrid Laurier International College หรือ WLIC เป็นวิทยาลัย Pathway สำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนระดับปริญญาตรีของ Wilfrid Laurier University ประเทศแคนาดา หลักสูตรของ WLIC ได้รับการออกแบบให้รองรับนักเรียนที่มีพื้นฐานทางการศึกษาแตกต่างกัน ตั้งแต่ผู้ที่ยังต้องเสริมความรู้ก่อนเรียนระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงผู้ที่พร้อมเริ่มต้นรายวิชาของปริญญาตรีปีแรก
จุดสำคัญของเส้นทาง WLIC คือ นักเรียนไม่ได้เรียนเพียงหลักสูตรเตรียมภาษาอังกฤษหรือหลักสูตรปรับพื้นฐานทั่วไปเท่านั้น แต่สามารถเรียนรายวิชาที่เชื่อมต่อกับหลักสูตรปริญญาตรีของ Wilfrid Laurier University ได้โดยตรง เมื่อเรียนครบและผ่านเงื่อนไขด้านผลการเรียนตามที่กำหนด นักเรียนในหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยสามารถเลื่อนเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของสาขาที่เกี่ยวข้องได้
หลักสูตรในคู่มือปี 2024/2025 แบ่งออกเป็นสองระดับหลัก ได้แก่ Foundation หรือ UTP Stage I และ University Transfer Program Stage II หรือ UTP Stage II โดยมีเส้นทางต่อยอดครอบคลุมด้านศิลปศาสตร์ ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ Liberal Arts และวิทยาศาสตร์
หลักสูตร University Transfer Program Stage I หรือ UTP Stage I เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนระดับมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับนักเรียนที่ยังต้องเสริมพื้นฐานทางวิชาการ หรือผู้ที่มีวุฒิการศึกษาประมาณ Year 11 หรือเทียบเท่า แต่ยังไม่พร้อมเข้าสู่ UTP Stage II โดยตรง
หลักสูตรประกอบด้วยทั้งหมด 8 รายวิชา และใช้ระยะเวลาเรียนปกติ 2 ภาคการศึกษา เมื่อเรียนผ่านครบตามเงื่อนไข นักเรียนสามารถเข้าสู่ UTP Stage II ซึ่งเป็นหลักสูตรเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ได้
ตัวอย่างรายวิชาที่อาจเปิดสอนใน UTP Stage I ได้แก่
นอกจากรายวิชาทางวิชาการแล้ว นักเรียนยังต้องเรียนรายวิชาที่ช่วยเตรียมความพร้อมด้านการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย เช่น Introduction to Our Learning Community หรือ Integrated Learning Skills ตามเงื่อนไขของการเข้าเรียนแต่ละแบบ
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจของ UTP Stage I คือเงื่อนไข 70% Jump Rule นักเรียนที่เรียน 4 รายวิชาของ UTP Stage I ภายในหนึ่งภาคการศึกษา และได้คะแนนอย่างน้อย 70% ในทุกรายวิชา อาจมีสิทธิ์ข้ามเข้าสู่ UTP Stage II ได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเรียนครบระยะเวลาปกติ ทั้งนี้ การพิจารณายังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันและรายวิชาที่นักเรียนลงทะเบียน
ตามคู่มือปี 2024/2025 หลักสูตร Foundation มีรอบเปิดเรียนในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน และระบุสถานที่เรียนที่ Brantford Campus อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นข้อมูลของปีการศึกษา 2024/2025 นักเรียนควรตรวจสอบสถานที่เรียนและรอบเปิดรับล่าสุดอีกครั้งก่อนสมัคร
หลักสูตร UTP Stage II เป็นหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยที่เทียบเท่ากับการเรียนปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 นักเรียนจะเรียนรายวิชาทางวิชาการในสาขาที่ต้องการศึกษาต่อ รวมถึงรายวิชาหรือกิจกรรมสนับสนุนด้านทักษะการเรียน
โดยทั่วไป นักเรียนต้องเรียนรายวิชาทางวิชาการจำนวน 10 รายวิชา เมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์ GPA รวมถึงรายวิชาบังคับของสาขา นักเรียนจึงสามารถเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของ Wilfrid Laurier University ได้
ระยะเวลาเรียนปกติของ UTP Stage II คือ 3 ภาคการศึกษา และมีรอบเปิดเรียนในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน ทั้งนี้ รอบเปิดรับและสถานที่เรียนอาจแตกต่างกันตามกลุ่มหลักสูตร
การเลื่อนเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ นักเรียนต้องผ่านรายวิชาที่กำหนดและรักษาผลการเรียนตามเกณฑ์ของคณะ สาขา หรือ Major ที่ต้องการเรียนต่อ จึงควรวางแผนเลือกวิชาร่วมกับ Academic Advisor ตั้งแต่เริ่มต้นหลักสูตร
เส้นทาง Arts เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การค้นคว้า และการทำความเข้าใจสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และพฤติกรรมมนุษย์
ในระหว่าง UTP Stage II นักเรียนจะได้เรียนรายวิชาจากหลายศาสตร์ เพื่อช่วยค้นหาความสนใจและเตรียมพร้อมสำหรับการเลือก Major ในระดับชั้นปีที่สูงขึ้น ตัวอย่างรายวิชาที่อาจเรียน ได้แก่
หลังจากเรียนผ่านตามเกณฑ์ นักเรียนอาจต่อยอดเข้าสู่หลักสูตรใน Faculty of Arts เช่น Ancient Studies, Anthropology, Archaeology and Heritage Studies, Communication Studies, English, Film Studies, Global Studies, History, Languages, Philosophy, Political Science, Religion and Culture และ Sociology
ความยืดหยุ่นเป็นจุดเด่นของกลุ่ม Arts เนื่องจากนักเรียนสามารถสำรวจรายวิชาในหลายสาขาก่อนตัดสินใจเลือกความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ บางสาขายังสามารถเรียนร่วมกับอีกหนึ่ง Major หรือเลือกเสริม Minor ตามโครงสร้างของมหาวิทยาลัยได้
เส้นทาง Business and Economics เชื่อมต่อกับ Lazaridis School of Business and Economics เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ การบัญชี การเงิน การจัดการ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในองค์กร
ใน UTP Stage II นักเรียนจะเรียนพื้นฐานจากหลายด้าน เช่น
เส้นทางเรียนต่อที่ระบุในคู่มือประกอบด้วย Business Technology Management, Economics, Economics and Accounting, Economics and Financial Management และ Economics ที่เรียนร่วมกับสาขาอื่น
Business Technology Management เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานพื้นฐานด้านธุรกิจกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาในองค์กร นักเรียนจะได้พัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในบริบทธุรกิจ
หลักสูตร Economics เน้นการวิเคราะห์ระบบเศรษฐกิจ นโยบาย ข้อมูล และปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจและสังคม นักเรียนจะได้พัฒนาทั้งทักษะคณิตศาสตร์ สถิติ การวิเคราะห์ และการอธิบายผลลัพธ์อย่างมีเหตุผล
เส้นทาง Economics and Accounting ผสมผสานความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจเข้ากับความรู้ด้านบัญชี เหมาะสำหรับนักเรียนที่สนใจอาชีพทางบัญชี การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และการทำความเข้าใจผลกระทบของนโยบายหรือปัจจัยเศรษฐกิจต่อองค์กร
หลักสูตรนี้เชื่อมโยงเศรษฐศาสตร์กับการเงิน ช่วยให้นักเรียนเข้าใจทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจ การลงทุน การบริหารความเสี่ยง และระบบการเงิน เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจงานด้านธนาคาร การลงทุน ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือการวิเคราะห์ตลาด
คู่มือยังกล่าวถึงความโดดเด่นของระบบ Co-op ด้านธุรกิจของ Laurier ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกได้สะสมประสบการณ์ทำงานก่อนสำเร็จการศึกษา อย่างไรก็ตาม การเข้า Co-op มีเกณฑ์และการแข่งขัน จึงไม่ใช่สิทธิ์ที่ได้รับโดยอัตโนมัติจากการเรียน WLIC
กลุ่ม Human and Social Sciences เหมาะกับนักเรียนที่สนใจประเด็นเกี่ยวกับบุคคล สังคม สุขภาพ อาชญาวิทยา จิตวิทยา และการพัฒนาชุมชน
หลักสูตรได้รับการออกแบบให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงทฤษฎีในห้องเรียนกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมจริง พร้อมพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ การตั้งคำถาม การวิเคราะห์พฤติกรรม และการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคคลและชุมชน
ตัวอย่างเส้นทางเรียนต่อที่ระบุในคู่มือ ได้แก่
ตัวอย่างรายวิชาใน UTP Stage II มีทั้ง Introduction to Psychology, Microeconomics, Macroeconomics, Design Thinking, Business Environment, Communication Skills for Leadership และ UX Strategy
นักเรียนที่สนใจด้านสุขภาพสามารถต่อยอดไปยัง Health Studies หรือ Health Administration ส่วนผู้ที่สนใจพฤติกรรมมนุษย์สามารถเลือก Psychology ทั้งในรูปแบบ Bachelor of Arts หรือ Bachelor of Science ตามพื้นฐานทางวิชาการและเป้าหมายของตนเอง
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ เส้นทาง Game Design and Development ช่วยพัฒนาทักษะด้านการออกแบบเกม การสร้างประสบการณ์ของผู้เล่น และอาจเชื่อมต่อกับพื้นฐานด้าน Computer Science เพื่อเสริมทักษะการเขียนโปรแกรม
เส้นทาง Liberal Arts เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการเรียนรู้ในหลายศาสตร์ พร้อมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการประยุกต์ใช้ความรู้กับสถานการณ์จริง
ใน UTP Stage II นักเรียนอาจเรียนรายวิชา เช่น Design Thinking, Psychology, Economics, Financial Accounting, Business Environment, Communication Skills for Leadership และ UX Strategy
ตัวเลือกการเรียนต่อที่สำคัญ ได้แก่ Faculty of Liberal Arts และ User Experience Design หรือ UX Design
สาขาภายใน Faculty of Liberal Arts ที่ระบุในคู่มือประกอบด้วย Digital Media and Journalism, English, History, Human Rights and Human Diversity, Law and Society, User Experience Design และ Youth and Children’s Studies
User Experience Design เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานศาสตร์ด้านการออกแบบ เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้ใช้ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ นักเรียนจะได้เรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ การสร้างต้นแบบ การทดสอบการใช้งาน การออกแบบอินเทอร์เฟซ และการพัฒนาประสบการณ์สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการ
เส้นทางนี้เหมาะกับนักเรียนที่สนใจงานด้าน UX Research, UX/UI Design, Product Design, Digital Media และการออกแบบบริการ
เส้นทาง Science เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ข้อมูล คณิตศาสตร์ ชีววิทยา หรือประสาทวิทยา
ตัวอย่างรายวิชาที่อาจเรียนใน UTP Stage II ได้แก่
เส้นทางเรียนต่อมีให้เลือกหลายสาขา เช่น Biochemistry and Biotechnology, Biology, Chemistry, Computer Science, Data Science, Mathematics, Psychology and Neuroscience, Science และ Water Science and Environmental Health
Data Science มุ่งเน้นการใช้ข้อมูลเพื่อค้นหารูปแบบ วิเคราะห์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจในองค์กร นักเรียนจะได้เรียนรู้การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติ การเขียนโปรแกรม และการประยุกต์ข้อมูลในบริบทต่าง ๆ
Computer Science เน้นพื้นฐานด้านอัลกอริทึม การเขียนโปรแกรม การออกแบบระบบ และแนวคิดการประมวลผล นักเรียนจะได้พัฒนาทักษะทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่งานด้าน Software Development, Data, Cybersecurity และเทคโนโลยีสารสนเทศ
หลักสูตรนี้ครอบคลุมเคมี ชีวเคมี จุลชีววิทยา ชีววิทยาระดับโมเลกุล และพันธุศาสตร์ นักเรียนจะได้เรียนรู้การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี วัสดุ หรือผลิตภัณฑ์ และเตรียมพร้อมสำหรับงานในภาคอุตสาหกรรมหรือการวิจัย
สาขา Psychology and Neuroscience ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรม ความคิด ความรู้สึก และการทำงานของระบบประสาท ช่วยให้นักเรียนเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ทั้งในมุมมองด้านจิตวิทยาและชีววิทยา
คู่มือปี 2024/2025 ยังกล่าวถึงทางเลือกด้านประสบการณ์ทำงานที่นักเรียนอาจเข้าถึงหลังเข้าสู่ Wilfrid Laurier University และผ่านเงื่อนไขของแต่ละโปรแกรม
Co-op เป็นระบบเรียนสลับกับการทำงานแบบได้รับค่าตอบแทนในสายงานที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร ช่วยให้นักเรียนได้ทดลองทำงานจริง สร้างเครือข่าย และพัฒนาทักษะวิชาชีพก่อนสำเร็จการศึกษา
สำหรับนักเรียน Computer Science คู่มือระบุถึง Professional Experience Program ซึ่งอาจมีช่วงทำงานแบบได้รับค่าตอบแทนต่อเนื่องประมาณ 12–16 เดือนหลังชั้นปีที่ 3
International Student Work Experience Program เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้นักเรียนนานาชาติค้นหาโอกาสทำงานพาร์ตไทม์แบบได้รับค่าตอบแทนภายในมหาวิทยาลัย
ตัวอย่างงาน Co-op ที่ปรากฏในคู่มือมีทั้ง Software Development Intern, Financial Services Analyst, Marketing Intern, CPA Co-op, Supply Chain Co-op, Full Stack Developer, Technical Writer และ Environmental Laboratory Assistant
อย่างไรก็ตาม รายชื่องานดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่าง นักเรียนต้องสมัครและผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์ของนายจ้างและมหาวิทยาลัย
หลักสูตร WLIC เหมาะสำหรับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการเริ่มต้นการเรียนมหาวิทยาลัยในสภาพแวดล้อมที่มีการสนับสนุนมากขึ้น คู่มือระบุว่าชั้นเรียน WLIC มีเวลาเรียนในห้องมากกว่าชั้นเรียนปีแรกทั่วไปประมาณ 25% ทำให้นักเรียนมีเวลาเรียนรู้กับผู้สอนมากขึ้น และสามารถสอบถามหรือทบทวนเนื้อหาได้อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา และ Student Peer Mentors คอยให้คำแนะนำทั้งแบบออนไลน์และแบบพบหน้า ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนรายวิชา การเลือก Major การปรับตัว การสร้างเพื่อน และการดูแลสุขภาพความเป็นอยู่
รูปแบบดังกล่าวช่วยให้นักเรียนค่อย ๆ พัฒนาความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ การเรียนเชิงวิชาการ การทำงานเป็นทีม การเขียนรายงาน และการบริหารเวลา ก่อนเข้าสู่ชั้นปีที่สูงขึ้นของมหาวิทยาลัย
การวางแผนงบประมาณเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังพิจารณาเรียนต่อประเทศแคนาดา โดยเฉพาะผู้ที่เลือกเริ่มต้นผ่านเส้นทางของ Wilfrid Laurier International College หรือ WLIC ซึ่งมีหลักสูตรรองรับตั้งแต่ระดับเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ไปจนถึงหลักสูตรเทียบเท่าปริญญาตรีชั้นปีที่ 1
จากข้อมูลใน International Student Guide ปีการศึกษา 2024/2025 ค่าใช้จ่ายของ WLIC แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ค่าเล่าเรียนของหลักสูตรหลัก ค่าหลักสูตรสนับสนุนเพิ่มเติม และค่าธรรมเนียมภาคบังคับ นอกจากนี้ นักเรียนยังควรเตรียมงบประมาณสำหรับหนังสือและอุปกรณ์การเรียนแยกต่างหาก
หน่วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด: ดอลลาร์แคนาดา (CAD)
| รายการ | ระยะเวลาหรือหน่วยการเรียน | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| UTP Stage I | 8 รายวิชา | 26,142 |
| UTP Stage II | 5 หน่วยกิต | 33,595 |
| Integrated Program | 1 ภาคการศึกษา | 3,360 |
| Introduction to Our Learning Community หรือ ILC | 1 ภาคการศึกษา | 3,360 |
| Student Services Fee | ต่อภาคการศึกษา | 478.06 |
| Student Card | ชำระครั้งเดียว | 27.30 |
| Medical Insurance | ต่อภาคการศึกษา | 278 |
| หนังสือและอุปกรณ์การเรียน | ต่อรายวิชา | ประมาณ 70–150 |
หลักสูตร University Transfer Program Stage I หรือ UTP Stage I เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนระดับมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับนักเรียนที่ยังต้องเสริมพื้นฐานทางวิชาการก่อนเริ่ม UTP Stage II
หลักสูตรประกอบด้วยทั้งหมด 8 รายวิชา และมีค่าเล่าเรียนรวมตามที่ระบุในคู่มืออยู่ที่ 26,142 ดอลลาร์แคนาดา นักเรียนที่สำเร็จหลักสูตรตามข้อกำหนดสามารถเข้าสู่ UTP Stage II ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยปีแรกได้
ค่าเล่าเรียนดังกล่าวเป็นค่าหลักสูตรตามโครงสร้างปกติ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมบริการนักเรียน ค่าประกันสุขภาพ ค่าบัตรนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
หลักสูตร University Transfer Program Stage II หรือ UTP Stage II เป็นหลักสูตรที่เทียบเท่ากับการเรียนระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 นักเรียนจะเรียนรายวิชาที่สัมพันธ์กับสาขาที่ต้องการศึกษาต่อ เมื่อเรียนครบและผ่านเกณฑ์ GPA กับรายวิชาบังคับแล้ว จึงสามารถเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของ Wilfrid Laurier University ได้
ค่าเล่าเรียนของ UTP Stage II สำหรับ 5 หน่วยกิตอยู่ที่ 33,595 ดอลลาร์แคนาดา โดยคู่มือระบุว่าค่าใช้จ่ายนี้คำนวณจากการเรียนทั้งหมด 10 รายวิชา ในอัตรา 3,359.50 ดอลลาร์แคนาดาต่อรายวิชาขนาด 0.5 หน่วยกิต
หากนักเรียนจำเป็นต้องลงทะเบียนมากกว่า 10 รายวิชา ไม่ว่าจะเกิดจากโครงสร้างหลักสูตร การเรียนซ้ำ หรือข้อกำหนดเพิ่มเติม นักเรียนจะต้องชำระค่าเรียนเพิ่มตามจำนวนรายวิชาที่ลงทะเบียนจริง
WLIC มีหลักสูตรสนับสนุนที่ช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับการเรียนในระบบมหาวิทยาลัยของแคนาดา โดยในคู่มือปี 2024/2025 ระบุค่าใช้จ่ายของหลักสูตรเพิ่มเติม 2 รายการ
หลักสูตร Integrated มีระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา และมีค่าใช้จ่าย 3,360 ดอลลาร์แคนาดา โปรแกรมนี้เกี่ยวข้องกับรูปแบบการเข้าเรียนสำหรับนักเรียนที่ต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมตามเงื่อนไขด้านภาษาอังกฤษและการรับเข้าเรียนของ WLIC
ผู้สมัครควรตรวจสอบว่าโปรแกรม Integrated เป็นส่วนที่ต้องเรียนเพิ่มเติมจากหลักสูตรหลักหรือรวมอยู่ในแผนการเรียนที่ได้รับ เนื่องจากเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามผลภาษาอังกฤษและรูปแบบการตอบรับของนักเรียนแต่ละคน
รายวิชา Introduction to Our Learning Community หรือ ILC มีระยะเวลา 1 ภาคการศึกษา และมีค่าใช้จ่าย 3,360 ดอลลาร์แคนาดา
คู่มือระบุว่านักเรียนแบบ Direct Entry และ Integrated Entry ต้องเรียนและผ่านรายวิชา ILC101 ในภาคการศึกษาแรก เว้นแต่จะได้รับการยกเว้น นักเรียนที่ได้รับการยกเว้นจาก ILC101 อาจต้องเรียนรายวิชา Integrated Learning Skills หรือ ILS101 ตามเงื่อนไขที่สถาบันกำหนด
ก่อนชำระเงิน นักเรียนควรตรวจสอบ Letter of Offer และรายละเอียดค่าใช้จ่ายรายบุคคล เพื่อยืนยันว่าค่าหลักสูตรสนับสนุนใดรวมอยู่ในยอดค่าเรียนแล้ว และมีรายการใดที่ต้องชำระเพิ่มเติม
นอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว นักเรียนยังต้องชำระค่าธรรมเนียมภาคบังคับของสถาบัน ได้แก่ Student Services Fee, Student Card และ Medical Insurance
ค่าบริการนักเรียนอยู่ที่ 478.06 ดอลลาร์แคนาดาต่อภาคการศึกษา ค่าธรรมเนียมนี้เกี่ยวข้องกับบริการและทรัพยากรที่สนับสนุนการเรียนและการใช้ชีวิตของนักเรียนตลอดภาคการศึกษา
เนื่องจากเรียกเก็บเป็นรายภาคเรียน ยอดรวมตลอดหลักสูตรจึงขึ้นอยู่กับจำนวนภาคการศึกษาที่นักเรียนลงทะเบียนจริง
ค่าบัตรนักเรียนอยู่ที่ 27.30 ดอลลาร์แคนาดา และชำระเพียงครั้งเดียว บัตรนักเรียนใช้สำหรับยืนยันสถานะนักศึกษาและอาจใช้เข้าถึงบริการ พื้นที่ หรือทรัพยากรของมหาวิทยาลัยตามสิทธิ์ที่กำหนด
ค่าประกันสุขภาพอยู่ที่ 278 ดอลลาร์แคนาดาต่อภาคการศึกษา เป็นค่าใช้จ่ายภาคบังคับที่นักเรียนนานาชาติควรนำไปรวมไว้ในแผนงบประมาณ
ความคุ้มครอง เงื่อนไขการใช้บริการ และระยะเวลาของประกันอาจขึ้นอยู่กับกรมธรรม์และภาคการศึกษาที่ลงทะเบียน นักเรียนควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองก่อนเดินทางไปแคนาดา
คู่มือแนะนำให้นักเรียนเตรียมงบประมาณสำหรับหนังสือและอุปกรณ์การเรียนประมาณ 70–150 ดอลลาร์แคนาดาต่อรายวิชา
ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามสาขา รายวิชา รูปแบบหนังสือ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ นักเรียนสาย Computer Science, Data Science หรือ Science อาจมีค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ หรือสื่อประกอบการเรียนแตกต่างจากนักเรียนสาย Arts หรือ Social Sciences
จำนวนเงินส่วนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าเล่าเรียนของ UTP Stage I หรือ UTP Stage II นักเรียนจึงควรจัดเตรียมงบประมาณแยกไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มภาคการศึกษา
ตัวเลขค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมในคู่มือยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการเรียนต่อในประเทศแคนาดา นักเรียนและผู้ปกครองควรเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับรายการต่าง ๆ เช่น
คู่มือปี 2024/2025 ไม่ได้แสดงงบประมาณรวมสำหรับค่าครองชีพทั้งหมดไว้ในหน้าตารางค่าเล่าเรียน จึงไม่ควรนำเฉพาะค่าเรียนมาใช้เป็นงบประมาณรวมสำหรับการศึกษาตลอดปี
ค่าเล่าเรียนที่ระบุในเอกสารเป็นข้อมูลสำหรับปีการศึกษา 2024/2025 เท่านั้น และคู่มือระบุชัดเจนว่าค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ค่าเรียนจริงของนักเรียนแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับจำนวนรายวิชา โปรแกรมสนับสนุนที่ต้องเรียน การได้รับยกเว้นบางรายวิชา และแผนการเรียนที่สถาบันจัดให้
ก่อนเผยแพร่ตัวเลขบนเว็บไซต์หรือใช้วางแผนการสมัครในปีปัจจุบัน ควรระบุว่าเป็น ค่าเล่าเรียนอ้างอิงจากปี 2024/2025 และควรสอบถามใบเสนอค่าใช้จ่ายล่าสุดจาก Wilfrid Laurier International College โดยตรง
หมายเหตุ: ติดต่อ ศูนย์ฯ เดอะเบสท์ เพื่อสอบถามราคาปัจจุบันและทุนการศึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าลงทะเบียน ค่าหนังสือ และค่าประกันสุขภาพ
เนื่องจาก WLIC ตั้งอยู่ภายใน Waterloo Campus นักเรียนจึงไม่ได้ใช้เพียงห้องเรียนของวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของ Wilfrid Laurier University ตามสิทธิ์นักศึกษาและข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่ สิ่งนี้ช่วยให้นักเรียนได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเต็มรูปแบบตั้งแต่ปีแรก
Waterloo Campus มีอาคารเรียนหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Arts Wing, Bricker Academic Building, Dr. Alvin Woods Building, Schlegel Building ไปจนถึง Lazaridis Hall ซึ่งเป็นอาคารสำคัญของ Lazaridis School of Business and Economics ห้องเรียนหลายแห่งมีคอมพิวเตอร์สำหรับผู้สอน ระบบประชุมออนไลน์ อุปกรณ์นำเสนอ และพื้นที่สำหรับการเรียนแบบกลุ่ม
Lazaridis Hall มีทั้งห้องบรรยาย ห้องเรียนแบบ Active Learning และพื้นที่เปิดสำหรับนักเรียนทำงานร่วมกัน นักเรียนสาย Business, Economics และสาขาที่เกี่ยวข้องจึงได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่รองรับทั้งการบรรยาย การอภิปราย การทำโครงการ และการนำเสนอผลงาน
สำหรับนักเรียน WLIC ประโยชน์สำคัญคือการได้เริ่มทำความคุ้นเคยกับอาคาร ระบบห้องเรียน OneCard และบริการต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ช่วยลดความรู้สึกว่าเป็นนักเรียนใหม่อีกครั้งเมื่อผ่านเข้าสู่มหาวิทยาลัย
Laurier Library ที่ Waterloo Campus มีหนังสือ ฐานข้อมูลออนไลน์ วารสารวิชาการ ห้องคอมพิวเตอร์ พื้นที่อ่านหนังสือแบบเงียบ ห้องทำงานกลุ่ม และพื้นที่นั่งพัก ชั้น 7 ของห้องสมุดจัดเป็นพื้นที่เงียบ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการอ่านหนังสือหรือเตรียมสอบโดยไม่มีเสียงรบกวนมาก
นอกจากห้องสมุดแล้ว นักเรียนยังสามารถเลือกใช้พื้นที่อ่านหนังสือใน Lazaridis Hall, Bricker Academic Building, Science Building, Peters Building และ Schlegel Building แต่ละพื้นที่มีบรรยากาศต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่เงียบสำหรับทำงานคนเดียว ไปจนถึงพื้นที่เปิดสำหรับประชุมกลุ่ม
Fred Nichols Campus Centre มีพื้นที่บางส่วนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เช่น 24-Hour Lounge และ Concourse ช่วยรองรับนักเรียนที่ต้องทำงานกลุ่มหรืออ่านหนังสือนอกเวลาปกติ โดยการเข้าอาคารช่วงกลางคืนอาจต้องใช้ OneCard
Waterloo Campus มีอาคารและศูนย์วิจัยสำหรับ Faculty of Science เช่น Science Building, Bricker Academic Building และ Science Research Centre ซึ่งมีห้องปฏิบัติการสำหรับกิจกรรมการเรียนและงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์
นักเรียนในสาย Computer Science, Data Science, Biology, Psychology and Neuroscience หรือ Biochemistry and Biotechnology จะได้ใช้ห้องปฏิบัติการและอุปกรณ์ตามรายวิชาและสิทธิ์ของหลักสูตร ส่วนพื้นที่คอมพิวเตอร์ในห้องสมุดและอาคารเรียนช่วยรองรับการทำงานด้านโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล และการทำโครงการ
อย่างไรก็ตาม นักเรียน WLIC ไม่ได้ใช้ห้องปฏิบัติการทุกแห่งโดยอัตโนมัติ การเข้าใช้ขึ้นอยู่กับรายวิชาที่ลงทะเบียน ตารางเรียน การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย และข้อกำหนดของคณะ
Fred Nichols Campus Centre เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของชีวิตนักศึกษา มีพื้นที่พบปะเพื่อน นั่งพัก ทำงานร่วมกัน และเข้าร่วมกิจกรรมของ Students’ Union นอกจากนี้ Laurier ยังมีกลุ่มและชมรมนักศึกษามากกว่า 270 กลุ่ม ครอบคลุมด้านวัฒนธรรม กีฬา อาสาสมัคร ศิลปะ ความสนใจทางวิชาการ เกมและกิจกรรมสร้างสรรค์
สำหรับนักเรียนนานาชาติ การเข้าร่วมชมรมไม่ได้มีประโยชน์เพียงเรื่องกิจกรรม แต่ยังช่วยฝึกภาษาอังกฤษ สร้างเพื่อนจากหลายประเทศ เรียนรู้วัฒนธรรมแคนาดา และพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำที่สามารถนำไปใช้ในการสมัคร Co-op หรือสมัครงานในอนาคต
Waterloo Campus มีร้านอาหาร ศูนย์อาหาร ร้านกาแฟ และ Fresh Food Company ซึ่งเป็นห้องอาหารแบบรับประทานได้ตามเงื่อนไขของ Meal Plan นักเรียนที่พักใน Residence บางประเภทต้องมี Meal Plan ตามข้อตกลงที่พัก ขณะที่นักเรียนที่พักนอกมหาวิทยาลัยหรือเดินทางมาเรียนสามารถซื้อแผนอาหารเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
เนื่องจากแคมปัสอยู่ในเขตเมือง นักเรียนยังสามารถเดินไปยังร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อรอบมหาวิทยาลัยได้ง่าย ทำให้มีทางเลือกทั้งอาหารในแคมปัส การทำอาหารเอง และการรับประทานอาหารจากร้านภายนอก
Athletic Complex ของ Waterloo Campus มีสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิก โรงยิมแบบสามสนาม ห้องเต้นรำ กำแพงปีนผา และฟิตเนสขนาดใหญ่ ภายนอกอาคารมี Ansley Alumni Field ซึ่งใช้พื้นสนามเทียมมาตรฐาน FIFA และ University Stadium สำหรับฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล รักบี้และลาครอส
นักเรียนสามารถสมัครกิจกรรมเพื่อสุขภาพ คลาสออกกำลังกาย กีฬาแบบ Intramural หรือชมการแข่งขันของทีม Golden Hawks ได้ พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้นักเรียนรักษาสมดุลระหว่างการเรียนกับสุขภาพ และเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำความรู้จักเพื่อนใหม่
International Student Support ให้บริการด้านการปรับตัว การตรวจคนเข้าเมือง การวางแผนก่อนเดินทาง Orientation และกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม นักเรียนสามารถพบเจ้าหน้าที่ที่ Waterloo Campus หรือเข้ารับคำปรึกษาออนไลน์ตามตารางที่ประกาศ
ด้านสุขภาพ นักเรียนสามารถใช้บริการ Student Wellness Centre และบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตของมหาวิทยาลัย ส่วนด้านการเรียนมี Academic Advising, Tutoring และบริการช่วยพัฒนาทักษะการเขียน คณิตศาสตร์ และการจัดการเวลา
Laurier ยังมี Career Centre สำหรับการเตรียมประวัติย่อ ฝึกสัมภาษณ์ ค้นหางาน Co-op และเข้าร่วม Job Fair อาคาร Career and Co-op Centre มีห้องสัมภาษณ์และพื้นที่สำหรับกิจกรรมเตรียมความพร้อมด้านอาชีพโดยเฉพาะ
นักเรียน WLIC สามารถเลือกที่พักทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยเว็บไซต์ปัจจุบันของสถาบันระบุว่าที่พักใน Waterloo อยู่ในระยะเดินไม่ไกลจากอาคารเรียน ร้านอาหารและร้านขายของชำ การพักใกล้มหาวิทยาลัยช่วยลดเวลาเดินทางและทำให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมหรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ง่ายขึ้น
WLIC ประกาศทางเลือกที่พักแบบรับประกันตลอด 4 ปีสำหรับนักเรียนของวิทยาลัย ถือเป็นจุดเด่นสำหรับครอบครัวที่กังวลเรื่องการหาที่พักในแต่ละปี นักเรียนสามารถวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยได้ต่อเนื่องตั้งแต่เรียนที่ WLIC จนถึงช่วงปีสูงของปริญญาตรี
คำว่า “รับประกัน” ยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไข เช่น การยื่นใบสมัครภายในกำหนด การชำระเงินมัดจำ การตอบรับข้อเสนอที่พัก และการปฏิบัติตามสัญญา นักเรียนจึงควรอ่านเงื่อนไขของปีการศึกษาที่สมัครอย่างละเอียด ไม่ควรรอจนใกล้วันเดินทางแล้วจึงเริ่มดำเนินการ
ที่พักที่ WLIC นำเสนอเป็นรูปแบบ Apartment-style โดยทั่วไปหนึ่งห้องชุดรองรับนักเรียนประมาณ 4-5 คน มีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานและพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำ
รูปแบบนี้เหมาะกับนักเรียนนานาชาติที่ต้องการฝึกใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ แต่ยังคงมีเพื่อนร่วมห้องและชุมชนรอบตัว ห้องครัวยังช่วยให้นักเรียนสามารถทำอาหารที่คุ้นเคยหรือควบคุมค่าอาหารได้ดีขึ้น
ในขั้นตอนสมัคร Residence นักเรียนสามารถเรียงลำดับความต้องการเกี่ยวกับที่พักเพื่อช่วยให้มหาวิทยาลัยจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม WLIC ระบุว่านักเรียนจะไม่ถูกจัดให้อยู่ในที่พักแบบคละเพศ เว้นแต่นักเรียนจะระบุขอรูปแบบดังกล่าวด้วยตนเอง
รายละเอียดนี้ช่วยลดความกังวลของครอบครัวที่มีข้อพิจารณาด้านวัฒนธรรม ศาสนา หรือความเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม การจัดห้องจริงยังขึ้นอยู่กับจำนวนห้องว่างและช่วงเวลาที่ส่งใบสมัคร
Waterloo Campus มีลักษณะกะทัดรัดและอยู่ท่ามกลางชุมชนนักศึกษา ที่พักหลายแห่งอยู่ในระยะเดินถึงอาคารเรียน ห้องสมุด ฟิตเนส ร้านอาหารและขนส่งสาธารณะ การอาศัยอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยจึงช่วยให้นักเรียนใหม่ไม่ต้องกังวลกับการต่อรถหลายครั้งในช่วงที่ยังไม่คุ้นเคยกับเมือง
ในช่วงฤดูหนาว การอยู่ใกล้แคมปัสยังมีประโยชน์มาก เพราะนักเรียนไม่ต้องเดินทางเป็นระยะทางไกลท่ามกลางอากาศหนาว หิมะ หรือสภาพถนนที่ไม่คุ้นเคย
นักเรียนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น สามารถเลือกเช่าที่พักนอกมหาวิทยาลัยใน Waterloo ได้ โดยควรตรวจสอบระยะทาง ขนส่งสาธารณะ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต เฟอร์นิเจอร์ ระยะเวลาสัญญา และเงื่อนไขการคืนเงินมัดจำให้ครบถ้วน
มหาวิทยาลัยมีข้อมูลสำหรับช่วยนักเรียนค้นหาที่พักที่เหมาะสม แต่สัญญาเช่าส่วนตัวเป็นข้อตกลงระหว่างนักเรียนกับเจ้าของที่พัก นักเรียนจึงไม่ควรโอนเงินก่อนตรวจสอบตัวตน ที่อยู่ สัญญา และความน่าเชื่อถือของผู้ให้เช่า
ไม่ว่าจะพักในหรือนอกมหาวิทยาลัย นักเรียนควรเข้าร่วม Orientation ดาวน์โหลด SAFEHawk และบันทึกช่องทางติดต่อ Special Constable Service เพื่อให้สามารถขอความช่วยเหลือได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
สามารถสมัครได้ โดย WLIC มีเกณฑ์ภาษาอังกฤษที่ยืดหยุ่นกว่าการสมัคร Wilfrid Laurier University โดยตรง ตัวอย่างเกณฑ์ทั่วไปของ WLIC สำหรับการเข้าเรียนแบบ Direct คือ IELTS 5.5 และไม่มีทักษะใดต่ำกว่า 5.0 ส่วน Integrated Entry ใช้ IELTS 5.0 และไม่มีทักษะใดต่ำกว่า 4.5 สถาบันยังรับผลสอบประเภทอื่น เช่น TOEFL, Cambridge English และ Duolingo ตามคะแนนที่กำหนด
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทางวิชาการของ Laurier แล้วแต่มี IELTS ประมาณ 5.0-6.0 อาจพิจารณา Academic Transition Pathway ซึ่งผสมผสานการพัฒนาภาษาอังกฤษ ทักษะทางวิชาการ และรายวิชาที่สามารถโอนหน่วยกิตได้
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์ภาษาแตกต่างกันตามหลักสูตร ประเทศที่สำเร็จการศึกษา และรูปแบบการสมัคร คะแนนขั้นต่ำไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับการตอบรับ ผู้สมัครควรส่งผลการเรียนและผลภาษาให้สถาบันประเมินเป็นรายบุคคลก่อนวางแผนเรียน
WLIC มีเจ้าหน้าที่และระบบสนับสนุนที่ออกแบบสำหรับนักเรียนนานาชาติโดยเฉพาะ นักเรียนสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับรายวิชา การวางแผนสาขา การปรับตัว การดูแลตนเอง และการใช้ชีวิตในแคนาดาได้ทั้งแบบออนไลน์และแบบพบหน้า
เมื่ออยู่ใน Waterloo Campus นักเรียนยังสามารถใช้ International Student Support ของ Laurier ซึ่งมีบริการด้าน Orientation การปรับตัว การช่วยเหลือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และคำแนะนำเรื่อง Study Permit หรือวีซ่าจากเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาต
ด้านความปลอดภัย มหาวิทยาลัยมี Special Constable Service ตลอด 24 ชั่วโมง แอป SAFEHawk ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน และบริการ HawkWalk ผู้ปกครองควรสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วม Orientation และเรียนรู้ช่องทางเหล่านี้ตั้งแต่สัปดาห์แรก
สำหรับปีการศึกษา 2026/2027 เว็บไซต์ WLIC ระบุค่าเรียน Foundation หรือ UTP Stage I จำนวน 8 รายวิชาอยู่ที่ประมาณ 26,927 ดอลลาร์แคนาดา และ International Year One หรือ UTP Stage II จำนวน 5.0 หน่วยกิตอยู่ที่ประมาณ 34,603 ดอลลาร์แคนาดา
ค่าใช้จ่ายภาคบังคับอื่น ๆ ประกอบด้วย Student Services Fee ประมาณ 635.22 ดอลลาร์แคนาดาต่อภาคการศึกษา ค่าบัตรนักเรียนครั้งเดียวประมาณ 31 ดอลลาร์แคนาดา และค่าประกันสุขภาพประมาณ 302 ดอลลาร์แคนาดาต่อภาคการศึกษา หนังสือและอุปกรณ์การเรียนควรเตรียมประมาณ 70-150 ดอลลาร์แคนาดาต่อรายวิชา ตัวเลขทั้งหมดอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
นอกเหนือจากค่าเรียน ผู้ปกครองควรเตรียมค่าที่พัก ค่าอาหารหรือ Meal Plan ค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต เสื้อผ้าฤดูหนาว การเดินทาง ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับวีซ่า ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประเภทที่พักและรูปแบบการใช้ชีวิต จึงควรขอใบเสนอค่าใช้จ่ายล่าสุดจากสถาบันก่อนชำระเงิน
การปรับตัวในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะนักเรียนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษตลอดวันและรับผิดชอบชีวิตประจำวันด้วยตนเอง WLIC จึงมี Orientation เพื่อแนะนำแคมปัส ตารางเรียน ที่พัก การรับประทานอาหาร การธนาคาร สถานะวีซ่า และบริการต่าง ๆ ที่นักเรียนควรรู้
นักเรียนยังสามารถติดต่อ WLIC Ambassadors, Peer Mentors และ International Student Support ได้ การเข้าร่วมกิจกรรมหรือชมรมเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการหาเพื่อนและฝึกภาษา โดย Laurier มีกลุ่มนักศึกษามากกว่า 270 กลุ่ม ครอบคลุมทั้งวัฒนธรรม กีฬา วิชาการ ศิลปะ เทคโนโลยีและงานอาสาสมัคร
ผู้ปกครองควรให้เวลานักเรียนปรับตัว ไม่คาดหวังว่าทุกอย่างต้องราบรื่นทันที และติดตามทั้งผลการเรียน สุขภาพ การนอนหลับ การรับประทานอาหาร และความสัมพันธ์กับเพื่อน หากนักเรียนเริ่มมีปัญหา ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระยะแรกแทนการรอจนใกล้สอบปลายภาค
นักเรียนที่เรียน Foundation สำเร็จจะสามารถเข้าสู่ International Year One ตามเกณฑ์ของหลักสูตร ส่วนผู้ที่เรียน International Year One ครบ 10 รายวิชา ได้ 5.0 หน่วยกิต และผ่าน GPA กับวิชาบังคับของสาขา จะสามารถเข้าสู่ชั้นปีที่ 2 ของ Wilfrid Laurier University ได้
หลักสูตรที่สามารถต่อยอดมีทั้ง Business Administration, Economics, Economics and Accounting, Computer Science, Data Science, Mathematics, Psychology, Arts, Liberal Arts, User Experience Design, Criminology, Health Studies และสาขาอื่นตามรายชื่อปัจจุบันของ WLIC
การเข้าสู่สาขาบางประเภทมีการแข่งขันและไม่ได้รับประกันเพียงเพราะเรียน WLIC สำเร็จ ตัวอย่างสำคัญคือ BBA ซึ่งนักเรียนต้องมี GPA ตามกำหนดและแข่งขันในจำนวนที่นั่งที่จำกัด ผู้สมัครจึงควรเลือกสาขาโดยพิจารณาทั้งความสนใจ ความสามารถทางคณิตศาสตร์ ผลภาษา และแผนสำรองในกรณีที่ไม่ผ่านเข้าสู่สาขาเป้าหมาย
เมื่อเข้าสู่ Wilfrid Laurier University แล้ว นักเรียนสามารถเรียนต่อจนสำเร็จปริญญาตรี สมัคร Co-op หากหลักสูตรเปิดและผ่านเกณฑ์ เข้าร่วมงานวิจัยหรือกิจกรรมวิชาชีพ และขอคำแนะนำจาก Career Centre เพื่อวางแผนเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาหรือเข้าสู่ตลาดงานหลังสำเร็จการศึกษาได้
Website : https://www.laurieric.ca/






Use the form below to contact us!